ข่าว

กทม.เล็งส่ง'นร.แลกเปลี่ยน'รับอาเซียน

กทม.เล็งส่ง'นร.แลกเปลี่ยน'รับอาเซียน

17 มิ.ย. 2555

กทม.เล็งส่งนักเรียนแลกเปลี่ยน รับเวที "ประชาคมอาเซียน" ปี 58 พร้อมทำคู่มือศึกษาประวัติศาสตร์ 10 ประเทศ ขีดเส้นจ่ายเช็คช่วยน้ำท่วม 1.9 พันล้าน 36 เขตแล้วเสร็จ 29 ก.ค.นี้ ขณะที่ ขรก.กทม.ก่อหวอดค้านระบบสรรหาหัวหน้าฝ่าย หลังระเบียบเปิดช่องให้ผู้น้อยข้ามหัว

             17มิ.ย.2555 นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้กทม.ได้เตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันนออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN)หรือ "อาเซียน" ในปีพ.ศ.2558 จึงได้มีการเตรียมจัดทำคู่มือให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน เพื่อเผยแพร่ให้แก่นักเรียนในสังกัดกทม. ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยจะมีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ฉบับ แบ่งเป็น 1.สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา และ 2.ชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งเนื้อหาจะแตกต่างกัน โดยชั้นประถมศึกษาจะแสดงเป็นภาพการ์ตูนเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย เป็นต้น   

              นางทยา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ การจัดทำคู่มือดังกล่าว กทม.อยากให้นักเรียนและครู มีความเข้าใจและพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สมาคมอาเซียน ถึงสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า ว่าแต่ละประเทศมีการปกครอง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างไร โดยเฉพาะการสื่อสาร ที่จะต้องมีการพัฒนาทักษะ ซึ่งนักเรียนต้องทราบว่ามีการใช้ภาษาใดบ้างในประเทศต่างๆ รวมทั้งความสามารถในด้านอื่นด้วย นอกจากนี้เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กทม.ได้วางแผนไว้ว่าจะดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ความสามารถในด้านต่างๆด้วย



ขีดเส้น29ก.ค.จ่ายเช็คช่วยน้ำท่วม



              นางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาดน้ำท่วม ตามระเบียบกระทรวงการคลัง 5 รายการ หลังจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้โอนเงินมาให้กทม.ตามที่ได้ขออนุมัติจากรัฐบาลครบแล้ว จำนวน 1,915 ล้านบาท ว่า ล่าสุดกทม.ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 36 แห่งในพื้นที่ประสบภัย ส่งบัญชีรายชื่อประชาชนผู้ประสบภัยที่ผ่านการพิจารณา และได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยา แต่ยังไม่ได้แจ้งเลขที่บัญชีธนาคารซึ่งมีจำนวนประมาณ 40,000 ราย ของประชาชนผู้ประสบภัยทั้งหมดกว่า 100,000 ราย

              เพื่อให้สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ซึ่งรับผิดชอบจัดทำบัญชีรายชื่อ เร่งดำเนินการตรวจสอบและยืนยันทะเบียนรายชื่อประชาชนกลุ่มดังกล่าว ก่อนจะรายงานไปยังสำนักการคลังของกทม. เพื่อแจ้งถึงธนาคารกรุงไทยในการออกเช็คสั่งจ่ายตามบัญชีรายชื่อตามที่กทม.ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเมื่อธนาคารดำเนินการพิมพ์เช็คเสร็จและแจ้งกทม.ทราบ จะให้แต่ละเขตมารับไปแจกจ่ายให้ถึงมือประชาชนได้ทันที   

              นางนินนาท กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ การดำเนินการคาดว่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จึงจะเสร็จสิ้น เนื่องจากกทม.จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดชื่อของประชาชนผู้ประสบภัยให้ถูกต้อง โดยเชื่อสามารถแจกจ่ายเงินเยียวยาถึงมือผู้ประสบภัยครบทุกรายไม่เกินวันที่ 29 ก.ค.นี้ ตามที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ให้กทม.อย่างแน่นอน



 ขรก.กทม.ก่อหวอดค้านระบบสรรหาหัวหน้าฝ่าย

              รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการ (อ.ก.ก.) สามัญข้าราชการกทม. โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธาน ในฐานะประธาน อ.ก.ก. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพิจารณาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกข้าราชการในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าฝ่ายหรือเทียบเท่า) ที่จะนำมาบังคับใช้ โดยมีข้าราชการให้ความสนใจหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหากประกาศใช้แล้ว จะทำให้ข้าราชการที่เป็นหัวหน้าฝ่ายอยู่ในขณะนี้ ไม่สามารถปรับระดับเป็นระดับชำนาญการพิเศษได้

              ซึ่งในหลักเกณฑ์ใหม่นี้กำหนดให้ต้องสอบแข่งขันกับข้าราชการระดับชำนาญการที่เทียบได้กับข้าราชการระดับ 6 และ 6 ว จึงเกรงว่าหากประกาศใช้จะกลายเป็นช่องให้ข้าราชการที่อาวุโสน้อยกว่าสามารถสอบเลื่อนตำแหน่งข้ามข้าราชการที่อาวุโสกว่าได้ แม้ว่าจะมีการกำหนดให้มีการสอบคัดเลือก แต่ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายหรือเทียบเท่าต้องผ่านการคัดเลือกให้ได้ภายใน 2 ปี มิฉะนั้นอาจถูกแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายหรือเทียบเท่า หรืออาจจะต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าข้าราชการที่เคยเป็นลูกน้องของตัวเอง   

              รายงานข่าวระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ในประเด็นดังกล่าว ได้มีกลุ่มข้าราชการวิพากษ์วิจารณ์ และมีการต่อต้านเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ทราบถึงปัญหาจึงสั่งการให้เลื่อนการพิจารณาร่างระเบียบฉบับนี้ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด โดยมอบหมายให้ ก.ก. ใน อ.ก.ก. สามัญฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของข้าราชการกทม. ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระเบียบฯ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษให้ละเอียดรอบคอบ และเป็นธรรมมากขึ้นอีกครั้ง จึงสร้างความพอใจให้กับกลุ่มข้าราชการกทม. เป็นจำนวนมาก เพราะหากให้ข้าราชการที่อาวุโสน้อยกว่าสอบเลื่อนขั้นข้ามข้าราชการที่อาวุโสมากกว่าได้ก่อน อาจจะกระทบต่อกำลังใจของข้าราชการ อีกทั้งข้าราชการที่มีตำแหน่งสูงกว่าย่อมจะมีภาระหน้าที่มากกว่า อาจมีเวลาในการอ่านหนังสือน้อยกว่าข้าราชการรุ่นใหม่