
'สุเทพ'แฉ'แม้ว'ขอเจรจาหลายหน
“สุเทพ” แฉ “ทักษิณ” ขอเจรจาหยุดขวาง พรบ.ปรองดองหลายครั้ง ขณะที่ “ถาวร” อัดนายใหญ่ติดนิสัยล็อบบี้ เชื่อข่าว “ทักษิณ” เตรียมบินเข้าฮ่องกงรอจัดทัพครม.
17มิ.ย.2555 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่เปิดเผยบนเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ระบุพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งคนพยายามเจรจาเพื่อขอให้เลิกขัดขวาง พรบ.ปรองดองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ไม่ควรนำมาเปิดเผย แต่จากสถานการณ์และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลและคนในพรรคเพื่อไทย หนักข้อเข้าทุกวัน จึงทำให้ตนจำเป็นต้องเปิดเผยต่อประชาชนผ่านเวทีสาธารณะ
"ทั้งนี้การเจรจาไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวแต่เกิดขึ้นหลายครั้งโดยผ่านคนกลางซึ่งเป็นบุคคลที่ตนรู้จักคุ้นเคยดี และให้ความเคารพ แต่ผมจะไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครเพราะไม่อยากให้คนที่มาทาบทามเกิดความเสียหาย ที่ต้องย้ำเรื่องนี้เพราะแกนนำนปช.และส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมทั้งรัฐบาลต่างพยายามสื่อสารตามช่องทางต่างๆ โดยบิดเบือนข้อเท็จจริงหาว่าผมอยากล้มรัฐบาล ทั้งที่ขนาดเขาส่งคนมาชวนไปร่วมรัฐบาลตนยังไม่ไป ให้สิทธิ์เลือกกระทรวงที่ต้องการก็ยังไม่เอา แล้วจะไปล้มทำไม วันนี้ที่ออกมาคัดค้านคือพรบ.ล้างผิด และรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่ามาบิดเบือน" นายสุเทพ กล่าวและว่า
ตนจะไม่ตอบโต้อะไรกับพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง โดยเฉพาะแกนนำคนเสื้อแดงที่ปราศรัยกล่าวหาว่าตน เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. เพราะคนที่ได้ยินได้ฟังสามารถวินิจฉัยได้เองว่าสิ่งที่ตนพูดเชื่อถือได้หรือไม่ และที่นายณัฐวุฒิพูดเชื่อได้หรือไม่ เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการเสี้ยมอะไรเพราะไม่ได้อยากเป็นรัฐบาล ตนพอใจที่จะเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว ถึงจะมีคนมาเชิญเป็นรัฐบาลก็ยังไม่เป็นเลย
ขณะที่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเดียวกันนี้ว่า ตนไม่แปลกใจที่นายสุเทพ ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เพราะนิสัยของพ.ต.ท.ทักษิณมักใช้วิธีการล็อบบี้ เจรจาต่อรองเช่นนี้อยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดตนไม่ทราบด้วย นายสุเทพคงรู้เรื่องดีที่สุดเพราะมีคนประสานโดยตรง ซึ่งการเจรจาเช่นนี้ก็ไมได้เจรจาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้อำนาจกลับคืนมา ในอดีตที่ตนเคยรับทราบว่าเคยมีการเจรจาต่อรองกับนายสุเทพ ที่ จ.สุราษฎร์ธานีมาแล้ว ตนรู้จักนายสุเทพมานานว่าไม่ใช่คนเหลวไหล การจะพูดเรื่องนี้ต่อสาธารณชนผ่านสื่อต้องมีข้อมูลข้อเท็จจริงหรือความจริงอยู่บ้าง ถ้าไม่มีนายสุเทพ คงไม่ออกมาพูด ทั้งนี้ชัดเจนว่าตนเชื่อถือนายสุเทพว่าเกิดขึ้นจริงแน่นอน
นายถาวร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี แกนนำนปช. หรือคนของพรรคเพื่อไทย พยายามออกมาปฏิเสธพร้อมย้ำว่าเพื่อไทยจะไม่ร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็เป็นเรื่องปกติ ใครเขาจะยอมรับ และคนระดับแกนนำนปช.อาทิ นายจตุพร นายณัฐวุฒิ ก็เป็นแค่เบี้ยในหมากเกมของคนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นนายใหญ่ที่จะคุมเกมในการเดินหมากเบี้ย คนคุมเกมก็คุมไป ฝ่ายปฏิบัติก็ถูกหลอกใช้ไป
“หากจะเทียบให้ชัดต้องถามว่าคนอย่างนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือระหว่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พ.ต.ท.ทักษิณ จะปรึกษาหารือหรือบอกกล่าวเขาจะบอกใคร ถ้าไม่ใช่พงษ์ศักดิ์กับสุวัจน์ ” นายถาวร กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและกำลังจะเข้าฮ่องกงในช่วงนี้ มีจุดประสงค์อย่างไร นายถาวร กล่าวว่า การเดินของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีจุดประสงค์หลายด้าน ครั้งนี้คงจะเกี่ยวกับการปรับครม.การพบปะใครบางคน รวมถึงการเตรียมความพร้อมที่จะผลักดันร่างพรบ.ปรองดอง และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามแผนเร็วที่สุดคือการเปิดประชุมรัฐสภาในเดือน ส.ค.นี้ เพราะเป็นฝ่ายได้เปรียบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเสียง ส.ส.มีอำนาจรัฐ และรัฐบาลญี่ปุ่นก็อนุญาตให้เข้าประเทศ เหตุนี้ฟันธงได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ไมได้มีประโยชน์ของประชาชนแน่ๆ คงมีแต่ประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขาอย่างที่ทำมา
"ปู"ถกท่องเที่ยวตั้งเป้าสร้างรายได้2ล้านล้าน
เมื่อเวลา 14.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านๆ บาท ภายในปี 2558 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการการท่องเที่ยวและกีฬา และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นผู้เสนอยุทธศาตร์การขับเคลื่อนโยบายเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตัวเลข 2 ล้านล้านบาทที่ได้มีการตั้งเป้าไว้ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ แต่ไม่ใช่พุ่งเป้าไปที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคือการพัฒนาการท่องเที่ยวไปอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ ให้กับประเทศอย่างถาวรด้วย
"สุริยะใส" จี้นำเรื่องอเมริกาขอใช้ "อู่ตะเภา"
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการด้านภัยพิบัติและมนุษยธรรมว่า มีนักวิชาการและสื่อวลชนตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีวาระแอบแฝง โดยอาจเป็นการยกสนามบินอู่ตะเภาให้สหรัฐใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและสอดแนมด้านความมั่นคงในภูมิภาคนี้ เพื่อแลกกับวีซ่าเข้าสหรัฐฯของ พ.ต.ท.ทักษิณและปลดล็อกแบล็คลิสต์ นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายก



