
กต.ให้'นาซ่า'ใช้อู่ตะเภา-ชงครม.พรุ่งนี้
'สุรพงษ์' เผย กต. เตรียมชงเรื่องอนุญาตให้ 'นาซ่า' ใช้อู่ตะเภา เข้าครม.19 มิ.ย.นี้ ย้ำไม่เกี่ยวความมั่นคง แจงไม่ต้องผ่านสภาฯ พร้อมทำความเข้าใจกับจีน ขณะที่ 'ปลอดประสพ' จวก 'ฝ่ายค้าน' อย่าขวาง ชี้เรื่องนี้เป็นประโยชน์กับไทย ด้าน 'ถาวร' เชื่อมีผลประโยชน์ทับซ
18 มิ.ย.55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ร่วมแถลงภายหลังนายกรัฐมนตรีเป็นประชุมร่วมผู้นำเหล่าทัพ เพื่อขอความเห็นชอบเรื่องที่กระทรวงต่างประเทศจะเสนอครม.อนุมัติให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เข้ามาดำเนินการโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีในผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภายในประเทศไทย
โดยนายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและจะเสนอเรื่องเข้าครม.ให้ความเห็นชอบในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งการดำเนินการจะเริ่มระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์และที่จะได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น เมื่อเทียบเคียงกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมการบินของนาซ่าโดยจะมีเครื่องบิน 3 ลำ รวมทั้งเครื่องบินของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรขงไทยเข้าร่วม 1 ลำ นอกจากนั้นที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตกลงในรายละเอียดและรูปแบบการทำงานร่วมกัน รวมถึงเที่ยวบินที่จะผ่านน่านฟ้าไทย ข้ามประเทศกัมพูชาและสิงคโปร์ หลังจากที่ครม.เห็นชอบแล้ว
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องนำเข้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ตามมาตรา 190 วรรค 2 หรือไม่นั้น เราได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความแล้ว และกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เข้าตามมาตรา 190 วรรค 2 แต่เข้าตามมาตรา 190 วรรค 1 ซึ่งจะต้องขอให้ครม.เห็นชอบ และตนจะพูดคุยกับทางการจีนเพื่อชี้แจงในเรื่องนี้หลังจากที่มีข่าวว่าจีนอาจจะไม่พอใจการดำเนินการครั้งนี้ เนื่องจากมีข่าวจากฝ่ายค้านและประชาชนที่ไม่เข้าใจเพราะไปฟังฝ่ายค้านว่าซึ่งอาจจะทำให้จีนโกรธได้ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจเราก็ต้องอธิบาย แต่ฝ่ายค้านก็ชอบค้านจนคนงง อย่างไรก็ตามผบ.สส.สหรัฐฯก็ยืนยันว่านาซ่าเป็นคนละองค์กรกับกองทัพของเขา ส่วนข้อกังวลว่าถ้าขึ้นบินแล้วจะสำรวจต่างๆ และจารกรรมข้อมูลประเทศไทยนั้น เขาใช้ดาวเทียมหมุนมาก็เห็นหมด เพราะมีกล้องที่ซูมได้ดี
นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตนจะเป็นประธานคณะทำงานในเรื่องนี้ โดยจะมีทหาร เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายวิชาการเข้าร่วม เรื่องความร่วมมือกับนาซ่าเป็นความร่วมมือทางวิชาการ และนาซ่าได้ดำเนินการกับทางจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ในเรื่องเดียวกันนี้มาแล้ว ดังนั้นอย่าไปตกใจและยืนยันว่าเรื่องนี้ประเทศไทยได้ประโยชน์อย่างมาก จะทำให้เรารู้เกี่ยวกับเมฆและฝนในระดับสูงซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วม และจะเน้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเมฆซึ่งไทยไม่มีความรู้ และยังได้ความรู้ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในบรรยากาศที่ทำให้การมองชัดและคุณภาพของบรรยากาศไม่เป็นธรรมชาติ และจะเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เราจึงรับข้อเสนอนี้ ไม่มีอะไรต้องห่วงเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง และไม่มีใครในประเทศไหนในโลกนี้ที่ไม่ร่วมมือกับนาซ่า เพราะเขามีความรู้ความชำนาญในเรื่องนี้
“ฝ่ายค้านไม่ต้องมาหาเรื่องๆนี้ เพราะเป็นเรื่องวิชาการที่ป้องกันน้ำท่วม และภาวะโลกร้อนไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆทั้งสิ้น และเจรจาตั้งแต่ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล นี่เป็นบางเรื่องที่รัฐบาลนี้เห็นว่าฝ่ายค้านทำถูก ฉะนั้นตอนนี้อย่ามาค้านเรา และที่มาใช้อู่ตะเภา เพราะศูนย์ดาวเทียวของกระทรวงวิทยาศาสตร์อยู่ที่ศรีราชา ซึ่งใกล้กับอู่ตะเภา และเพราะการตรวจเมฆซึ่งส่วนใหญ่เกิดในทะเล ดังนั้นสนามบินต้องติดทะเล และอู่ตะเภามีความยาวของรันเวย์เพียงพอ ดังนั้นอย่าไปโยงอะไร ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เป็นเรื่องที่ไทยได้ประโยชน์และที่ต้องเร่งดำเนินการเพราะน้ำกำลังจะมา และเรายังไม่แม่นในเรื่องของเมฆ”นายปลอดประสพ กล่าวว่า
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทางทหารต้องดูเรื่องอุปกรณ์มีอะไรขึ้นไปบ้าง และเป็นอุปกรณ์วิจัยจริงหรือไม่ ดังนั้นอย่าไปรวมเรื่องอื่นให้เป็นปัญหา
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงการตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติระดับภูมิภาค(เอชดีเออาร์) ซึ่งทุกเหล่าทัพเห็นชอบในหลักการ เรื่องนี้มาจากฝ่ายไทยโดยรัฐบาลที่แล้ว เพราะเห็นว่าภัยธรรมชาติรุนแรงทั้งสินามิ แผ่นดินไหว จึงมีแนวคิดในการตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อตอบสนองภัยพิบัติฉุกเฉิน เบื้องต้นเราหารือกันว่าจะตั้งศูนย์ดังกล่าวแบบไม่ถาวร ลักษณะคล้ายกับที่มีศปภ. มีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลาในช่วงเกิดภัยพิบัติ จึงเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อฝึกอบรมภารกิจการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจคล้ายกับการฝึกร่วมคอบบร้าโกลด์ ซึ่งจะเป็นไปในลักษณะพหุพาคี ที่มีผู้แทนจากประเทศต่างๆในภูมิภาคเข้าอยู่แล้ว เพื่อให้พร้อมและรองรับการช่วยเหลือในกรณีที่มีภัยพิบัติในประเทศได้ ซึ่งจะต้องทำข้อตกลงในการเข้ามาด้วย
ส่วนการแต่งตั้งประธานดำเนินการเรื่องนี้จะต้องหารือกับหลายประเทศและต้องผ่านความเห็นชอบจากครม. เบื้องต้นจะมีตัวแทนจากกองทัพและผู้แทนกระทรวงต่างประเทศด้วย ก่อนหน้านี้จะหารือกับทางสหรัฐฯ จึงจะต้องหารืออีกครั้งและคุยกับทางการจีนในปลายเดือนนี้ในการเดินทางเยือนประเทศจีน ดังนั้นที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าเราจะไปเป็นฐานกำลังให้กับสหรัฐฯ คงไม่ใช่อย่างนั้น
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การดำเนินการมีหลายชาติเข้าร่วมไม่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งอู่ตะเภาจะเป็นศูนย์กลางในการส่งของไปช่วยในกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยขั้นตอนการปฏิบัติงานนั้นชาติต่างๆที่จะเข้ามาร่วมต้องมาเขียนแผนปฏิบัติงานร่วมกันรวมทั้งข้อห้ามต่าง ๆ ไม่ใช่จะเอาทหารเข้ามาก็ได้ แต่จะต้องเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติและต้องเข้ามาอย่างมีกติกามีระบบที่ถูกต้อง
'ถาวร' เชื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน
วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนำกรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริการ หรือ นาซ่า ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาสำรวจการก่อตัวของเมฆ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะมีการลงนามกับสหรัฐอเมริกา ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะกระทบด้านความมั่นคงของประเทศเข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หาก ครม.มีมติในเรื่องนี้โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาจะถือว่าความผิดสำเร็จแล้วในการละเมิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนำไปสู่การยื่นถอดถอนและการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
ทั้งนี้ตามเอกสารกระทรวงการต่างประเทศลงวันที่ 5 มิ.ย.55 ให้มีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.ให้รัฐบาลลงนามให้นาซ่าใช้สนามบินอู่ตะเภา และมีข้อความที่น่ากังวลว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคง โดยสมช.ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้มีความละเอียดอ่อน 6 ข้อที่น่ากังวล เพราะแม้นาซ่าจะระบุว่าบินผ่านน่านน้ำสากลและประเทศที่ให้ความยินยอมเท่านั้น แต่มีข้อห่วงกังวลเรื่องประเทศเพื่อนบ้านอาจมีความหวาดระแวง การนำไปใช้ประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ทหาร การบินผ่านพื้นที่ชายแดนไทยและบินจอดฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต การบินผ่านเขตหวงห้ามของไทย การซ่อนเร้นอุปกรณ์นอกเหนือจากอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์บนเครื่องบินสำรวจ และการกระตุ้นให้ฝ่ายต่อต้านสหรัฐก่อเหตุร้ายในไทย ทั้ง 6 ข้อจะนำไปสู่การทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หากไม่มีการให้รัฐสภาพิจารณา
นายถาวร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในการประชุมฝ่ายความมั่นคงมีการสอบถามตัวแทนของนาซ่า โดย สมช.สอบถามว่ามีข้อสังเกตเกี่ยวกับพลังงานในภูมิภาคนี้ ซึ่งการสำรวจอากาศต้องใช้สหวิทยาการ และมีชื่อเชฟรอน รวมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากนาซ่า ทั้งนี้เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
'ปู'จ้อ'กห.-กต.'นาซ่าขอใช้อู่ตะเภา
เมื่อเวลา 08.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบด้วย พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รมวซต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผบ.ทบ.,ผบ.อ.,ผบ.ทร. เข้าหารือกรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซาของสหรัฐอเมริกา ขอให้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อกิจกรรมของนาซ่่า
พล.อ.อ.สุกำพล เปิดเผยว่า จะนำเรื่องทั้งหมดหารือกับนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในเช้าวันเดียวกันนี้ ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นกับกระทรวงการต่างระเทศ เห็นด้วยในทิศทางเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรจริง ยืนยันว่าไม่กระทบหรือมีผลเสียกับความมั่นคงของประเทศ เบื้องต้นทราบว่าจะมีเครื่องบินขององค์การนาซ่าบินเข้ามา 3 ลำ เพื่อสำรวจและเจ้าหน้าที่ของไทยที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์กับองค์การนาซ่าได้ทุกขั้นตอน ยืนยันว่าไม่มีนอกมีในอย่างที่หลายฝ่ายวิตกอย่างแน่นอน
เมื่อถามย้ำว่า ข้อมูลในเชิงความลับทางความมั่นคงจะไม่รั่วใหลใช่หรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีทางรั่วใหล และต้องทราบก่อนว่าในส่วนของประเทศไทยต้องการดูอะไร หากเปิดเว็บไซต์ของกูเกิ้ล ก็ดูได้แล้ว อย่างบ้านตนเห็นถึงหลังคา เมื่อถามว่า ยังมีบางฝ่ายข้องใจและวิตกกังวลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ก็เขาไม่เข้าใจและมีอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่ว่ากันและอธิบายให้ทราบแต่อีกฝ่ายอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ อันนี้ก็พูดกันยาก
" ผมดูแลงานด้านความมั่นคงอยู่ ยืนยันว่า งานด้านความมนคงไม่มีอะไรที่จะเกิดความเสียหาย ผมแคร์เรื่องนี้และการสำรวจของนาซ่า หลายประเทศก็ทำมาก่อนแล้ว ซึ่งฝ่ายความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกับเรา เช่น กัมพูชา ก็ให้สหรัฐฯ บินผ่านได้ ทุกวันนี้ไม่ต้องกลัวในเรื่องที่บินถ่ายรูปแล้วเก็บข้อมูลของเราไป เพราะทุกวันนี้ดาวเทียมมีอยู่เต็มไปหมด และถ้าอยากจะได้ภาพที่ชัดเจนก็ยอมเสียเงินนิดหน่อยใช้เว็บไซต์ของกูเกิลสบายมาก สามารถขยายภาพเห็นได้ชัดและใหญ่กว่า อย่างไรก็ตามที่นายกรัฐมนตรีเรียกคุยวันนี้เพื่อให้เกิดความรอบครอบ ในเมื่อท่านรับผิดชอบสูงสุดก็จะฟังว่าแต่ละฝ่ายมีความีิดเห็นอย่างไร" พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามว่า การอนุญาตให้องค์การนาซ่ามาใช้อู่ตะเภา ไม่เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะให้วีซ่าคืนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าววา พวกที่ออกมาพูดเช่นนั้นเป็นพวกที่ทำให้รัฐบาลเสีย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปแลกวีซ่าของอดีตนายกรัฐมนตรี มันเป็นเรื่องตลกที่พูดเช่นนี้ เรื่องนี้ดูที่คนพูดก็น่าจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ยืนยันว่าเป็นเรื่องตลก
ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทางองค์การนาซ่า ได้ทำหนังสือมายังกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อที่จะขอมาสำรวจเมฆเพื่อใช้ในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งตอนนั้นได้มีการประชุมฝ่ายความมั่นคงกระทรงวิทยาศาสตร์ กองฝนหลวง กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็มีข้อห่วงใยในการที่จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งต้องบินผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ทางไทยจึงให้องค์การนาซ่าเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านก่อน ซึ่งในที่สุดก็ไม่มีใครคัดค้าน องค์การนาซ่าจึงทำหนังสือมาถึงตนอีกครั้ง เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่่ผ่านมา และมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ไปแล้ว ซึ่งองค์การนาซาต้องการใช่สถานที่อู่ตะเภาแค่2เดือนคือเดือนสิงหาคมและกันยายน โดยจะมีเจ้าหน้าฝ่ายไทยขึ้นบินด้วยทุกครั้ง เพื่อเอาตัวอย่างของเมฆไปวิเคราะห์ ส่วนที่มีความห่วงใยว่าสหรัฐฯจะมาถ่ายภาพละเห็นกองกำลังของฝ่ายความมันคงไทยนั้นยืนยันว่าจะไม่เกี่ยวกันเลย เป็นคนละเรื่องเพราะองค์การนาซา และหน่วยงานทหารของสหรัฐฯเป็นคนละหน่วยงานกัน ซึ่ง พล.อ.มาติน อี.เดมพ์ซี่ย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐอเมริกาหรือ ผบ.สส.ของสหรัฐฯ ที่มาพบนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ผ่านมา ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกัน อีกทั้งองค์การนาซ่าที่จะเข้ามาดำเนินการที่ฮ่องกงมาก่อนแล้ว ซึ่งฮ่องกงก็อยู่ในดินแดนของประเทศจีนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
"การที่หลายฝ่ายอกมาพูด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะเมื่อมีการมาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ในข้อเท็จจริงนาซ่าเข้ามาใช้งานแค่ 2 เดือนแล้วก็กลับไม่ได้มาอยู่นานอะไรมาแค่เก็บตัวอย่างเมฆเท่านั้น โดยจะบินมาเข้ามาทางประเทศสิงคโปร์และมาไทย เพื่อมาดูในเรื่องภัยพิบัติ และการพยากรณ์อากาศ" รมว.กต.กล่าว
เมื่อถามว่า จะตรวจเช็คอย่างไรว่าข้อมูลในชั้นความลับของเราจะไม่รั่วไหล รมว.กต.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของเราโดยเฉพาะจากกระทรวงวิทยาศาสตร์จะสำรวจได้ทุกครั้ง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสนเทศ (องค์การมหาชนหรือ gistda) กองฝนหลวงจะต้องไปด้วย นาซ่าไม่สามารถที่จะบินเดี่ยวได้ ทั้งนี้ทางฝ่ายความมั่นของเราได้มีการประชุมเรียบร้อยแล้วส่วนที่มีข่าวว่าทางการจีนมีความเป็นห่วงในเรื่องนั้นยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
" ทางการจีนไม่ได้ห่วงมีแต่คนไทยเท่านั้น โดยเฉพาะอีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่เข้าใจ ซึ่งผมจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและอธิบดีกรมสารนิเทศ เชิญตัวแทนจากgistdaและกองฝนหลวงมาร่วมแถลงข่าว เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นและโชคดีที่วันนี้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุม เรื่องจะได้จบ" รมว.กต. กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า หากเรื่องนี้ผ่านการเห็นชอบจากครม.ไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภา เพราะไม่เข้าข่าย มาตรา 190 ซึ่งความจริงเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจดีไม่น่าจะใข้เป็นเรื่องการเมือง ซึ่งการที่นาซ่าเข้ามาเส้นนี้จะเป็นประโยชน์กับภูมิภาค การพูดโดยใช้การเมืองมาพูดมันไม่สร้างสรรค์ เอาอย่างอื่นมาเล่นการเมืองดีกว่าอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาเล่นเลย และทีบอกว่า
" ผมจะเอาเรื่องวีซ่าไปแลกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า ไม่ใช่และผมยืนยันว่า คนอย่างนายกฯทักษิณ หากให้เลือกระหว่างประโยชน์ของตัวเองและประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านต้องเลือกประโยชน์ประเทศชาติอยู่แล้ว ท่านคงไม่ยอมมาให้เกิดความเสียหายกับเรื่องแบบนี้ " นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ซึ่งวันเดียวกันนี้เาจะหาข้อสรุปให้ตรงกันก่อน ซึ่งนอกจากเรื่องที่นาซาจะมาขอให้พื้นที่อู่ตะเภาแล้ว ยังมีเรื่องการช่วยเหลือมนุษย์ที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งหลังจากเกิดสึนามิและใต้ฝุ่นใหญ่ๆในพื้นที่ต่างๆหลายฝ่ายก็มาพูดเรื่องเทคโนโลยีในการช่วยเหลือ เวลาเกิดภัยพิบัติธรรมชาติเพื่อจะได้ทันเหตุการณ์ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการและขั้นตอนการดำเนินการซึ่งจะมาใช้สนามบินอู่ตะเภาอีกเช่นกัน ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติก็จะส่งมาที่สนามบินอู่ตะเภานี้อีกเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ข้อนรุปว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร และตนตั้งใจว่าในเรื่องของการฝึกร่วมเพื่อให้การช่วยเหลือดังกล่าวตนจะเชิญทางการจีน ออสเตเรีย และประเทศที่เจริญแล้วมาร่วมด้วย เพราะหากภูมิภาคเกิดภัยพิบัติจะได้ช่วยกันทัน และสาเหตุที่มาใช้สนามบินอู่ตะเภา มีทั้งท่าเรือและสนามบิน
นายสุรพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า จะถือโอกาสรายงานการหารือกับ นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ ให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบทั้งเรื่องการนัดที่จะไพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีและนายโอบามาร์ ประธานนาธิบดีสหรัฐอเมริกา และการขอความร่วมมืองทางการสหรัฐเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน การป้องกันการก่อการร้าย ซึ่งสหรัฐฯเขามีการจัดการที่ดี นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องเมียนมาร์ ทะเลจีนได้ ซึ่งในเดือน กรกฎาคมนี้ไทยจะเป็นผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับจีน ซึ่งเป็นงานที่หนักมา เนื่องจากททะเลจีนได้เป็นข้อพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน มาเลเซียกับจีน และเวียดนาม กับจีน ซึ่งจุดยืนของไทยอยากให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันซึ่งจะเป็นทางออกที่ดี
ขณะที่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือ กล่าวว่า โดยหลักการแล้วจากการที่สหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภาในการพยากรณ์อากาศ และใช้เพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถือว่าเป็นประโยชน์ แต่สิ่งสำคัญต้องดูขอบเขตและวัตถุประสงค์ว่า เป็นอย่างไร เบื้องต้นเห็นว่า ได้มีการชี้แจงประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว และชี้กับทางประเทศสาธารรัฐประชาชนจีนแล้วก็ไม่มีประเทศไหนท้วงติงกลับมา



