ข่าว

กระทิงดุคืนฟอร์มโวคว่ำโครแอต

กระทิงดุคืนฟอร์มโวคว่ำโครแอต

16 มิ.ย. 2555

สเปน คืนฟอร์มดุไล่ถลุง ไอร์แลนด์ 4-0 บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือกระทิงชมลูกทีมเล่นสมบูรณ์แบบ ตั้งเป้านัดสุดท้ายยังต้องคว้าชัย

           ศึกลูกหนังยูโร 2012 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เป็นการเล่นนัดที่ 2 ของกลุ่ม ซี คู่แรกที่ปอซนัน มูนิซิปัล สเตเดี้ยม "อัซซูรี" อิตาลี ที่มี 1 แต้ม พบ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ที่มี 3 แต้ม เกมนี้อิตาลีเปิดเกมได้ดีกว่า ก่อนมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 39 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ อันเดรีย ปิร์โล จากนั้นในครึ่งหลัง โครเอเชีย เริ่มตอบโต้ได้บ้างและมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากความผิดพลาดของ จอร์โจ คิเอลลินี ที่ปล่อยให้ อิวาน สตรินิช เปิดบอลให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ซัดเสียบเสาเข้าไป จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาเสมอกัน 1-1 โครเอเชีย มี 4 แต้ม ขณะที่อิตาลี มีเพิ่มเป็น 2 แต้ม

          หลังเกม เซซาเร ปรันเดลลี โค้ชทีมชาติอิตาลี ออกมาตำหนิลูกทีมที่ขาดความคม แม้จะครองเกมได้มากมาย แต่กลับปิดสกอร์ไม่ได้ รวมทั้งยังขาดสมาธิ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่จะทำอย่างไรในการณ์ที่ทีมสมควรชนะ เรื่องร่างกายโครเอเชียแข็งแกร่งกว่า ในเกมนี้อิตาลีเล่นดีกว่า 

          "ผมไม่ได้โกรธแต่รู้สึกเจ็บปวดมาก เพราะเมื่อคุณเล่นฟุตบอลและสร้างโอกาสทำประตูได้ขนาดนี้ต้องปิดเกมได้ แต่ฟุตบอลเป็นเกมแปลก เพราะถ้าคุณปล่อยให้คู่แข่งเปิดบอลจากด้านข้างแค่ครึ่งเดียว มันจะเปลี่ยนทุกอย่างที่คุณสร้างขึ้นมา เราขมขื่นแต่ต้องพยายามไปต่อให้ได้ เพราะตามทฤษฎีแล้วยังไม่ตัดสิน มันยังไม่ได้หมดโอกาส"

          ด้าน สลาเวน บิลิช นายใหญ่โครเอเชีย ออกมาโวย ฮาเวิร์ด เวบบ์ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษที่ไม่ยอมให้จุดโทษในจังหวะที่ ติเอโก มอตตา ไปทำฟาวล์ นิกิชา เยลาวิช บริเวณมุมเขตโทษ แล้วให้เพียงแค่เตะมุม แต่กลับให้ใบเหลืองกองหลังอิตาลี ซึ่งตอนนั้นโครเอเชียไล่ตาม 0-1 ก่อนจะได้ประตูตีเสมออีก 15 นาทีต่อมา พร้อมกับกล่าวว่าการทำหน้าที่ของเวบบ์ในนัดนี้ไม่ดีเลย ตัดสินช่วยอิตาลี แต่ยอมรับว่าการเล่นกับทีมใหญ่กว่าก็ต้องรอโอกาส และสมควรได้แต้มแล้ว

          "เมื่อคุณเล่นกับทีมใหญ่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้บอล เราต้องรอโอกาสของเรา พวกเขาเล่นได้ดีกว่าในครึ่งแต่ แต่เรากลับมาเล่นได้แล้วคว้าโอกาสมาได้ในครึ่งหลัง สำหรับครึ่งแรกเราถูกขู่เล็กน้อย เพราะอิตาลีกดดันใส่ เราไม่ได้เล่นดีที่สุด เราสามารถทำได้ดีกว่านี้มาก และแสดงออกมาในครึ่งหลัง บางทีเราขาดความอดทน และยิงจากนอกกรอบเขตโทษ เราต้องดุดันกว่านี้ และพยายามครองเกมแดนกลาง เราเกือบชนะเหมือนกัน ผมต้องยินดีกับทั้งสองทีม มันเป็นเกมที่ดี และผมพอใจกับผลที่ออกมา"

 

          อีกคู่ที่กดังส์ค อารีนา "กระทิงดุ" สเปน ที่มี 1 แต้ม พบ "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ ที่ยังไม่มีแต้ม เกมนี้ สเปน ส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ลงมาเป็นกองหน้า หลังจากนัดแรกใช้กองกลาง 6 ตัว เพียงแค่ 4 นาที แชมป์เก่าได้ประตูนำ 1-0 จากลูกยิงแสกหน้าของตอร์เรส จากนั้นในครึ่งหลังผ่านไปแค่ 4 นาที สเปนหนีเป็น 2-0 จาก ดาวิด ซิลบา นักเตะกระทิงดุครองเกมได้หมดมาได้ประตูที่ 3 จากตอร์เรส ในนาที 70 และปิดท้ายด้วยลูกยิงเต็มเหนี่ยวของ เชส ฟาเบรกาส นาที 83 หมดเวลา สเปน ชนะ 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม ส่วนไอร์แลนด์ ไม่มีแต้ม ตกรอบเป็นทีมแรก

          หลังการแข่งขัน บิเซนเต เดล บอสเก โค้ชทีมชาติสเปน กล่าวว่า มีความสุขกับผลงานของลูกทีมที่คว้าชัยชนะมาได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะไอร์แลนด์ลงไปตั้งรับกันแน่น สิ่งสำคัญสุดคือการครองบอลและเล่นอยู่ในแดนคู่ต่อสู้ เกมนี้สเปนยิงได้ถึง 26 ครั้ง เป็นสถิติที่สำคัญ นอกจากนั้นยังรู้สึกประทับใจคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่จัดการเกมรุกของไอร์แลนด์ได้อยู่หมัด 

          "ผมคิดว่าเราเล่นได้สมบูรณ์ ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ และเรารู้สึกว่า เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นนักเตะที่เหมาะกับเกมนี้ เขาเป็นผู้เล่นที่หาที่ว่างได้ และมีความเร็วที่แหลมคม เรามีนักเตะ 23 คนในทีม และทุกคนมีความสามารถที่จะลงเล่น เราส่ง เฟอร์นันโด ลงในเกมนี้แล้วบอกให้เขาเล่นให้แม่นยำอย่างควรที่ทำ ไม่มีคำถามเกี่ยวกับเราในเรื่องความคิดว่าจะเสมอกับโครเอเชียในเกมสุดท้าย เราคุยกันก่อนเกมกับไอร์แลนด์ว่าเหลืออีก 2 นัด และเราต้องการชัยชนะทั้งคู่ มันยังไม่เปลี่ยนแปลง ในทัวร์นาเมนต์อย่างนี้คุณจะลดการ์ดลงมาไม่ได้"

          ด้าน โจวานนี ตราปัตโตนี โค้ชชาวอิตาเลียนของไอร์แลนด์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกมกับโครเอเชียแล้วที่เสียประตูเร็ว แล้วต้องโยนแผนที่เตรียมไว้ทิ้ง เรารู้ว่าเจองานยาก แต่เกมนี้กองกลางต้องสนับสนุนกองหน้า ประตูแรกทำให้ไอร์แลนด์ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ความผิดพลาดส่งให้ทีมกระเด็นตกรอบ ทั้งที่ในตอนซ้อมกลับไม่พลาดอย่างนี้

          "สิ่งที่เกิดในเกมกับโครเอเชีย เกิดขึ้นอีกครั้ง สเปนสาธิตให้เห็นคือทีมคุณภาพ และทำให้เรารู้ซึ้งทีเดียว พวกเขาเล่นเข้ากันในทุกตำแหน่ง เหมือนกับวงออเคสตา เรามาแข่งรายการนี้ด้วยความมั่นใจ แต่ผมทิ้งไว้แค่ความผิดหวังของนักเตะไอริช กองเชียร์ของเราสมควรได้รับการคารวะ พวกเขายังปรบมือและเชียร์เมื่อเราตามหลัง ผมเศร้าใจอย่างยิ่งกับพวกเขา ในเกมต่อไปกับอิตาลีเราจะพยายามจากไปด้วยการยืดอกอย่างภูมิใจ"

 

          สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่ม ซี ในวันที่ 18 มิถุนายน โครเอเชีย พบ สเปน และอิตาลี พบ ไอร์แลนด์ เวลา 01.45 น. โดยสถานการณ์กลุ่มนี้ หากสเปน หรือโครเอเชีย ชนะจะเป็นแชมป์กลุ่ม แต่ถ้าเสมอ 1-1 แล้วอิตาลีชนะไอร์แลนด์ ไม่ถึง 2 ลูก อิตาลีจะตกรอบ ถ้ายิง 2-4 ประตู อิตาลีเป็นรองแชมป์กลุ่ม โครเอเชียตกรอบ ถ้ายิงมากว่านั้นจะได้แชมป์กลุ่ม สเปนเป็นอันดับ 2 โคเอเชียตกรอบ แต่ถ้า สเปนกับโครเอเชีย เสมอ 2-2 จะจูงมือกันเข้ารอบ เนื่องจากมีสกอร์มินิลีกเหนือกว่าอิตาลี

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------