
'เทพไท'ชี้อำนาจปรับครม.อยู่ที่'แม้ว'
'เทพไท' ซัด นปช.สร้างวาทะกรรมการเมือง 'อำมาตย์ภิวัฒน์' หลังนัดชุมนุมวันครบรอบ 80ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชี้อำนาจปรับครม.อยู่ที่ 'แม้ว' จี้ 'ปู' แสดงภาวะผู้นำ
16 มิ.ย.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองและสร้างวาทะกรรมเรื่อง ตุลาการภิวัฒน์มาเป็นอำมาตย์ภิวัฒน์ ถือเป็นกระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่พยายามปลุกคนเสื้อแดงที่อ่อนล้าให้เคลื่อนไหวเข้มแข็งขึ้น โดยการนัดชุมนุมในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 80 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเสื้อแดงขัดแย้งทางผลประโยชน์ไม่ลงตัว สั่นคลอนตำแหน่งของแกนนำเสื้อแดงในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น จึงต้องเคลื่อนไหวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองภายในพรรคและในรัฐบาล
นายเทพไท กล่าวว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เห็นด้วย เรื่องแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ อาจกระทบนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. จึงเกิดความหวาดระแวงระหว่างคนเสื้อแดงในการปรับครม. ทั้งนี้ เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะปรับครม.ก็จะเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาอยู่ที่ฮ่องกง เพื่อให้แกนนำทางการเมืองเดินทางไปพบปะพูดคุยได้อย่างสะดวก เนื่องจากอำนาจการตัดสินใจทั้งหมด อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะเกิดกระแสความขัดแย้งเรื่องการปรับครม.ระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่นายกฯ ก็เป็นแค่ตุ๊กตา แต่งตัวโชว์ตัวออกงานไม่มีบทบาทความเป็นผู้นำ
“พ.ต.ท.ทักษิณต้องทบทวนภาพลักษณ์ของรัฐบาลและครม.พรรคเพื่อไทย เพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กลายเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม ไม่มีการแก้ปัญหาใดๆ ทั้งที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาค่าครองชีพ ของแพง และยังไม่มีการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมล่วงหน้า ถือเป็นความล้มเหลวสิ้นเชิง รวมทั้งกรณีของนายยงยุทธ (วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย) ก็มีการออกมายอมรับว่ามีการเลื่อยขากันเอง เพราะมีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่ามีแรงกระเพื่อมในรัฐบาลอย่างแน่นอน ผมแนะนำให้รีบปรับครม.ก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป 1 ส.ค.นี้ เพื่อให้เกิดความสงบ ก่อนที่จะเกิดมรสุมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอยากให้ฟังคำท้วงติงจากผู้ตรวจการแผ่นดิน หากดึงดันตั้งคนที่มีปัญหา จะทำให้นายกฯ ฝ่าฝืนความชอบธรรมซ้ำซาก ก็ควรเอาคนไม่มีมลทินมาดำรงตำแหน่ง แต่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะปรับครม.โดยเลือกคนจากความชอบส่วนตัว โดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ ใครที่รับใช้อย่างถวายหัวก็จะปูนบำเหน็จ เพื่อให้เป็นแรงจูงใจของคนต่อไปที่จะมารับใช้ตัวเอง คุณสมบัติเดียวที่พ.ต.ท.ทักษิณจะเลือกคือ ขอให้ถูกใจตัวเองก็พอ” นายเทพไท กล่าว
'เทพไท'จี้'ยิ่งลักษณ์'แสดงภาวะผู้นำ
นายเทพไท เสนพงศ์ แถลงว่า พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภา เป็นความชัดเจนทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการประชุมรัฐสภา ซึ่งแม้ว่าประธานสภาฯ จะออกมายืนยันว่า จะไม่มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 แต่ก็ยังมีความพยายามจาก กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เป็นส.ส.สายเสื้อแดง พยายามผลักดันให้ลงมติวาระ 3 ให้ได้ โดยโยนหินถามทางอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกบ้าน 111 พรรคเพื่อไทย ที่เสนอแนวคิดให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ
นายเทพไท กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ออกมาการันตีต่อสังคม ว่าจะไม่มีการผลักดันลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ก็จะทำให้สังคมไม่สบายใจ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนในฐานะที่เป็นผู้นำให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นสังคมจะเกิดการหวาดระแวงและไม่เป็นผลดี ต่อสถานการณ์การเมือง เพราะพรรคประชาธิปัตย์อยากให้การปิดสมัยประชุมมีบรรยากาศทางการเมืองที่สงบนิ่ง ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก
'เพื่อไทย'จวก'สุเทพ'กุข่าวชวนร่วมรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้ส่งคนไปเชิญให้พรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาล โดยแลกกับการเลิกต่อต้านรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพ.ร.บ.ปรองดองว่า เป็นการกุข่าวเหลวไหล เชื่อถือไม่ได้ ไม่มีใครในรัฐบาลบ้องตื้นไปชวนพรรคประชาธิปัตย์ให้มาร่วมรัฐบาลด้วย เพราะขณะนี้เสียงของรัฐบาลมีประมาณ 300 เสียง หากเอาพรรคประชาธิปัตย์มาอีกก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการสภา ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เหมือนน้ำกับน้ำมัน นโยบายไม่ตรงกัน คงเข้ากันไม่ได้ เราบริหารประเทศบนหลักประชาธิปไตย ไม่เคยบริหารให้มีคนเจ็บ คนตาย จำนวนมาก ไม่เคยเอาสปก.ไปแจกให้คนบุกรุกป่า ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เป็นเพียงฝันกลางวันของนายสุเทพเท่านั้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างพรบ.ปรองดอง จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น คิดว่าคงไม่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือร่างพรบ.ปรองดอง เพราะประธานสภาฯ พูดชัดเจนแล้วว่าจะทำในสมัยประชุมหน้า ถ้าหากจะเปิดจริงๆ คงเป็นเรื่องอื่นมากกว่า เช่น ร่างพรบ.งบประมาณ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเปิดสภาตอนไหน ก็ไม่มีความกังวลเรื่องการอภิปรายของฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำในการบริหารประเทศมา 10 เดือนนั้นไม่พบการทุจริต ไม่ได้ทำให้ประเทศเสียหาย พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องออกมาข่มขู่ เพราะเราไม่เคยกลัว อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ในการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยในวันที่ 18 มิ.ย.จะมีการหารือกันในเรื่องดังกล่าว รวมถึงจะมีการหารือเรื่องการจัดเวทีปราศรัย เวทีสานเสวนา ทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพรบ.ปรองดอง เพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์บิดเบือน สาดโคลนเพียงฝ่ายเดียว
"ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เช่น สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ มากกว่าที่จะมาทำตัวเป็นอันธพาล แพ้เลือกตั้ง แพ้โหวตในสภาฯ แล้วไปตั้งเวทีข้างถนน กล่าวหาบิดเบือนรัฐบาล เดี๋ยวจะถูกประชาชนตั้งฉายาว่า 2555 อันธพาลครองเมือง
ส่วนกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาท้าให้พรรคเพื่อไทยจัดเวทีชนกันนั้น รู้สึกผิดหวังที่นายสาทิตย์เป็นถึงอดีตรัฐมนตรี แต่กลับมีพฤติกรรมเหมือนแกนนำม็อบ พูดจาปลุกระดมต่อต้านรัฐบาล บิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งผมจะรวบรวบข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์ในทุกเวที หากกล่าวหาให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเสียหาย จะดำเนินการตามกฎหมาย" โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว



