ข่าว

ไปเที่ยวกันไหม ?

ไปเที่ยวกันไหม ?

17 มิ.ย. 2555

ไปเที่ยวกันไหม ? : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

                เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา เรื่องของการเติมพลังให้ชีวิต ซึ่งน่าจะได้แนวคิดมาจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกอดต้นไม้ เพื่อถ่ายเทและถ่ายทอดพลังความอบอุ่น-ความเข้มแข็งระหว่างกัน หรือการหลับตานึกถึงสถานที่แห่งที่ 3 นอกจากเหนือจากบ้านและที่ทำงาน เป็นสถานที่แห่งที่ 3 ที่เราอาจจะเคยไปแล้วมีความสุข มีความทรงจำที่ดี ในหนังสือแนะนำให้หาที่เงียบๆ ระหว่างวันทำงานที่หนักหนาสาหัส หลบมุมเงียบๆ แล้วลองหลับตานึกถึงสถานที่แห่งนั้นในใจแค่ 5 นาที ก็ว่ากันว่า จะช่วยเติมพลังในระหว่างวันได้ไม่น้อย

                อ่านแล้วได้แต่นึกเศร้าใจว่า บางครั้งเราก็ใช้ชีวิตเหมือนเครื่องจักร จนต้องใช้จินตนาการเข้ามามีส่วนกระตุ้นพลังในการทำงาน เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่เวลาใครสักคนมาชวนให้ไปเที่ยวพักผ่อน แล้วได้รับคำตอบจากคนที่ไม่พร้อมเดินทาง ว่า "มีเวลา แต่ไม่มีเงิน"หรือบางคน "มีเงิน แต่ไม่มีเวลา" ขณะที่บางคนอาการหนักถึงขั้น "ทั้งไม่มีเวลาและไม่มีเงิน" กลายเป็นเรื่องความไม่สมดุลในการใช้ชีวิตที่เป็นโรคยอดนิยมในขณะนี้ โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานออฟฟิศ

               ยิ่งครึ่งปีแรกกำลังจะผ่านไป และกำลังจะเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ยิ่งทำให้หลายคนเริ่มบิดขี้เกียจ อยากสลัดตัวให้พ้นจากโต๊ะทำงาน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นประเภท

               "มีเวลา แต่ไม่มีเงิน" หรือ "มีเงิน แต่ไม่มีเวลา" ต้องลองจัดระบบชีวิตและวางแผนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเอาจริงเอาจังดูบ้าง อย่าคิดแค่ว่า การท่องเที่ยวหรือการหาเวลาพักผ่อนเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เสียเวลาและไร้สาระ เพราะหลายครั้งการเดินทางท่องเที่ยวก็ให้อะไรมากกว่าที่คิด

                ใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง คุณวสุ ศรีธิมาสถาพร ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาการเงินส่วนบุคคล  ธนาคารกสิกรไทย แนะนำเรื่องของการวางแผนท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการของ "เค-วีแพลน" ไว้อย่างน่าสนใจและเป็นขั้นเป็นตอน

                ขั้นแรก ก็คือ ต้องประมาณการค่าใช้จ่าย เริ่มจากการประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก่อน โดยเลือกจัดโปรแกรมการเดินทางด้วยตนเองว่าต้องการเดินทางอย่างไร เข้าพักที่ไหน และท่องเที่ยวที่ใดบ้าง นอกเหนือจากการท่องเที่ยวนอกที่พักแล้ว การใช้เวลาส่วนใหญ่ในรีสอร์ทหรือโรงแรมจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งโดยปกติค่าใช้จ่ายหลักๆ จะได้แก่ การเดินทาง อาหาร และที่พัก ดังนั้น แนะนำให้สอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์เดินทางมาก่อน หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ของที่พัก เว็บไซต์แนะนำที่เที่ยวประจำจังหวัด หรือกระทู้เปิด เพื่อช่วยให้ได้รับข้อมูลรอบด้าน และสามารถประมาณค่าใช้จ่ายได้โดยไม่คลาดเคลื่อนมากนัก

                ถัดมาก็เริ่มต้นออมเงิน โดยเลือกออมเงินหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสำหรับการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น

                "แนะนำให้กันเงินเก็บที่มีอยู่ หรือทยอยแบ่งรายได้บางส่วนไปสะสม โดยการออมหรือลงทุน ในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงไม่มากนัก อย่างเช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น หรือบัญชีเงินฝากประจำเผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ปกติ"

                 คุณวสุยกตัวอย่างการออมเงินเพื่อการท่องเที่ยว โดยสมมุติว่า ถ้าเราต้องการไปเที่ยวฮ่องกงในอีก 9 เดือนข้างหน้า โดยใช้บริการของบริษัททัวร์ที่มีค่าใช้จ่ายแบบเหมา 14,000 บาท นอกจากนี้ ยังต้องการซื้อสินค้าส่วนตัว 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,000 บาทสำหรับแผนการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ดังนั้น แนะนำเริ่มต้นออมเงินเดือนละ 2,000 บาท (18,000 บาท/9 เดือน) ในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ รวมถึงตราสารหนี้บริษัทเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง มีความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินปกติ

                 หรือใช้บริการบัญชีเงินฝากประจำเผื่อฉุกเฉิน ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ และฟรีประกันอุบัติเหตุ เป็นบัญชีเงินฝากที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือความจำเป็นอย่างเร่งด่วนทางการเงิน สามารถถอนเงินได้ทันทีเมื่อต้องการ กรณีที่ฝากไม่ถึง 3 เดือน ยังคงได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน และกรณีที่ฝากเงินตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ครบกำหนด 9 เดือน ก็ยังคงได้รับดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน อีกด้วย

                  อย่างไรก็ตาม การลงทุน หรือการฝากเงิน ควรอยู่ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีระยะเวลาลงทุนที่นานเกินกว่าวันที่เดินทาง

                  ขั้นตอนต่อมา ก็ต้องจัดทำแผนลาพักร้อนแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการกับงานต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นโดยไม่ต้องเหนื่อยมากนักก่อนออกเดินทาง ส่วนที่เหลือ ก็คือ เที่ยวแต่พอดี กินให้อร่อย นอนให้เต็มอิ่ม จะช่วยให้ได้ใช้ชีวิตในวันหยุดยาวสำหรับการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ และสุดท้าย คือ อัพเดทติดตามความเคลื่อนไหวที่ทำงานบ้างขณะท่องเที่ยว ไม่ได้หมายถึงให้แบกงานไปทำในวันหยุดพักผ่อน แต่การติดตามงานที่ทำอยู่ห่างๆ นอกจากจะช่วยให้ได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านแล้ว ยังทำให้เที่ยวได้อย่างไร้กังวล พร้อมสำหรับการกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

                 คุณวสุ แนะนำปิดท้ายว่า ที่สำคัญจะต้องหมั่นสังเกต ติดตาม และจดบันทึกรายละเอียดลงสมุดบันทึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยว เงินๆ ทองๆ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่ารายจ่ายเพื่อการท่องเที่ยวที่ได้วางแผนไว้สูงเกินกว่าเป้าหมายที่ได้ประมาณการไว้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี อีกทั้งยังช่วยทบทวนให้แผนการท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

                  ใช้ชีวิตให้สมดุล ไม่เบียดเบียนทุกข์หรือสุขของตัวเองให้มากมาย วุ่นวายเกินไป "ให้" รางวัลแก่ตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรอ "รับ" พลังชีวิตที่กลับมามากกว่า มีประสิทธิภาพกว่า แบบนี้ก็ต้องถือว่า "คุ้มค่ากว่า" จริงๆ

....................................
(ไปเที่ยวกันไหม ? : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล )