
โยงข้อมูลโจร'อาเซียน'บีบอาชญากรรมเล็กลง
โยงข้อมูลโจร "อาเซียน" บีบอาชญากรรมเล็กลง : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.
หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ในฐานะตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามร่วมกับนายแกรี่ เลวิส ผู้แทนระดับภูมิภาคของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เพื่อทำบันทึกข้อตกลงในการปราบปรามอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งสหประชาชาติให้การสนับสนุนกิจกรรมตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่ บช.ก. นำทฤษฎีจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ต่อสู้กับอาชญากรในประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน ซึ่งประสบผลสำเร็จในต่างประเทศมาแล้ว
การร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นในการปราบปรามอาชญากรรมอาเซียนก็ว่าได้ หลังจากสหรัฐจัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชี “Tier 2 Watch list” คือ ประเทศที่ต้องจับตาเฝ้าระวังในเรื่องการค้ามนุษย์ ถึง 2 ปีซ้อน คือปี 2553 ต่อเนื่อง 2554 ครั้งนี้ บช.ก.จะเป็นหัวหอกในการแก้ปัญหาดังกล่าว
- ปี 2558 เมื่อประชาคมอาเซียนเริ่มมีผล สถานการณ์การค้ามนุษย์จะเป็นอย่างไร
การค้ามนุษย์เราต้องมองในทุกมิติ คนใช้แรงงาน คนจน คนยากไร้ หรือแม้แต่คนรวยก็อาจตกเป็นเหยื่อ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ใน 2 ลักษณะคือ ส่วนหนึ่งถูกส่งเข้ามา ถูกขายเข้ามา อีกส่วนที่ดิ้นรนแล้วมาติดกับขบวนการพวกนี้ กลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ เมื่อประชาคมอาเซียนรวมเป็นหนึ่ง กฎหมายต่างๆ ที่มีจะทำให้การปราบปรามง่ายขึ้นจากเดิมที่แต่ละประเทศทำกันเองไม่เป็นเอกภาพจนกลายเป็นช่องว่าง ต้องยอมรับว่าข้อมูลขบวนการค้ามนุษย์ยังไม่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐ มีคำถามว่าแล้วเราจะแก้กันอย่างไร
"มีเรื่องเล่าว่าเด็กคนหนึ่งเดินอยู่ริมทะเล พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น แต่มีปลาดาวมาติดอยู่ริมหาด ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นปลาดาวก็จะตาย เด็กคนนี้ก็ค่อยๆ เดินไปเก็บปลาดาวโยนลงทะเล กระทั่งมีคนแก่บอกว่า หนูเอ๋ยจะเก็บเท่าไหร่ถึงจะหมด เด็กก็ตอบคนแก่ไปว่าตัวไหนที่หนูช่วยได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไป ก็เปรียบกับเรื่องปัญหาค้ามนุษย์"
การค้ามนุษย์ต้องยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ ต้องแก้ไขระเบียบระหว่างประเทศ ระเบียบตำรวจ วิธีการของเจ้าหน้าที่มักเน้นการจับ แต่ก็มีตำรวจส่วนหนึ่งไปเอาเงิน รีดไถต่างด้าว ยึดเงิน โดยอ้างตัวเป็นตำรวจ ถึงแม้ระบบจะดีแต่ยังดีไม่พอ ทุกฝ่ายต้องมานั่งคุยกันไม่ว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งเพิกเฉยก็จะล้มเหลว ทุกภาคส่วนควรเชื่อมโยงกันหมด ถ้าระบบถูกต้องมีการเข้าออกประเทศไหนก็รู้หมด หนีไปอยู่ที่ไหนก็กดดัน
- ถ้าทุกประเทศในอาเซียนร่วมมือกันก็น่าจะประสบความสำเร็จ
ทางทฤษฎีก็ใช่ แต่ที่ผ่านมาทุกประเทศในอาเซียนก็มีปัญหาของตัวเอง จึงยังไม่ถึงขั้นที่มองเห็นความสำคัญของความร่วมมือ แต่ในเร็ววันนี้คงมองถึงการสร้างระบบมากขึ้น ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อกันได้ โดยออสเตรเลียเข้ามาช่วยสร้างระบบเชื่อมต่อกับประเทศต่างๆ ณ วันนี้ออสเตรเลียลงทุนเชื่อมต่อข้อมูลไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งต้องจ่ายเงินถึงเดือนละ 1 แสนบาท ตำรวจก็ยังใช้ข้อมูลไม่ได้หมด มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวต้องใช้เงินอีกเยอะ ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด
- ตอนนี้ บช.ก.เตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร
ตอนนี้เราเร่งพัฒนาคนใส่ความรู้เข้าไป ในแนวทางของโลกสมัยใหม่ ซึ่งมีกติกามากมาย ทั้งสิทธิมนุษยชน ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาเด็ก ปัญหาเหล่านี้เป็นแนวคิดทางตะวันตกที่ไปเอาคนมาเป็นแรงงานทาส เราก็ใส่ความคิด ใส่ระบบไป เราพยายามเก็บข้อมูลตั้งแต่วันนี้ เริ่มเชื่อมต่อข้อมูลที่เป็นอินเตอร์และส่งคนเข้าไปเรียนรู้ และใช้วิธีการสืบสวนที่เป็นสากล ต้องยอมรับว่า การวิเคราะห์ข้อมูลของเรายังไม่เก่งไม่ถูกต้อง ตรรกวิทยาที่นำมาใช้ต้องเกี่ยวข้องกับงานสืบสวน ควรมีการอบรมเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ และพยายามพูดคุยกับหน่วยงานอื่นๆ ข้างเคียง เริ่มส่งคนไปในประเทศอาเซียน พบปะพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น ตอนนี้มีการส่งตำรวจไปในประเทศลาว พม่า จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เพื่อให้เรียนรู้ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่าเขาทำกันยังไง ช่องทางของอัยการสูงสุด ช่องทางกระทรวงการต่างประเทศ เพราะตำรวจเราก็ไม่เข้าใจกฎหมายใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และวิธีการในสืบสวนเรื่องพวกนี้ ต้องมีการเก็บข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
- ยูเอ็นเข้ามามีส่วนอย่างไรในการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์
ยูเอ็นเข้ามาช่วยเหลือโดยตลอดโดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ เมื่อเขาเห็นบช.ก.ใช้รูปแบบตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) เป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาของตำรวจและสังคมในศตวรรษ 21 และมองว่าวิธีนี้ได้ผลจึงเข้ามาสนับสนุน โดยยูเอ็นได้สนับสนุนเรื่องของความรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันในการประสานเป็นตัวเชื่อมให้ และการที่ยูเอ็นเข้ามาก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเพราะเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือก็เท่ากับว่าบช.ก.ไม่โดดเดี่ยว มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงตำรวจไทย ขณะเดียวกันยูเอ็นก็มาขอความช่วยเหลือจากเราในการเผยแพร่ความรู้และวิชาการสืบสวน โดยตำรวจที่เราส่งไปเรียนที่แคนาดาก็กลับมาแล้ว ไปเอาประสบการณ์เทคนิคต่างๆ จากนั้นยูเอ็นจะเอาไปเผยแพร่ประเทศในอาเซียนโดยให้เราเป็นต้นแบบถ่ายทอดให้แก่ประเทศต่างๆ ซึ่งเข้าใจปัญหาในภูมิภาคเอเชียได้ดีกว่า
- กฎหมายแต่ละประเทศ และแนวทางการปรับแก้ควรเริ่มจากตรงไหน
จริงๆ ผู้ปฏิบัติคือกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกฎหมายที่มีอยู่เฉพาะของการค้ามนุษย์ที่จะให้มีฉบับเดียวทั่วอาเซียนนั้นต้องบอกว่าวันนี้กฎหมายดีอยู่แล้ว เพราะมีมาก แต่วิธีการเทคนิคในการเผยแพร่ต่างหากที่ต้องปรับต้องยอมรับว่าแนวความคิดพวกนี้มาจากทางตะวันตก น่าจะเหมาะสมกับสภาพที่จะเอามาเป็นตัวอย่างได้
- ในแง่ความพร้อมของประเทศไทย เราควรเตรียมการอย่างไร
กำลังเรามีเยอะแต่ต้องพัฒนาคุณภาพ เรียนรู้กับขั้นตอนการประสานงาน การหาข่าวจนถึงการปฏิบัติและการจับกุม เพราะการค้ามนุษย์นั้นเป็นเครือข่ายทำเป็นขบวนการโยงใยไปหมด จุดอ่อนของตำรวจเราคือเรียนเยอะแต่กระจัดกระจายไม่ได้ลึกซึ้ง พอมาทำเกี่ยวกับอาชญากรรมลักษณะใหม่ๆ เราจะสู้ไม่ได้ ที่ผ่านมาคนที่ทำงานจริงๆ คือ ตำรวจชั้นประทวน แต่เราไม่ค่อยได้อบรมเพิ่มเติมความรู้ให้ แม้แต่รูปแบบการค้ามนุษย์บางคนยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นใช่หรือไม่
- ถ้าจะต่อสู้กับการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ในอาเซียนควรรวมเป็นหน่วยเดียวกันหรือไม่
ที่ดีที่สุดคือตำรวจต้องเป็นนักต่อสู้ขบวนการค้ามนุษย์ด้วย ทุกคนต้องรู้เข้าใจไม่ใช่มีปัญหาอะไรก็ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา ในทางปฏิบัตินั้นไม่เป็นผล เอเชียจะมีปัญหาที่คล้ายกันคือระบบพวก "พรรคพวก" เช่นถ้าเป็นพวกเป็นเพื่อนกันก็ให้ข้ามเรือมาได้เลย คือกติกาทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อมีความเสียหายก็ตรวจสอบได้ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีระบบพรรคพวก ระดับผู้บัญชาการต้องฟังเสียงผู้ปฏิบัติ ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว ไม่ใช่มีอำนาจก็ใช้ไปโดยไม่คิดแก้ปัญหา ต้องเอาเรื่องคุณภาพมาใช้ (quality policy) ซึ่งบช.ก.เริ่มใช้ระบบนี้แล้ว
- ความคาดหวังต่อตำรวจไทยควรจะไปถึงจุดไหนเมื่อประชาคมอาเซียนเริ่มต้นขึ้น
คาดหวังว่าการทำงานเป็นทีมจะดีขึ้น ตอนนี้ทุกประเทศมองแต่ตัวเอง ควรมองว่าเราอยู่บนโลกใบเดียวกัน ระบบข้อมูลในภูมิภาคนี้สู้ทางยุโรปหรือสหรัฐไม่ได้ ข้อมูลกลุ่มอาชญากรรมยังมีน้อยมาก ทั้งในอาเซียนและบ้านเรา ข้อมูลพวกนี้อีกสัก 10 ปี คงดีขึ้น แต่เรื่องแบบนี้ยุโรปเขาทำกันมา 30 ปี แล้วประสบความสำเร็จคือ เขาให้ความสำคัญกับงานเช่น ตำรวจต้องมีสมุดบันทึกว่าแต่ละวันเจออะไรมา เมื่อกลับถึงที่ทำงานก็จะส่งข้อมูลให้ส่วนกลางเก็บบันทึก ต่างกับบ้านเราที่ไม่มีการแชร์ข้อมูลกัน ขณะนี้ทางบช.ก.ได้ทำสมุดบันทึกเพื่อเก็บข้อมูล ก็ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยังมีบางส่วนไม่เข้าใจและปกปิดกันอยู่ ท้ายสุดก็ไม่ได้ผลอะไร ไม่เกิดการต่อยอด
- สิ่งที่อยากทำเพื่อปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซียน
ต้องใช้ระบบคุณภาพเข้ามาจัดการทุกภาคส่วน มีระบบคุณธรรม เมื่อทุกอย่างพัฒนา ปัญหาอาชญากรรมก็จะถูกบีบให้ลดลง คดีในเมืองใหญ่ๆ ก็จะเริ่มดีขึ้น ผมเป็นสมาชิกนิตยสารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมระดับโลก ผมได้ความรู้ใหม่ๆ ตำรวจไทยต้องมาถึงจุดนี้แล้ว ตำรวจบ้านเรามีมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่อาชญากรรมกลับมากขึ้น ตอนนี้เราเดินไปบ้านไหนก็พบแต่คนรับใช้ต่างด้าว งานประมง โรงงานอุตสาหกรรมก็เช่นกัน ต้องตั้งคำถามว่าคนไทยหายไปไหนหมด ธุรกิจพวกนี้สร้างความร่ำรวยให้คนบางคนเท่านั้นและพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ทำงานและไปเรียกรับผลประโยชน์นี่แหละคือสิ่งที่สังคมไทยพลาด !!
...........
(หมายเหตุ : โยงข้อมูลโจร "อาเซียน" บีบอาชญากรรมเล็กลง : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.)



