
จับ'ยากูซ่า'พันฟอกเงิน'อัล-ไกดา'
จับ'ยากูซ่า'พันฟอกเงิน'อัล-ไกดา' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
รอยสักสีวาดลวดลายเต็มแผ่นหลัง...อาจบ่งบอกได้ถึงสังกัดของ "ซูกาวาร่า ยูชิโอะ" หนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่นวัย 48 ปี และร่องรอยก่นกุดของนิ้วก้อยก็อาจบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของสมาชิกระดับ 6 ของแก๊งยากูซ่า "ยามากุจิ" ได้เป็นอย่างดี!!
"ซูกาวาร่า" เคยถูกตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด ประเทศอังกฤษ สืบสวนติดตามจับกุมตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากเขาพัวพันเกี่ยวกับการฟอกเงินให้แก่กลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางคือ "กลุ่มอัลไก-ดา" ของนายโอซามา บิน ลาเดน อดีตผู้ก่อการร้ายคนสำคัญระดับโลก หลังจับกุมเขาถูกผลักดันกลับประเทศญี่ปุ่น เขาได้หลบหนีไปอยู่ประเทศอื่น ทั้งที่ทางการญี่ปุ่นต้องการตัวเขามากที่สุด
โดย "ซูกาวาร่า" ถูกออกหมายจับโดยศาลประเทศญี่ปุ่นและตำรวจสากล ข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกง โดยร่วมกับพวกปลอมหนังสือรับรองสถานะการเงินของธนาคารแล้วนำไปหลอกลวงผู้อื่น โดยร่วมมือกับลูกน้องชื่อนายโอกุดะ ฮิโรชิ และ บจก.อิจิ โดยนายนิอิ กับ บจก.เอสเอชพี โดยนายชิมะดะ โยมิฮิโร ปลอมหนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิ มูลค่า 3,000 ล้านเยน เพื่อหลอกลวงว่าจะร่วมลงทุนกับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบริษัท ฮานามารุ จำกัด โดยขอให้ผู้เสียหายออกเช็คให้เพื่อเป็นการยืนยันการชำระหนี้มูลค่า 130 ล้านเยน ที่บจก.อิจิ ค้างชำระกับ บจก.เอสเอชพี อยู่อีก 130 ล้านเยน ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเช็คมูลค่า 130 ล้านเยนให้
ทันทีที่ "ซูกาวาร่า" กับพวกได้รับเช็คจึงรีบนำเช็คไปขึ้นเงินแล้วหลบหนี โดยเหตุเกิดที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมกราคม 2553 มูลค่าความเสียหายประมาณ 130 ล้านเยน หรือ 52 ล้านบาท ต่อมานายโอกุดะ ฮิโรชิ, นายนิอิ และนายชิมะดะ โยมิฮิโร ถูกจับกุมตัวได้ ส่วน "ซูกาวาร่า" ได้หลบหนี
แต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นพบเบาแสะความเคลื่อนไหวของ "ซูกาวาร่า" ที่ประเทศไทย...สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จึงติดต่อมายัง ร.ต.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม.ให้ช่วยรีบเดินทางไปตรวจสอบเพื่อควบคุมตัว "ซูกาวาร่า" ที่ธนาคารแห่งหนึ่งสาขาอาคารมโนรมย์ ถนนพระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ สืบเนื่องจากความสะเพร่าของเขาที่ลืมหนังสือเดินทางไว้ที่ธนาคาร
หลังจากรายงานให้ พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันท์ และ พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รอง ผบช.สตม. รับทราบ ร.ต.ต.กิตติพันธ์ พร้อมกำลังตำรวจก็เดินทางถึงธนาคาร แต่ "ซูกาวาร่า" มารับหนังสือเดินทางกลับไปแล้วเมื่อ 20 นาทีที่ผ่านมา
ร.ต.ต.กิตติพันธ์จึงรายงานข้อมูลให้ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง, พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม. ทราบ จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ขณะเดินลงมาจากมินซูกุ ฮิเดะ เกสต์เฮ้าส์ เลขที่ 1179/14-17 ซอยมโนรมย์ ถนนพระราม 4 แขวงและเขตคลองตัน กรุงเทพฯ พร้อมยึดของกลางเอกสารที่เกี่ยวข้องหลายรายการ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง
"นายซูกาวาร่า ยืนยันว่าเป็บุคคลเดียวกันกับหมายจับของทางการตำรวจญี่ปุ่น อีกทั้งการตรวจสอบข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เจ้าหน้าที่สถานทูตแจ้งว่านายซูกาวาร่า มีบัญชีเงินฝากหลงเหลืออยู่ในบัญชีเกือบ 50 ล้านบาทในธนาคารต่างประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตเตรียมประสานงานกับธนาคารตามขั้นตอนโดยหวังว่าเงินที่ยังหลงเหลือสามารถนำไปคืนให้แก่ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อได้" พ.ต.อ.ชาติชายกล่าว
จากการตรวจสอบการเดินทางของนายซูกาวาร่า ทราบว่า เข้ามาในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 แล้วเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไทยประมาณ 5 ครั้ง โดยใช้เส้นทางเข้าออกผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ติดกับ ส.ป.ป.ลาว ซึ่งชุดสืบสวนทำเรื่องเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 แล้วเตรียมส่งตัวกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.............
(หมายเหตุ : จับ'ยากูซ่า'พันฟอกเงิน'อัล-ไกดา' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



