ข่าว

ซาอุฯทำพิธีฝังพระศพมกุฎราชกุมารนาเยฟ

ซาอุฯทำพิธีฝังพระศพมกุฎราชกุมารนาเยฟ

18 มิ.ย. 2555

ซาอุดิอาระเบีย ทำพิธีฝังพระศพมกุฎราชกุมารนาเยฟ อับดุล-อาซิซ หลังสิ้นพระชนม์ที่สวิสเซอร์แลนด์

                           18 มิ.ย.55 หีบบรรจุพระศพของมกุฎราชกุมารนาเยฟ อับดุล-อาซิซ แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้ถูกนำไปที่สุเหร่าประจำกรุงมัสกัต (Grand Mosque) ในนครเม็กกะ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาก่อนจะถูกฝังตามประเพณีอิสลาม

                           จอมพลฮุสเซน ทันทาวี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิยิปต์ ได้ที่นั่งถัดจากที่ประทับของกษัตริย์อับดุลลาห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติคนอื่นๆ โฆษกระทรวงต่างประเทศ แถลงว่า พระศพของมกุฎราชกุมารนาเยฟ จะถูกฝังที่สุสานอัลอาเดล ในนครเม็กกะ

                           เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์ ได้ไปรับพระศพของมกุฎราชกุมารนาเยฟ ที่เดินทางมาจากนครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ และนับเป็นมกุฎราชกุมารองค์ที่สองแล้วของซาอุดิอาระเบีย ที่สิ้นพระชนม์ในต่างประเทศ ในเวลาไม่ถึงปี แต่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของการสิ้นพระชนม์

                           กษัตริย์อับดุลลาห์ ทรงมีตัวเลือกอีก 2 พระองค์ ที่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ซึ่งมาจากกลุ่มพระโอรสที่ล้วนแต่มีพระชนมายุล่วงเข้าวัยชรา ของกษัตริย์อับดุล-อาซิซ ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดิอาระเบีย

                           มกุฎราชกุมารนาเยฟ พระชนมายุ 78 ชันษา ทรงรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยมาตั้งแต่ปี2518 และทรงรับผิดชอบกองกำลังรักษาความมั่นคง พระองค์ทรงวิตกต่อความเปลี่ยนแปลงไปในทางสายกลางของประเทศ ภายใต้พระราชดำริของกษัตริย์อับดุลลาห์ ที่รวมทั้งการให้คำมั่นว่าจะให้ผู้หญิงได้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง และลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2558

                           มกุฎราชกุมารนาเยฟ ทรงสร้างฐานอำนาจผ่านการกวาดล้างรุนแรงต่อพวกอัล ไกดา หลังเกิดวินาศกรรมโจมตีสหรัฐ เมื่อ 11 กันยายน และรณรงค์ป้องกันการเติบโตของกลุ่มติดอาวุธในซาอุดิอาระเบีย และทรงมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับเครือข่ายของอัล ไกดา ในเยเมนด้วย

                           ผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นไปดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารพระองค์ต่อไป คือเจ้าชายซัลมาน รัฐมนตรีกลาโหม พระชนมายุ 76 ชันษา ซึ่งไม่ได้ถูกมองว่า จะนำไปสู่การปฎิรูปแบบพลวัต ในการเผชิญกับศูนย์อำนาจที่อยู่หลังฉากในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งก็คือ ฝ่ายศาสนาที่มีส่วนสำคัญในการหนุนให้ราชวงศ์ซาอุปกครองอำนาจได้อย่างชอบธรรมจนถึงปัจจุบัน