ข่าว

รมว.พลังงานเปิดโซล่าฟาร์มโคราช3

รมว.พลังงานเปิดโซล่าฟาร์มโคราช3

17 มิ.ย. 2555

รมว.พลังงานเปิดโซล่าฟาร์มโคราช3 ผลักดันเป็นศูน์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคสร้างรายได้ให้กับประเทศ

              วันที่ 17 มิ.ย. นายอารักษ์  ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดโซล่าฟาร์มโคราช 3  โดยมี น.ส. วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 3) จำกัด พร้อมด้วยนายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี         โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จำกัด ให้การต้อนรับ ณ โครงการโซล่าฟาร์ม (โคราช3) เลขที่ 88/8 หมู่ 4 ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา


              โครงการโซล่าฟาร์ม (โคราช3) ของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 3) จำกัด เป็น 1 ใน 34 โครงการของบริษัท     เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ที่กระจายไปอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตั้งอยู่ในเขตอำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา บนเนื้อที่ 95 ไร่ 31 ตารางวา โดยมีมูลค่าการลงทุน ประมาณ  650 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นหลักได้แก่ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ทุนจดทะเบียน 162.5 ล้านบาท ที่เหลือได้รับการสนับสนุนเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงการจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าสู่ระบบจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555


              นายอารักษ์ กล่าวว่า  รัฐบาลได้มีนโยบายด้านพลังงานในการส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศซึ่งเป็นถือว่าเป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มการลงทุนในโครงการพื้นฐานด้านพลังงาน และพัฒนาให้เป็นศูน์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์ ตลอดจนสร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน โดยแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งให้มีการกระจายแหล่งและประเภทพลังงานให้มีความหลากหลายเหมาะสมและยั่งยืน           

           
              น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงโครงการโซล่าฟาร์มโคราช 3 ว่า  ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพลังงานได้ให้การ     สนับสนุนและให้คำแนะนำแก่บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) มาโดยตลอด จนบริษัทสามารถประสบผลสำเร็จ ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพและสร้างเศรษฐกิจแก่ท้องถิ่น ได้เป็นอย่างดี และนอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้วบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ยังได้รับการสนับสนุนโครงการจาก ผู้บริหารในระดับจังหวัด อำเภอ และผู้นำท้องถิ่นอีกด้วย เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อุตสาหกรรมจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด นายอำเภอสีดา และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามเมือง ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ และถือว่าทุกท่านเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทย เป็นชาติผู้นำด้านการพัฒนาระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอาเซียน

           
              นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ การพัฒนาธุรกิจด้านพลังงานทดแทน ถือเป็นหนึ่งในสามธุรกิจหลักของบริษัทฯ เรามุ่งเน้นขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ชีวมวล และแสงอาทิตย์ เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงพลังงานที่ต้องการลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าด้วยการใช้เชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง  ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถพัฒนากำลังผลิตจากพลังงานทดแทนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 100 เมกะวัตต์  จากทั้งหมด 15 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 11 แห่ง ทั้งนี้ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีส่วนช่วยผลักดันแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของบริษัทฯ ให้บรรลุผลสำเร็จ ด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งของบริษัทฯ และความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจผลิตไฟฟ้า บริษัทฯ พร้อมที่จะผนึกความร่วมมือกับเอสพีซีจี พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งอื่น ๆ ต่อไป เพื่อประโยชน์ของประเทศ สังคม และสิ่งแวดล้อม"

           
              พร้อมกันนี้ นางสาววันดี ได้กล่าวถึงโครงการโซล่าเพาเวอร์ (โคราช3) และ ความคืบหน้าของโครงการโซล่าฟาร์ม ทั้ง 34 โครงการ ณ ปัจจุบันว่า “การเลือกสถานที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นที่ตั้งในการจัดทำโครงการโซล่าฟาร์ม เนื่องจากเป็นที่ราบสูงไม่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีความเข้มของแสงที่ดีมีประสิทธิภาพต่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กระบวนการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดไม่ก่อให้เกิดอันตราย ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีความมั่นคงเป็นพลังงานที่สะอาด ลดภาวะโลกร้อนและที่สำคัญบริษัทฯ มีเจตนารมณ์ที่จะให้โซล่าฟาร์มเป็นประโยชน์ต่อชุมชนทั้งในด้านการจ้างงานการให้ความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า จากแสงอาทิตย์และการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆในพื้นที่

           
              ทั้งนี้ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาโครงการโซล่าฟาร์มแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้า ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วรวม 9 โครงการ ทุกโครงการมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทฯ ได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น แผงเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ เคียวเซร่าจากประเทศญี่ปุ่น เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) SMA จากบริษัทประเทศเยอรมัน หม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ภายในประเทศที่ได้รับรองคุณภาพจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว สำหรับวิศวกรและผู้รับเหมาติดตั้งเป็นแรงงานไทยล้วนๆ นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้นำระบบ SCADA มาใช้ในโซล่าฟาร์ม สามารถควบคุมการทำงานของ Inverter แต่ละตัว เก็บบันทึกข้อมูลประเมินผลการทำงานของ การผลิตไฟฟ้าในโซล่าฟาร์มส่งอ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ในระบบ CDMA เพื่อส่งข้อมูลไปยัง Monitoring Center ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ สำหรับโครงการโซล่าฟาร์มที่เหลือบริษัทฯ จะเร่งดำเนินการก่อสร้างและ จายไฟฟ้าให้เสร็จภายในปีนี้ร่วม 16 โครงการ และจะแล้วเสร็จทั้งหมด 34 โครงการในปี 2556

           
              โดยภายหลังจากพิธีเปิดโครงการโซล่าฟาร์ม (โคราช 3) อย่างเป็นทางการผ่านพ้นไปแล้ว นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์และนางสาววันดี กุญชรยาคง ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์ จำนวน 50 ทุน รวมทั้งมอบหนังสือแก่ห้องสมุดจำนวน 3 โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็กจำนวน 3 แห่ง จากนั้นนางสาววันดี         กุญชรยาคง ได้พานายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ เยี่ยมชมโครงการและการทำงานของโครงการโซล่าฟาร์ม (โคราช 3)ก่อนเดินทางกลับ