ข่าว

นับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่สาม(ตอนจบ)

นับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่สาม(ตอนจบ)

17 มิ.ย. 2555

นับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่สาม (ตอนจบ) : โดย...วัจน พรหโมบล

                 ความเคลื่อนไหวของไอทียูต่อกรณีการประกาศเตือนการระบาดของไวรัส "สตุ๊กซ์เน็ต" และ "เฟลม" นั้น เปรียบได้ดั่งความเคลื่อนไหวของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ส่งสัญญาณเตือนประเทศสมาชิกให้ระวังการระบาดของอาวุธชีวภาพที่ประเทศคู่กรณีนำมาใช้โจมตีกัน ยิ่งไปกว่านั้น รายงานจากบริษัทแคสเปอร์สกี้ แล็บ ที่ค้นหาต้นตอของไวรัสบันลือโลกทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่อง ระบุว่า ไวรัส สตุ๊กซ์เน็ต และ เฟลม ต่างมีที่มาจากแหล่งเดียวกันและมีการพัฒนาต่อยอดจากสตุ๊กซ์เน็ต สู่ไวรัสเฟลม อีกด้วย

                 เพราะการใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นอาวุธที่มีราคาถูกเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและผลิตอาวุธชนิดอื่นๆ ที่ใช้ทำลายล้างกันเป็นรูปธรรม แคสเปอร์สกี้ประเมินว่าต้นทุนการพัฒนาไวรัสเฟลมต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,000 ล้านบาท (ซึ่งน้อยกว่าค่าเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่น B-2 ของกองทัพอากาศสหรัฐ ที่มีมูลค่าลำละ 2 หมื่นล้านบาทหลายเท่า) และด้วยประสิทธิภาพในการทำลายเครื่องปั่นสารกัมมันตรังสี (ที่ใช้การหมุนรอบตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อแยกสารกัมมันตรังสีบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่า กระบวนการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์) รุ่น P-1 ที่อิหร่านมีอยู่ด้วยกันกว่า 5 หมื่นเครื่อง โดยการรับคำสั่งจากผู้ควบคุมไวรัสให้สั่งการเครื่อง P-1 ทำงานด้วยความเร็วรอบสูงเกินกว่าที่ตัวเครื่องจะรับได้จนเกิดความเสียหายและถูกทำลายจากการทำงานที่ผิดปกตินั้นเป็นจำนวนมาก

                 จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ที่มีโอกาสเข้าตรวจตราโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน แสดงให้เห็นว่า เครื่อง P-1 ของอิหร่านได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีการจัดหาเครื่องใหม่มาทดแทนในตำแหน่งเดิม แต่ร่องรอยการติดตั้งและถอดถอนเครื่องเก่ายังคงปรากฏให้เห็น

                 ประเด็นการใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นอาวุธชนิดใหม่เข้าโจมตีศัตรูของสหรัฐนั้น เริ่มต้นตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่ริเริ่มโครงการ "โอลิมปิก เกมส์" หรือชื่อรหัสการพัฒนาไวรัสคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐที่ได้นายทหารสายเหยี่ยวในกองทัพเป็นผู้ดูแล และแม้นายโอบามา ที่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐต่อจากนายบุช ก็ไม่มีความยับยั้งที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป แม้ครั้งหนึ่งนายโอบามาจะกล่าวต่อที่ประชุมเสนาธิการทหารในห้องลับที่เรียกว่า "ห้องสถานการณ์" ในทำเนียบขาวว่า "เราควรจะหยุดยั้งการโจมตีด้วยไวรัสนี้ไหม?" เพราะตระหนักดีว่าการควบคุมไวรัสสตุ๊กซ์เน็ตให้ทำลายเฉพาะเป้าหมายนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่นายโอบามาก็ไม่มีคำสั่งหยุดยั้งการโจมตีด้วยวิธีที่เงียบเชียบ และได้ผลดีออกมาแต่อย่างใด

                  แม้ผู้นำสหรัฐจะตระหนักดีว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ "มีความอ่อนไหว" ต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดในโลก เพราะสาธารณูปโภคทุกแห่ง และยุทโธปกรณ์ของกองทัพอยู่ภายใต้การควบคุมของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่โยงไยไปทั่วประเทศ หากมีการส่งไวรัสเข้าทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมสาธารณูปโภคส่วนหนึ่งส่วนใด ก็จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังส่วนที่เหลืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                  นอกจากนั้นเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังมีความอ่อนไหวต่อเสถียรภาพของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จากการที่ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐได้ก้าวไปสู่อุตสาหกรรมการเงินที่มี "สินค้า" เป็นตัวเลขดิจิตอล แทนการผลิตสินค้าออกมาเป็นรูปธรรม ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐจึงต้องประกาศว่า การโจมตีทางไซเบอร์ต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมสาธารณูปโภคจะถือเป็นภัยร้ายแรงของชาติและผู้กระทำจะถูกตอบโต้ด้วยอาวุธทางทหารอย่างรุนแรง เพื่อปรามไม่ให้ประเทศอื่นใด "กล้า" ที่จะกระตุกขนปีกนกอินทรี

                  แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้จะไม่มีการพิสูจน์ได้ว่า สหรัฐได้ใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตีประเทศคู่กรณี เช่น เกาหลีเหนือ ซีเรีย หรือ กองทัพแดงของสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธถึง "ความเป็นไปได้" ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ได้รายงานโดยอ้างความเห็นของอดีตผู้บริหารสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ในแนวทางดังกล่าว และในกรณีนี้กองทัพจีนก็ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเข้ารับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่จีนถือว่าเป็นภัยคุกคามระดับสูงของประเทศเช่นเดียวกัน

                  หากนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่คิดค้นทฤษฎี "นาฬิกาวันโลกาวินาศ" หรือ "ดูมส์ เดย์ คล็อค" มีการประชุมกันอีกครั้ง อาจจะมีการปรับตำแหน่งของเข็มยาวจากเลข 23.55 น. ไปยังเลขอื่นที่ใกล้เคียงกับเวลา 24.00 น. ที่เป็นสัญลักษณ์บอกว่าวันโลกาวินาศได้มาถึงแล้ว มากขึ้น หลังจากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ได้ปรับเลื่อนเข็มยาวไปสู่ตำแหน่งปัจจุบันเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ปะทุรุนแรงขึ้นมา

                   เงาแห่งสงครามโลกครั้งที่สามก็ชัดเจนขึ้นอีกระดับ เพราะผู้นำประเทศมหาอำนาจยังขาด "จริยธรรม" ในจิตใจดังเช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

....................................
(นับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่สาม (ตอนจบ) : โดย...วัจน พรหโมบล)