ข่าว

'ซูจี'เยือนอ็อกฟอร์ดย้อนอดีตสะเทือนใจ!

'ซูจี'เยือนอ็อกฟอร์ดย้อนอดีตสะเทือนใจ!

18 มิ.ย. 2555

ก่อนที่นางอองซาน ซูจี วัย 66 ปี จะกลายเป็นนักโทษการเมืองและเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง เธอก็เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิด , ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และขี่จักรยานอยู่ในย่านชานเมืองด้วยเช่นกัน

           18 มิ.ย. 55  นางซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ได้ใช้เวลาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดเป็นเวลาหลายปี ร่วมกับนายไมเคิล อาริส นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านหิมาลัย และบุตรชาย 2 คน แต่เธอได้ทิ้งสังคมเหล่านั้นไปเมื่อปี 2531 เพื่อไปดูแลมารดาที่ป่วย และคิดว่าจะกลับไปภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่อีกเกือบ 25 ปีต่อมา เธอถึงได้กลับไปจริง ๆ เป็นครั้งแรก 

           ในวันนี้ นางซูจี ได้เริ่มต้นการเยือนอังกฤษเป็นเวลา 1 สัปดาห์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนยุโรป ที่รวมถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน , ขึ้นปราศรัยต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ และเข้าเฝ้าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารด้วย แต่ดูเหมือนช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเธอ คือการได้กลับไปเยือนมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ซึ่งในวันพุธนี้ เธอจะเข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่ทางมหาวิทยาลัยมอบให้เธอตั้งแต่ปี 2536 แต่เธอถุกกักบริเวณอยู่ในบ้านพักที่ย่างกุ้ง 

           มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดยังคงสภาพเดิมตั้งแต่สมัยที่เธอจากไปอย่างมาก การจราจรยังคงติดขัดระหว่างอาคารยอดแหลม , สะพานและตึกเรียนสถาปัตยกรรมโกธิค แต่สิ่งที่แตกต่าง คือลูกของเธอเติบโตขึ้น และนายไมเคิล อาริส สามีของเธอเสียชีวิต นายปีเตอร์ โพฟาม ผู้เขียนชีวประวัติของนางซูจี ในหนังสือชื่อ " เดอะ เลดี้ แอนด์ เดอะ พีค็อก " ให้ความเห็นว่า เขาเชื่อว่า นางซูจีจะต้องสะเทือนใจอย่างที่สุด ตอนที่เธอจากไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2531 เธอได้แต่คาดว่าจะไปไม่นาน ซึ่งอาจจะ 2-3 เดือน แต่กลับกลายเป็น 24 ปี 

           นางซูจี เข้าเรียนที่อ็อกฟอร์ด เมื่อปี 2507 ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอได้รับการศึกษาที่โรงเรียนใน นิว เดลี ซึ่งมารดาของเธอเป็นเอกอัครราชทูตพม่าอยู่ที่นั่น ส่วนนายพลออง ซาน บิดาของเธอเป็นผู้นำทางการเมืองที่เจรจาจนพม่าได้แยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ก่อนจะถูกลอบสังหารโดยฝ่ายปรปักษ์ทางการเมือง เมื่อปี 2490 ตอนที่เธออายุเพียง 2 ขวบ 

           นางซูจี ศึกษาด้านการเมือง , ปรัชญาและเศรษฐกิจ ที่เซนต์ ฮิวจ์'ส คอลเลจ ในอ็อกฟอร์ด ซึ่งในสมัยนั้น มีนักศึกษาหญิงเพียง 2 คน และอาคารแห่งนี้ อยู่ในกลุ่มอาคารก่ออิฐสีแดงชื่อว่า เอดวอร์เดียน เพื่อนสมัยเรียนที่เป็นผู้หญิงชื่อ แอนน์ พาสเตอร์แน็ค สเลเตอร์ ได้เล่าถึงนางซูจีในอดีตว่า เป็นนักศึกษาที่มีความโดดเด่น ยึดมั่นในจริยธรรม มีมารยาทนุ่มนวลแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรดาเพื่อนชาวอังกฤษ ที่สวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ไม่ค่อยมีมารยาทและไม่แน่นอนเรื่องจริยธรรมทางเพศ 

           สเลเตอร์ บอกด้วยว่า นางซูจีไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์ เธอเคยลองจิบแอลกอฮอล์ครั้งหนึ่งเพราะอยากรู้ว่ารสชาติเหมือนอะไร แต่ก็เปิดรับประเพณีทุกอย่างของมหาวิทยาลัย เธอยอมถอดโสร่งที่เรียกว่า ลองยี เพื่อสวมกางเกงยีนส์สีขาวขี่จักรยาน เธอพบกับนายอาริส ที่เป็นอาจารย์สอนพระโอรสและธิดาของกษัตริย์แห่งภูฎาน ก่อนจะแต่งงานกันในปี 2515 ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ถ้าประเทศต้องการเธอ เธอจะกลับไป ซึ่งไม่ต้องจินตนาการก็ทราบว่า ค่าของมันสูงมาก 

           รีเบ็คก้า เฟรย์น ผู้เชียนบทภาพยนตร์เรื่อง เดอะ เลดี้ ให้ความเห็นว่า นางซูจีคิดว่า เธออาจกลับไปสร้างหอสมุดเคลื่อนที่ในพม่า เมื่อลูก ๆ เติบโต และสามีเกษียณแล้ว พวกเขามีความฝันเล็ก ๆ ร่วมกันว่า นายอาริสอาจจะปลูกกล้วยไม้

           นางซูจีและสามี อาศัยอยู่ที่ภูฎานและลอนดอน ก่อนจะไปตั้งรกรากที่อ๊อกฟอร์ด ตอนที่นายอาริสได้งานนักวิชาการ นางซูจีรับหน้าที่ดูแลลูก ๆ คือ อเล็กซานเดอร์ และคิม และศึกษาปริญญาเอกไปด้วย ซึ่งตอนนั้น เธอรับบทบาทภรรยานักวิชาการและแม่ผู้อุทิศตนเพื่อลูก 

           แต่หลังจากกลับไปพม่า เมื่อปี 2531 เพื่อดูแลมารดาที่กำลังจะหมดลมหายใจ เธอกลับพบว่าตัวเองไปอยู่แนวหน้าของการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย โรงพยาบาลที่แม่ของเธอรักษาตัวเต็มไปด้วยผู้ประท้วงที่บาดเจ็บ ในฐานะของบุตรสาวของวีรบุรุษ ทำให้เธอเข้าไปร่วมการเคลื่อนไหว น้อมรับชะตากรรมและช่วยก่อตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ภายใต้การสนับสนุนจากสามีในต่างแดน 

           โพฟาม ผู้เขียนชีวประวัตินางซูจี บอกว่า ในตอนนั้น พวกเขารู้ว่ามันยากที่จะเข้าสู่การเมือง แต่พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่ามันจะยากเย็นขนาดไหน อาริสคิดว่า รัฐบาลจะล่มสลายภายในไม่กี่เดือนและพวกเขาจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันในวันคริสต์มาสของปี 2531 แต่ความจริงคือ เขาได้พบเธอแค่ไม่กี่ครั้งหลังจากออกจากอ็อกฟอร์ด 

           พรรค NLD ชนะการเลือกตั้งในปี 2533 แต่รัฐบาลทหารไม่ยอมรับ ทำให้นางซูจีต้องใช้เวลาใน20 ปีที่ผ่านมา อยู่ภายใต้การถูกกักบริเวณในบ้านพัก จนได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2553 และได้รับเลือกตั้งซ่อมเข้าไปเป็น ส.ส. ในสภาเป็นครั้งแรก 

           นางซูจี ไม่มีโอกาสได้พบสามี ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เพราะแม้รัฐบาลทหารอนุญาตให้เธอไปเยี่ยมเขา แต่เธอกลัวว่า จะไม่ได้กลับไปพม่าอีก นายอาริสพยายามเพียรขอวีซ่าถึง 30
ครั้ง เพื่อให้ได้พบเธอ แต่ถูกปฎิเสธ และนายอาริส เสียชีวิตที่อ็อกฟอร์ด ในวันเกิดครบรอบปีที่ 53 เมื่อปี 2542 หลังจากไม่ได้พบภรรยานาน 3 ปี 

           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ทิ้งมรดาทางอารมณ์ที่ซับซ้อนไว้ให้ลูกชาย 2 คน ที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 30 กว่า คิม ยังอยู่ที่อ็อกฟอร์ด และไปเยี่ยมแม่หลายครั้ง นับตั้งแต่เธอได้รับอิสรภาพ ส่วนพี่ชายของเขาคือ อเล็กซานเดอร์ ที่ไปขึ้นกล่าวรับรางวัลโนเบลแทนมารดา ตอนที่อายุเพียง 18 ปีเมื่อปี 2534 อาศัยอยู่ในชุมชนชาวพุทธที่พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา และไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อ 

           นางซูจีไม่ค่อยยอมพูดถึงความรู้สึกของเธอ ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งเคยพูดถึงชีวิตของเธอว่า เหมือนโศกนาฎกรรมในเทพนิยายกรีก ซึ่งเธอได้ตอบเขาว่า เธอเลือกของเธอเอง

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------