
ล้วงตับสุดสัปดาห์:'ก้มหน้าก้มตา'
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว
เรื่องฮาระหว่างทัวร์ลุ่มน้ำ ก็ตอนประชุมเทเลคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าฯ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ถึงคิว “เกษม วัฒนธรรม ผู้ว่าฯแพร่” เล่นก้มหน้าก้มตาอ่านรายงาน กระทั่ง "นายกฯ" กดไมค์จะถามบ้างก็ไม่หยุดอ่าน เหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียกจน “มท.1 ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” ในฐานะลูกพี่ต้องช่วยเรียก “เกษม เกษม ...เสม เสม หยุดก่อน” แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้
แถมหลังจบรายงาน “พ่อเมืองแพร่” ยังแอบพูดหลังไมค์ให้ "นายกฯ" ได้ยินด้วยนะว่า “จังหวัดเราดีกว่าใครเพื่อนเลย” ทำเอานายกฯ ปูหัวเราะก๊ากน้ำตาเล็ดเกือบหงายหลังตกเก้าอี้
มาถึงพ่อเมืองรถม้า “ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าฯ ลำปาง” มาฟอร์มเดียวกัน ก้มหน้าก้มตาอ่าน ไม่วาย “มท.1” ต้องช่วยเรียก “ธวัชชัย อย่าก้มหน้าก้มตาอ่านสิ ให้นายกฯ ท่านพูดบ้าง” ฮ่าๆ
"ทักษิณ-ปรีดี"
นานๆ ออกมาที แต่ยี่ห้อระดับ "นพ.ประเวศ วะสี" ราษฎรอาวุโส ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ พูดที่ไหนเป็นอันต้องติดตาม อย่างล่าสุด “หมอประเวศ” ได้ไปร่วมการเสวนาเรื่อง "สมานฉันท์ปรองดองในมุมมองของศาสนาและประชาชน" ที่สถาบันพระปกเกล้าจัดขึ้น
บรรยายบนเวทีไม่ยักเป็นข่าวเท่าไร แต่ที่ถูกนำมาพูดถึงเห็นจะประเด็นที่ให้สัมภาษณ์แบบคนผ่านร้อนผ่านหนาวว่า การออกกฎหมายไม่น่าจะทำให้เกิดความปรองดองได้จริง ซ้ำยังออกปากเตือน "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี หากคำนึงถึงภาพรวมให้เลิกคิดถึงการกลับบ้านไปก่อน
เพราะกรณีของ "ทักษิณ" เปรียบได้กับกรณีของ "อ.ปรีดี พนมยงค์" ที่มีทั้งคนรักและคนชัง การกลับมาแบบไม่เป็นมติเอกฉันท์ย่อมนำมาซึ่งความวุ่นวายพอๆ กับจะเกิดเหตุการณ์สงบ
ยิ่งพูดก็ยิ่งถูก แต่ที่ "อาจารย์หมอ" ลืมบอกไปก็วันนี้เห็นทีความขัดแย้งมันไปไกลมากกว่าจะมัวนั่งเถียงว่าใครควรกลับหรือไม่ ค่าที่ว่าการหาข้อยุติใน “จุดเริ่ม” แห่งความปรองดองคงยาก
เอาง่ายๆ แค่เรื่องของ “ปรีดี-ทักษิณ” คนฟังเรื่องเดียวกันหากสวมเสื้อคนละสีคงยังตีความคนละอย่างว่าที่เหมือนกันนั้นเป็นเพราะการทำคุณความดี หรือถูกคนกลั่นแกล้งจนเป็นผู้ร้าย แบบมิอาจเหยียบประเทศไทยได้อีก ?
"ทีหลังดัง กว่า!"
เกมการเมืองใน “รัฐสภา” ช่วงก่อนปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ขอบอกว่า... ใครพลาดแล้วจะเสียดาย !
เพราะมีการชิงไหวชิงพริบ โอกาส และจังหวะ อย่างมีกลยุทธ์
ในวันที่ “ส.ส.แดง เพื่อไทย” งัดข้อกับ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ด้วยการขอมติจากที่ประชุมให้ “ค้านคำสั่ง ที่ให้รัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จน “ฝ่ายค้าน” ต้องงัดไม้ตาย “วอล์กเอาท์” ออกมาใช้
บรรยากาศชุลมุน ที่เหมือนจะคุกรุ่น ประหนึ่ง โดยสุมไฟ
“ส.ส.สุรินทร์ จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พรรคเพื่อไทย กลับดี๊ด๊า...เดินไปสอดแนม ย่านที่นั่ง “พรรคประชาธิปัตย์” ด้อมๆ มองๆ ไม่พอ กลับ “นั่งทับที่” เก้าอี้ประจำของ ส.ส.คู่ปรับ "เฮียแจ๊ค" วัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
นั่งไม่พอ...ยังส่งยิ้มแฉ่ง...ประหนึ่งสื่อสารไปหา “สุนัย จุลพงศธร ส.ส.รุ่นพี่ พรรคเพื่อไทย” ให้มาเก็บภาพเป็นที่ระลึก จนกลายเป็นภาพชวนหัว ให้บรรดา “ส.ส.เพื่อไทย” ที่นั่งในห้องประชุมหัวเราะกันครื้นเครง
ความบันเทิง มีไม่เคยยาว หลังจากที่ "อุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล” เหลือบมาเห็น เท่านั้นแหละ “จ่าประสิทธิ์” โดนกวักมือเรียกกลับเข้าที่พร้อมตำหนิ “เล่นแบบนั้นได้อย่างไร” ทำเอา “จ่าประสิทธิ์” หน้าเสีย เดินกลับเข้าที่นั่งประจำ
หลังจากผ่านพ้นการลงมติว่าที่ประชุมจะรับ “ญัตตินั้น” ไว้พิจารณาหรือไม่ แต่เสียงหายไป 5 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมรัฐสภาหมดสิทธิ์ !
พลพรรคประชาธิปัตย์ ที่แอบมองอยู่หลังประตู เฮลั่น พร้อมวิ่งเข้ามาในห้องประชุม ชูไม้ ชูมือ ประหนึ่ง เป็นทีมฟุตบอล ที่คว้าถ้วยฟุตบอลโลก
ส่วน “พลพรรครัฐบาล” สิครับ!! หน้าจ๋อยสนิท และมีบางคนที่ทนอายไม่ได้เดินออกจากห้องประชุมไปแบบเงียบๆ
แบบนี้เขาเรียกว่า... หัวเราะทีหลัง ดังกว่า ชิมิ ... ชิมิ
.....................
(หมายเหตุ : ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว)



