ข่าว

'กล่องอัจฉริยะ'เชื่อมข้อมูลหน่วยราชการ

'กล่องอัจฉริยะ'เชื่อมข้อมูลหน่วยราชการ

18 มิ.ย. 2555

'กล่องอัจฉริยะ'เชื่อมข้อมูลหน่วยราชการ : โต๊ะรายงานพิเศษ

                รัฐบาลทั่วโลกต่างแข่งขันกันเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการติดต่อทำธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ “ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร” เพื่อใช้พิสูจน์ความเป็นตัวตนว่ามีอยู่จริงไม่ได้แอบอ้างชื่อผู้อื่นหรือเป็นตัวปลอม นอกจากนี้การปราบปรามอาชญากรหรือจับโจรยังต้องอาศัยทะเบียนราษฎรช่วยสืบหาผู้หลบหนีหรือเครือญาติที่เกี่ยวข้องกัน
       
             สำหรับประเทศไทยนั้น ความพยายามในการผุดโครงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคคลมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ดูเหมือนยังไม่สำเร็จเพราะแต่ละหน่วยงานยังมีระบบเฉพาะของตัวเอง ล่าสุดสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.) สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะหน่วยงานรัฐที่ได้รับมอบหมายให้อำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานราชการทั่วประเทศไว้ด้วยกันนั้น กำลังเตรียมเปิดตัวโครงการ “กล่องอัจฉริยะ” นำไปติดทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนสามารถเช็กข้อมูลสำคัญของตัวเองได้ โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอเชื่อมโยง “ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางและการใช้โปรแกรมอ่านบัตรประชาชน” 
    
             ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผอ.สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ฯ อธิบายว่า ประชาชนไปติดต่อหน่วยงานรัฐต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อยืนยันความเป็นตัวตนของเขาว่าเป็นตัวเองจริงๆ ไม่ได้เป็นตัวปลอม งานวิจัยพบว่าในแต่ละปีคนไทยเสียเงินไปกับค่าถ่ายเอกสารสำเนาเหล่านี้ไม่ต่ำกว่าคนละ 70-80 บาท นอกจากนี้ข้อมูลที่ชาวบ้านควรรับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง ก็กระจัดกระจายอยู่คนละกระทรวง ทำให้เกิดโครงการกล่องอัจฉริยะ หรือ "สมาร์ทบ๊อกซ์" ขึ้นมา ลักษณะคล้ายกล่องที่มีช่องให้เสียบบัตรประชาชนเข้าไป แล้วจะมีการถามพินโค้ดหรือรหัสส่วนตัว ทุกคนสามารถขอรหัสส่วนตัวนี้คู่กับบัตรประชาชน เหมือนบัตรเอทีเอ็มของธนาคารจะมีรหัสเอทีเอ็มเพื่อใช้กับบัตรใบนั้นโดยเฉพาะ หลังจากเสียบบัตรเข้าไปแล้วจะสามารถค้นหาข้อมูลได้ทุกอย่าง เช่น สิทธิในหลักประกันสุขภาพว่ามีอะไรบ้าง รายชื่ออยู่ที่โรงพยาบาลอะไร คนพิการตรวจได้ว่ามีสิทธิรับความช่วยเหลือที่ไหน เงินบำนาญ เบี้ยเลี้ยง ฯลฯ หรือแม้แต่ชาวไร่ชาวนาตรวจได้ว่ามีการช่วยเหลือด้านผลผลิตเกษตรอะไรบ้างในหมู่บ้านของตน ชื่อตนมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐที่ไหนบ้าง ฯลฯ
     
             “ตอนนี้จะเริ่มทดลองในจังหวัดนำร่อง คือนครนายก ทุกหมู่บ้านจะติดกล่องอัจฉริยะให้ชาวบ้านทดลองใช้ แล้วทำการประเมินผลข้อดีข้อเสียข้อควรปรับปรุง ก่อนนำไปติดหมู่บ้านทั่วประเทศไทย ขณะนี้มีการลงนามข้อตกลงเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานราชการต่างๆ แล้ว 23 โครงการ เช่น โครงการจำนำข้าว โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โครงการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวังชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นอกจากเช็กข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเองแล้ว ในอนาคตกล่องนี้ยังสามารถรับชมทีวีดาวเทียมได้อีกด้วย สามารถนำไปติดตามบ้านทั่วไป ความจริงแล้วอยากจะเปลี่ยนการจำรหัสผ่านหรือพินโค้ดไปใช้การสแกนนิ้วมือแทน เพื่อความสะดวกแม่นยำไม่ต้องกลัวลืมรหัส แต่ที่ผ่านมาระบบการเก็บรอยนิ้วมือของแต่ละหน่วยงานยังไม่เป็นระบบเดียวกัน คงต้องรออีกสักพักเพื่อให้ข้อมูลส่วนนี้ได้มาตรฐาน ส่วนราคาของกล่องอัจฉริยะนั้นยังไม่ได้กำหนดแน่นอน อาจจะประมาณ 2,000-4,000 อยู่ในช่วงระหว่างการเจรจา" ดร.ศักดิ์กล่าว
    
             “สถาพร ศิริภักดี” รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ข้อมูลบัตรประชาชนหรือทะเบียนประวัติราษฎรถือเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสุดในการ “พิสูจน์” “ยืนยัน” และ “รับรอง” ตัวบุคคล ปัจจุบันอนุญาตให้หน่วยงานรัฐ  103 แห่งมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ได้ ในแต่ละปีมีการเชื่อมโยงข้อมูลกว่า 100 ล้านรายการ หน่วยงานที่ขอใช้มากสุดคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอใช้สูงถึงปีละ 24.5 ล้านรายการ อันดับ 2 คือกรมการขนส่งปีละ 14 ล้านรายการ อันดับ 3 คือกรมสรรพากร 13 ล้านรายการ  สำหรับหน่วยงานเอกชนยังไม่อนุญาตให้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ได้
     
             นายวิเชียร ชิดชนกนารถ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักบริการการทะเบียน กรมการปกครองให้ข้อมูลว่า การเชื่อมต่อข้อมูลหรือการนำข้อมูลทะเบียนราษฎรไปใช้นั้น ต้องขออนุญาตและต้องรายงานอย่างละเอียดว่านำไปใช้เพื่ออะไร ที่ผ่านมาตำรวจใช้เยอะเพื่อติดตามจับคนร้ายหรือค้นข้อมูลเชื่อมโยงต่างๆ แต่ต้องเฝ้าระวังว่ามีการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เช่นมีตำรวจคนไหนมาขอดูข้อมูลมากผิดปกติ ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับคดีความต่างๆ เคยมีกรณีที่จับได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐแอบมาเอาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่เป็นหนี้บัตรเครดิตไป หวังจะให้บัตรแก๊งทวงหนี้ไปติดตามทวงคืน ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็ต้องส่งฟ้องศาล เพราะมีหลักฐานแน่ชัดว่าใครมาขอดูข้อมูลอะไรบ้าง เวลาไหน ที่ไหน ดังนั้น ขออย่าได้เป็นห่วงว่าจะมีการนำข้อมูลของประชาชนไปใช้ในทางที่ผิด นอกจากนี้ระบบยังเป็นระบบปิดแบบ “ไพรเวท ซิสเต็ม” ไม่ได้เชื่อมโยงสู่โลกออนไลน์ การจะมาแฮ็กหรือขโมยข้อมูลไม่ใช่เรื่องง่าย มีการทำระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
 

             ข้อมูลจากเว็บไซต์ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ฯ ระบุว่า ปัจจุบันหน่วยงานรัฐมีอี-เซอร์วิสกว่า 300 บริการ งบประมาณจัดซื้อด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายด้านไอทีร้อยละ 20 หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะค่าเก็บฐานข้อมูลและระบบป้องกันฐานข้อมูล (Data Center and Disaster Recovery Center) ของภาครัฐมีมูลค่าตลาดในปี 2554 เท่ากับ 2,567ล้าน

..........


(หมายเหตุ : 'กล่องอัจฉริยะ'เชื่อมข้อมูลหน่วยราชการ : โต๊ะรายงานพิเศษ)