
'พิทักษ์สิทธิ์'ภารกิจควบคุมฝูงชน
'พิทักษ์สิทธิ์'ภารกิจควบคุมฝูงชน : สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที
แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะลดความร้อนแรงลงไปในระดับหนึ่ง หลังจากมีการชะลอพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 และ พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งยังมีข้อขัดแย้งกันทางความคิดของหลายขั้ว หลากสี จนอาจจะนำไปสู่การนองเลือดนั้น ทางตำรวจที่มีหน้าที่คอยพิทักษ์รักษาความสงบของบ้านเมืองก็มิได้ผ่อนคลายไปด้วย แต่กลับซุ่มฝึกอย่างหนักหน่วงเพื่อเตรียมรับ "ม็อบการเมือง" ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเวลา!!
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ.1 แทบไม่ได้หยุดพักผ่อน หลังได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เข้ามารับหน้าที่ควบคุมสถานการณ์การชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการฝึกเตรียมความพร้อมให้แก่ตำรวจชุดปราบจลาจลของ บช.น. ที่ลานฝึกกองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง ศาลายา จ.นครปฐม
ภารกิจในการฝึกซ้อม จะฝึกชุดละ 3 กองร้อย กองร้อยละ 155 นาย แบ่งการฝึกเป็น 3 วัน วันแรกจะฝึกเรื่องพื้นฐานการควบคุมฝูงชน เช่น การจัดแถวระดับหมู่-หมวด การคัดกรอง การคุ้มกัน การสกัดกั้น การจับกุม วันที่สองจะอบรมการควบคุมฝูงชนขนาดเล็ก-กลาง วันสุดท้ายจะจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง โดยชุดแรกที่มาเข้ารับการฝึกจะเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน บช.น.2 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยคอมมานโด กองบังคับการกองปราบปราม 1 กองร้อย ชุดถัดมาจะเป็นการประกอบกำลังจาก บก.1-9 ใน บช.น. การซ้อมจะมีการป้อนสถานการณ์จริงเข้าไปในการฝึกซ้อมในรูปแบบต่างๆ ทบทวนใช้อุปกรณ์ปรับรูปขบวน ที่มีการยืนแบบใหม่ๆ มีการดีไซน์การฝึกจากประสบการณ์จริงที่ผ่านมา เพื่อให้รัดกุม ให้ปลอดภัย ลดการปะทะ ผลักดันแบบลดการบาดเจ็บ
นอกจากการฝึกพื้นฐานข้างต้นแล้ว ยังมีการจำแนกการฝึกไปอีก 2 ประเภท คือ การฝึกเพื่อประจันหน้าม็อบ เพื่อพิทักษ์พื้นที่ และการฝึกเพื่อยึดพื้นที่คืน ในส่วนนี้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น รถฉีดน้ำ รถยิงแก๊สน้ำตา รวมถึงเครื่องแอลแรด (LRAD) ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงรบกวนกลุ่มผู้ชุมนุม
“เรานำบทเรียนการควบคุมฝูงชนจากคราวก่อนมาปรับใช้ในครั้งนี้ อย่าง กรณีอุปกรณ์ไม่ครบก็จัดหามาให้ครบและเหมาะสมยิ่งขึ้น ตอนนี้ สตช.ได้มอบเครื่องแอลแรด กระบองยาง โล่ หมวกกันแก๊สรุ่นใหม่ที่นานาชาติเขาใช้ กระสุนยางที่ใช้ในการควบคุมฝูงชน” พล.ต.ต.ปริญญา กล่าว
หลักการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์นั้น ต้องดูสถานการณ์ขณะนั้นว่ารุนแรงแค่ไหน ถ้าดูแล้วไม่มีความรุนแรงอะไรก็จะใช้แต่เสื้อเกราะเครื่องป้องกันตัวอย่างเดียว เอาไหล่ดันกันไม่ให้ม็อบเข้ามาตามแนวที่กำหนดไว้ เว้นเสียแต่ว่า หากมีการใช้ความรุนแรง เริ่มตั้งแต่เอาคันธงมาเป็นอาวุธ ก็จะเอาโล่ เอากระบองมา แต่ยังไม่ได้สั่งตีทันทีทันใด จะมีวิธีตีตามขั้นตอน เมื่อม็อบเข้ามาประชิดตัว และหากรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมก็จะใช้เครื่องแอลแรดส่งเสียงไล่เขาออกไป เอาน้ำฉีด หากเขายังเข้ามาอีกก็ยิงแก๊สน้ำตาและหากรุนแรงจนเอาไม่อยู่ก็จะต้องใช้กระสุนยางยิงผลักดันเขาออกไป โดยมีระยะหวังผลอยู่ที่ 20 เมตร
สำหรับหัวใจของตำรวจปราบจลาจลนั้น พล.ต.ต.ปริญญา บอกอย่างหนักแน่นว่า เจ้าหน้าที่จะต้องยึดมั่นในหน้าที่ของตัวเอง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้รับฝึกอบรมมา และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น อย่าเอาอารมณ์ไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลกระทบอะไรกลับมา เพราะผู้ที่สั่งจะต้องรับผิดชอบทุกๆ อย่าง
“หลังจากนี้ผมก็ตอบไม่ได้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่ถ้าถามว่าคนเบื่อไหม ตอบได้เลยว่าเบื่อ บางกลุ่มเชื่อว่าสังคมต้องไปในทิศทางนี้ แต่อีกกลุ่มเชื่ออีกอย่าง สมัยก่อนจะไฮด์ปาร์คก็จะอยู่สนามหลวง แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปยึดสถานที่ราชการ ปิดถนน เราจึงต้องทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของประชาชนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง” พล.ต.ต.ปริญญา ย้ำถึงหน้าที่!!
............
(หมายเหตุ : 'พิทักษ์สิทธิ์'ภารกิจควบคุมฝูงชน : สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที)



