ข่าว

'พม่า'จวกไทยไร้ผลงานผุดเมืองคู่แฝด

'พม่า'จวกไทยไร้ผลงานผุดเมืองคู่แฝด

18 มิ.ย. 2555

ประชุมกลุ่มย่อยเมืองคู่แฝดแม่สอด-เมียวดี พม่ารุมจวกไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ประธานหอฯตากแนะเร่งผลักดันแม่สอด-เมียวดีเป็นคู่แฝดให้เร็วที่สุด ขณะที่ประธานหอฯเมียวดีระบุพม่าเร่งพัฒนา-แก้ไขกฎระเบียบค้าชายแดนต่อเนื่อง แนะไทยเร่งดำเนินการ

            18มิ.ย.2555  ที่โรงแรมเซ็นทารา แม่สอด ฮิลล์ รีสร์อท  ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมกลุ่มย่อย  ( Focus Groups ) ตามโครงการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมกับเมืองคู่แฝด ( สปป.ลาว , พม่า และกัมพูชา) โดยมี นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก นายชัยวัฒน์ วิฑิตธรรมวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตาก  และนางมะติ่นติ่น เมียะ ประธานหอการค้าจังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด รวมทั้งบรรดานักธุรกิจ พ่อค้า และนักลงทุนในอำเภอแม่สอดเข้าร่วมการประชุม กว่า 100 คน 

                โดยการประชุมดังกล่าวทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการโครงการ และมีการพูดคุยในประเด็นเมืองคู่แฝด ( Sister City ) แม่สอด - เมียวดี  มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่การจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมกับเมืองคู่แฝด ( สปป.ลาว พม่า แลกัมพูชา ) ของพื้นที่อำเภอแม่สอด กับเมืองเมียวดี ประเทศสาธารณรัฐสหภาพเมียนม่าร์

                นางมะติ่น ติ่น เมียะ กล่าวว่า  การทำโครงการที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนระหว่างไทย-พม่า นั้นอยากให้สำเร็จโดยเร็ว  และจะใช้วิธีการอย่างไรนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องการเห็นพ้อกองกัน ต้องรีบลงมือมือทำก่อนหากมีปัญหาอุปสรรค ต้องคุยกันและขณะนี้ประเทศพม่ามีความเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน  และภายในพม่าเอง ซึ่งถือว่า มีแนวโน้มดีขึ้นมาก จึงอยากให้ฝ่ายไทย รีบเร่งดำเนินการ เพราะรัฐบาลพม่าได้ให้ความสำคัญเรื่องเออีซี จึงรีบพัฒนาเขตเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนที่เมียวดี มีเขตนิคมอุตสาหกรรมในเมืองผาอัน และเมืองเมาะละแหม่ง ( รัฐกะเหรี่ยง - รัฐมอญ )

                นายบรรพต กล่าวว่า จะต้องรีบผลักดันให้อำเภอแม่สอด จ.ตาก และ จ. เมียวดี เป็นเมืองคู่แฝดโดยเร็วที่สุด สามารถไปมาหาสู่กันได้ง่าย สะดวกกว่า และมีการท่องเที่ยวที่ดี จะสามารถรองรับเออีซี .หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะนำไปสู่การเอื้ออำนวยต่อการค้า การลงทุน ที่ชายแดนดีขึ้น ขณะนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงไปพื้นที่เพื่อ ศึกษาพื้นที่เรื่องเมืองคู่แฝดแม่สอด - เมียวดี  เพื่อหารูปแบบเมืองคู่แฝดให้ชัดเจน ว่า ในอนาคต หากเป็นเมืองคู่แฝดแล้ว จะมีการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวแบบไหน และการลงทุนร่วมกันอย่างไร รวมทั้งการไปมาหาสู่กันอย่างไร และแบ่งเขตการค้าการลงทุนร่วมกันในอนาคตอย่างไร
 
                “ขณะนี้เรากำลังดำเนินการผลักดันพัฒนาในพื้นที่ 5,600 ไร่ ใกล้ชายแดนไทย-พม่า รวมทั้งสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2  เพื่อเชื่อมโยงเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเราต้องทำให้เป็นรูปธรรม เพียงแต่รัฐบาลต้องผลักดัน และต้องเห็นความสำคัญ หากทำได้เราจะมีพื้นที่เศรษฐกิจการค้าชายแดน และการลงทุนที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญทางด้านนี้  ถ้าทำได้ถือว่า เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย” นายบรรพตกล่าว

                ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนได้หารือกันมา และร่วมกันผลักดันเมืองคู่แฝดและสอด-เมียวดี  รวมทั้งเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดน ที่มีการประกาศตามมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2547 แต่มาจนถึงขนาดนี้ มติคณะรัฐมนตรียังคงเป็นกระดาษเปล่าและใช้เงินงบประมาณไปแล้วจำนวนนับ 100 ล้านบาท แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า และเชื่อว่าหากเป็นสภาพนี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ต้องเกิดขึ้นก่อนเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตากแน่นอน ฉะนั้น ควรที่ดำเนินการไปก่อนที่ละอย่าง และส่วนที่เหลือค่อยดำเนินการตามต่อไป

                นายภราดร กานดา รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า เขตพิเศษชายแดนจังหวัดตากนั้นกล่าวกันมากว่า 10 ปีแล้ว ฟังชื่อแล้วเหมือนกับติดบ่วง และไม่ได้ทำอะไรเลยหรือกลัวมีความผิดจึงไม่ได้ทำจึงอยากให้ทำเลย เพราะที่ผ่านมาควรดำเนินการโครงการต่างๆ ที่รองรับ เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความสะดวกให้เกิดขึ้นที่แม่สอดก่อน และเพื่อให้คนเดินทางไปแม่สอด สะดวก หากพื้นที่ไม่พอก็ขยายภายหลัง เมื่อใครเห็นว่า มีความสะดวกก็จะมีคนเดินทางไปลงทุนกันเอง

                ด้านนายวิโรจน์ มโนพิโมกข์ หัวหน้าโครงการ ทีมวิจัยตามโครงการนี้ กล่าวว่า บริบท ปี 2547 อำนาจรัฐมีการเปลี่ยนแปลงตลอด แต่คำว่าเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตาก ดูเหมือนว่า ทุกอย่างอยู่ในเขตไทยอย่างเดียว ซึ่งแท้จริงแล้ว ควรทำร่วมกัน เช่น เมียวดีกับแม่สอด เป็นเมืองคู่แฝด เหมือนพี่น้องกัน จึงจะทำอะไรที่มันได้ประโยชน์ต่อกันทั้งสองฝ่าย

                “ผมฟังแล้ว สิ่งที่เราทำนั้นมันอยู่ในวงกลม มันจึงทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นต้องคิดออกนอกวง เอาแม่สอด-เมียวดี เป็นพี่น้องกัน เช่น โรงงานอยู่ฝั่งพม่า แต่โรงพยาบาลอยู่ในฝั่งไทย หรือ ส่วนอื่นที่เอื้อต่อกัน ” นายวิโรจน์กล่าว

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของฝ่ายไทย ในการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ขณะที่ฝ่ายพม่ามีการพัฒนาพื้นที่การค้า การลงทุน ในฝั่งจังหวัดเมียวดี ที่ล้ำหน้าไปมาก เพื่อรองรับประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว