
เคล็ดลับสู่การเป็นเถ้าแก่ยุคเออีซี
กลเม็ดเคล็ดลับสู่การเป็นเถ้าแก่ยุคเออีซี : คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง : โดย ... บัญญัติ คำนูณวัฒน์
เมื่อกระแสเออีซีกำลังมาแรงและใกล้เข้ามา หลายธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ต่างก็ให้ความสำคัญและตื่นตัวกันขนานใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างโอกาสในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะได้พิสูจน์ศักยภาพของตัวเองในบททดสอบครั้งนี้
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสติดตามสมาคมค้าปลีกฯ ทุนไทยไปฟังสัมมนา “ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน” ที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันดิบจากรำข้าว และคุณกฤษดา สาระคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูชิ บอย จำกัด เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “ซูชิบอย” สองนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง มาแบ่งปันเคล็ดลับการเป็นเถ้าแก่ยุคใหม่ หรือเถ้าแก่ในยุคเออีซีให้แก่ผู้ประกอบการร้านโชห่วยและผู้สนใจราว 300 คนได้ฟังกัน จึงขอนำมา “เล่าสู่กันฟัง” ต่อผ่านคอลัมน์นี้
“พิธา” นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ผู้ผลิตน้ำมันดิบจากรำข้าว สานต่อธุรกิจของครอบครัว โดยใช้ความพยายามสร้างน้ำมันรำข้าว สินค้าพื้นๆ ให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยการเรียนรู้ทั้งกระบวนการผลิตจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นอกเหนือจากเรียนรู้ธุรกิจของตัวเองเพียงอย่างเดียว ยิ่งกำลังก้าวเข้าสู่เออีซี ต้องคิดแล้วว่าจะแข่งขันกับต่างชาติอย่างไร เช่น ต้นทุนต้องต่ำ สินค้าต้องมีความแตกต่าง เจาะจงดูความต้องการสินค้าของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม นำสื่อใหม่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก้าวต่อไปจากเดิมที่ผลิตแต่น้ำมันดิบขายต่างประเทศ ก็จะพัฒนาศักยภาพของน้ำมันรำข้าวขึ้นมาเอง ด้วยการใช้ศักยภาพของข้าวไทยให้มากที่สุด
สำหรับเคล็ดลับการเป็นเถ้าแก่ยุคใหม่ หรือในยุคเออีซีที่กำลังจะมาถึงในความคิดของคุณพิธาคือ 1. ต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเองด้วยการมีปัญญา มีความรู้ รู้ให้จริง และรู้รอบให้มากที่สุด 2. ลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าข้อผิดพลาดคืออะไร เมื่อรู้แล้วก็ให้กลับไปแก้ไข และพัฒนาต่อไปให้มากที่สุด 3. อดทนต่อปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งจากตัวเราเอง คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เพื่อที่จะสู้ต่อ ปัจจุบันน้ำมันรำข้าวของพิธาสามารถทำรายได้ปีละนับพันล้านบาท
ในขณะที่ “กฤษดา” เจ้าของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นผสมผสานกับอาหารตะวันตก “ซูชิบอย” ตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากเดิมเป็นพนักงานออฟฟิศมาสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เริ่มต้นด้วยการบริหารจัดการด้านการเงินอย่างรัดกุม มีการศึกษาและวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคธุรกิจของตัวเองและของตลาด ทำธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น อดทน และซื่อสัตย์ทั้งต่อตัวเองและต่อลูกค้า ที่สำคัญก็คือ “การคิดให้ต่าง” ซึ่งสามารถมองได้ 2 มุม มุมแรกคือจะเริ่มต้นขายอะไร ต้องคิดของที่ใหม่ที่สุดในโลก และทำตลาด มุมที่สองคือเรามีสินค้าอยู่แล้ว ถ้าคิดให้แปลกใหม่ไม่ได้ ก็ต้องหาช่องว่างทางการตลาดให้เจอ ซึ่งการขายซูชิ จุดเด่นก็คือทำเป็นซูชิสายพาน ขณะนี้ได้ขยายเป็น 3 สาขาแล้ว และขายดีทุกสาขา
สำหรับเคล็ดลับการเป็นเถ้าแก่ยุคใหม่ในมุมมองของคุณกฤษดาคือ 1. รู้จักเอาชนะใจตัวเอง อย่าไปกลัว 2. รักและเข้าใจในสิ่งที่ทำอย่างลึกซึ้ง 3.ก้าวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องโซเชียลมีเดีย ถ้าศึกษาและใช้เป็นก็จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก 4.ต้องเปิดหูเปิดตา เปิดความคิด หมั่นศึกษาค้นคว้า และฟังเสียงจากลูกค้า อย่าคิดว่าเรารู้ดีทุกอย่าง เนื่องจากผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน พรุ่งนี้อาจมีสิ่งที่ดีกว่าเสมอ
ดังนั้น กลเม็ดเคล็ดลับความสำเร็จของเถ้าแก่ยุคเออีซีจึงเริ่มต้นจากมุมมอง วิธีคิด และการตัดสินใจที่จะดำเนินธุรกิจบนหนทางที่ตั้งใจไว้ แล้วขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท ตราบใดที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและล้มเลิกไปเสียก่อน ทุกครั้งที่ผ่านไปได้ เราจะเข้มแข็งและเติบโตจนประสบความสำเร็จดังเช่นสองนักธุรกิจหนุ่มข้างต้น หวังว่าต่อไปผมคงจะได้มีโอกาสฟังท่านผู้อ่านแบ่งปันความสำเร็จในการทำธุรกิจของท่านบ้างนะครับ แล้วอย่าลืมชวนล่ะ
----------
(หมายเหตุ : กลเม็ดเคล็ดลับสู่การเป็นเถ้าแก่ยุคเออีซี : คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง : โดย ... บัญญัติ คำนูณวัฒน์)
----------



