
พท.ลั่นไม่จริง'แม้ว'ดึงปชป.ร่วม
"เฉลิม-ยงยุทธ" ฟันธงเป็นไปไม่ได้ "แม้ว" ดึงปชป.ร่วม ดัน พรบ.ปรองดอง-แก้รธน. ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ "วิเชียร" ชนะขาดเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรธานี
เมื่อเวลา 18.00 น. 17 มิ.ย. 2555 ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช พัทยา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ระบุพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งคนเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์ให้สนับสนุนให้พรบ.ปรองดองว่า ตนไม่มีความเชื่อในเรื่องนี้เพราะเป็นไปไม่ได้
เมื่อได้ยินข่าวก็พยายามสดับรับฟัง แต่ตนยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายแตกต่างกัน อีกทั้งระหว่างรณรงค์หาเสียงตนในฐานะหัวหน้าทีมปราศัยของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน เหนือ กลาง ก็ได้พยายามแนะนำประชาชนว่าถ้าอยากได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกฯ ก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย แต่ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยก็จะได้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ดังนั้นข่าวดังกล่าวจึงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
“ผมอ่านจากข่าว ก็บอกได้เลยว่าเป็นไปได้ยาก และคุณสุเทพ ก็ยังไม่ได้บอกว่าคนสนิทนั้นคือใคร ผมฟันธงว่าเป็นไปไม่ได้และผมเชื่อมั่นว่าท่านทักษิณไม่มีวันคิด เพราะท่านทักษิณต้องเกรงใจพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา และต้องเกรงใจประชาชนพี่น้องที่เสียชีวิต 98 ศพ บาดเจ็บ 2,000 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ไม่ว่าจะทำหรือใครจะสั่งผมไม่ทราบ แต่เรื่องมันเกิดขณะที่ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ” ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ
เมื่อถามว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร.ต.อ.เฉลิม รองนายกฯ กล่าววา หากเป็นรัฐบาลแห่งชาติจะต้องไม่มีการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง โดยชนะถล่มทลายดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้
เมื่อถามว่ามองเจตนารมณ์ของนายสุเทพอย่างไรในการเปิดข้อมูลดังกล่าว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ แต่ระยะหลังนี้ เห็นท่านอารมณ์เสียบ่อย พรรคประชาธิปัตย์อารมณ์เสียกันบ่อยนะ ทั้งในสภาและนอกสภา ”
เมื่อถามว่า คิดว่านายสุเทพกุเรื่องขึ้นมาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าพูด เดี๋ยวเขาดุเอา
เมื่อถามว่า หรือมีผู้ใหญ่หวังดีไปคุยให้ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็น แต่ตนไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะคิดอย่างนี้ และไม่เชื่อว่าทฤษฎีนี้จะเป็นไปได้ และไม่มีวันเป็นไปได้
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นช่วงที่เชื่อมโยงกับกระแสการปรับครม.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกฯ ส่วนเรื่องเอาประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยจะมองหน้าต่างประเทศได้อย่างไร เพราะไม่มีฝ่ายค้าน ซึ่งตนคิดว่านอกจากเพื่อไทยไม่เอาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอา เพราะเขารักประชาธิปไตย
เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ต้องอยู่คนละขั้วอย่างนี้ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แน่นอน หากรอบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็เป็นฝ่ายค้าน แต่ตนรับรองว่าพรรคเพื่อไทยไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอา ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เลือกประชาธิปไตย ถ้ามารวมกันทั้งหมดรัฐสภาจะอยู่อย่างไร ดังนั้นเป็นไปไม่ได้
เมื่อถามว่า แต่นายสุเทพ ระบุเหตุผลว่ามีการเจรจาเพื่อให้เลิกขัดขวางพรบ.ปรองดองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รองนายกฯ กล่าวว่า หากวันหนึ่งรัฐสภาไม่ฟังเสียงข้างมากแล้วจะฟังเสียงอะไร แต่ตนฟันธงว่าเป็นไปไม่ได้ที่พ.ต.ท.ทักษิณจะคิดแบบนี้
“พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลรวมกันมีตั้ง 300 กว่าที่นั่งเราไม่ได้ทำคนเดียว แล้วทำไมพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาช่วย เขาก็ไม่เคยช่วยอะไรเรา แล้วเขาจะมาช่วยทำไม มันผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันอยู่แล้ว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
"ยงยุทธ"ยันเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ขณะที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการมหาดไทย กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ เพราะประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือภาวะสงคราม ไม่มีภาวะวิกฤติอย่างไร บ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุอย่างนี้ ก็ต้องไปถามว่ามีความต้องการอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีระดับผู้ใหญ่ต่อสายคุยกัน นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน ข่าวพวกนี้จะออกมาในช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งจะทำให้พี่น้องที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่สบายใจ และตนเชื่อว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่มาร่วม ไม่ใช่ว่าเขาอยากมาแล้วเราไม่เอา แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ในฐานะหัวหน้าพรรคยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ
เมื่อถามว่าเพื่อความชัดเจนพรรคประชาธิปัตยควรเปิดเผยคนกลางที่มาประสานหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ ตนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ความเห็นของใคร
นายยงยุทธ กล่าวถึงการปรับครม ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคมอบให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ
ทั้งนี้เมื่อถามว่าส่วนตัวอยากพักผ่อนหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ คำถามนี้ตอบยาก” จากนั้นได้เดินทางออกจากโรงแรมที่ประชุมทันที
"วิเชียร"ชนะขาดเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรธานี
เมื่อเวลา 20.45 น.ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก และ ส.อบจ.อุดรธานีอย่างไม่เป็นทางการไม่เป็นทางการ 100 เปอร์เซนต์ หมายเลข 1 นายหาญชัย ทีฑธนานนท์ กลุ่มหาญชัย. 177,580 คะแนน หมายเลข 2 นายวิเชียร ขาวขำ กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี 357,401 คะแนน หมายเลข 3 น.ส.กีรติกานต์ พิมานเมฆินทร์ กลุ่มแดงอุดรเพื่อไทย 25,963 คะแนน หมายเลข 4 นายสุรชาติ ชำนาญศิลป์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย 8,098 คะแนน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.กลุ่มนายวิเชียร ได้รับเลือกตั้ง 37 เขต ส่วนกลุ่มนายหาญชัยฯ ได้ 5 เขต จากในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 4 เขต และ อ.นายูง อีก 1 เขต



