ข่าว

พระคลั่ง!คว้ามีดฟันคอตัวเองสาหัส

พระคลั่ง!คว้ามีดฟันคอตัวเองสาหัส

15 มิ.ย. 2555

พระคลั่ง! คว้ามีดฟันแขน-ขา-ลำคอตัวเอง ก่อนปีนสะพานกระโดดน้ำหวังฆ่าตัวตาย โชคดีจนท.ลงไปช่วยทัน อาการสาหัส อีกคดี ตร.อุบลฯ รวบ 2 พระค้ายาบ้า 50 เม็ด

                      15 มิ.ย.55 พ.ต.ท.อานุภาพ ผิวอ่อน พนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งเกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากพบเห็นพระจากต่างถิ่นซึ่งไม่เคยพบเห็นหน้ามาก่อน เดินธุดงค์ผ่านมาในหมู่บ้านชีลอง ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ อยู่ดีๆเกิดมีอาการคลุ้มคลั่ง ดึงมีดโกนออกมาจากย่าม และเดินเหมือนคนมีอาการไม่ปกติ หยุดอยู่ที่บริเวณกลางสะพานห้วยชีลอง แล้วใช้มีดกรีดเข้าที่ แขน ขา และที่ลำคอตนเอง ก่อนที่จะปีนขึ้นไปกระโดด สะพานหวังฆ่าตัวตาย ลงลำห้วยชีลอง จึงรีบขอกำลังให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรุดไปที่เกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน

                      ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมคนไปช่วยพร้อมชาวบ้านใกล้เคียง กระโดดน้ำตามลงไปช่วยขึ้นมาจากน้ำไว้ได้ทันในเวลาไม่นานกว่า 10 นาที ก่อนที่จะช่วยกันเร่งนำตัว พระรูปนี้ส่งโรงพยาบาลชัยภูมิไว้ได้ ซึ่งเบื้องต้นยังมีอาการบาดเจ็บจากการใช้มีดกรีดคอ และแขน ขา ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ไม่สามารถพูดให้การอะไรได้ แพทย์ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและจัดเวรยามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ช่วยดูแลความปลอดภัยไว้ก่อนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ซึ่งหากพระรูปนี้อาจมีสติฟื้นกลับคืนมา และอาจจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งพยายามฆ่าตัวตายซ้ำอีกได้

                      ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อพระรูปนี้ภายหลังคือ พระฉลาด คำแก้ว อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 4 ต.เพชรสาคร อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าในเบื้องต้นสาเหตุการคลุ้มคลั่งหวังฆ่าตัวตายของพระรูปนี้น่าจะเกิดจากอาการเสพยาเสพติดเกินขนาด หรือมีอาการเครียดจัดจากปัญหาครอบครัวก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งพยายามติดต่อญาติอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ ให้ทราบต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ หากใครสงสัยว่าเป็นญาติพระรูปดังกล่าวให้ช่วยติดต่อที่สภ.เมืองชัยภูมิ

 

ตร.อุบลฯ รวบ2พระ ค้ายาบ้า-กัญชา

 

                      วันเดียวกัน ร.ต.ต.ประจวบ สะบายสูงเนิน รอง สวป.สภ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี รับแจ้งจากสายลับว่า มีพระภิกษุ 2 รูป นำยาบ้ากับกัญชาติดตัว โดยได้ขึ้นรถโดยสารประจำทาง สายโพธิ์-อุบลฯ จึงได้นำกำลังชุดสืบสวนออกดักที่ตู้ยาม ริมถนนยุทธศาตร สายเขมราฐ-โขงเจียม เขต บ.ป่าข่า ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี พบพระภิกษุ 2 รูป ลักษณะตรงตามที่สายรายงานมา นั่งอยู่เบาะหลังของรถโดยสาร จึงแสดงตัวขอตรวจค้น

                      พบยาบ้า จำนวน 44 เม็ด เป็นยาบ้า สีแดง 43 เม็ด และสีเขียว 1 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก สีฟ้า พันด้วยเทปกาวสีดำ ซุกซ่อนอยู่ในชายผ้าสบง พันทับด้วยสายผ้าปติคด รอบเอว ในตัวพระภิกษุ สากล ทองใส อายุ 35 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 6 ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ส่วน รูปที่ 2 พบกัญชา จำนวน 1 ห่อ หนัก 8.2 กรัม บรรจุในถุงพลาสติก สีดำ ซุกซ่อนอยู่ในย่ามสะพาย ทราบชื่อภายหลัง ชื่อ พระภิษุ สมควร แสนเรือง อายุ 53 ปี บัตรประชาชนเลขที่ 3 หมู่ 8 ต.ภูเขาขาม อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จนท.จึงได้นำตัวไปให้เจ้าคณะอำเภอ โพธิ์ไทร ทำการสิกขาบท แล้วนำตัวมาสอบสวน

                      ในเบื้องต้น นายสากล ทองใส ผู้ต้องที่ 1 รับว่า สั่งซื้อยาบ้ากับชาวลาวคนหนึ่ง ในราคา 4 พันบาท ได้ยาบ้า 50 เม็ด พร้อมกับกัญชา อีก 1 ห่อ โดยได้รู้จักกับนายสมควร แสนเรือง ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งอาศัยอยู่ต่างวัด โดยตน เป็นพระอยู่ในพื้นที่ ส่วนนายสมควร เป็นพระต่างถิ่น อยู่ในวัดแห่งหนึ่งที่ จ.อำนาจเจริญ และในวันนี้ หลังจากที่ได้ ยาบ้าตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ก็จะพากันเดินทางไปพักที่วัดใน จ.อำนาจเจริญ และยาบเสพติดทั้งหมดนี้ พวกตนไม่ได้นำไปขายแต่อย่างไร หากแต่นำติดตัวไว้เพื่อเสพเท่านั้น เนื่องจากเคยติดยาบ้ามาก่อน โดยจะพากันเสพ วันละ 2 เม็ด เป็นการประหยัด เมื่อเสพแล้วก็จะทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยมีแรงอึดในการทำงาน ปัดกวาด วัดวาอารามเป็นต้น

 

ตร.เลยจับสึกเจ้าอาวาสแอบเสพยาบ้าคากุฏิ

                      พ.ต.ท.รัฐพล เพ็ญสงคราม สวป.สภ.วังสะพุง ได้รับแจ้งจาก ชาวบ้านบ้านปากเป่ง หมู่ 4 ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย ว่าพระสุพัฒน์ ธมฺมิโก เจ้าอาวาสวัดจอมมณี บ้านปากเป่ง และมีดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลหนองงิ้ว อ.วังสะพุง เสพยาบ้ามีอาการมึนเมา  จึงเดินทางไปที่วัดพร้อมด้วย พ.ต.ท.จันทา สาคร อาจารย์(สบ.2) กลุ่มงานอาจารย์ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ ภาค4ช่วยราชการ สภ.วังสะพุง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                      พบเจ้าอาวาสยืนอยู่หน้ากฏิ จึงแจ้งจุดประสงค์ให้ทราบ จากนั้นจึงเข้าค้นในกฏิ แต่ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์เสพยา จึงนิมนต์ไป สภ.วังสะพุง เพื่อตรวจสอบสารเสพติด โดยมีผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่เลื่อมใสเดินทางติดตามไปด้วยราว 20 คน  ผลจากการตรวจสอบปัสสาวะ ปรากฏว่ามีสีม่วง พระสุพัฒน์ จึงรับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้ามาเป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว แต่อ้างว่าแอบเสพในบริเวณกุฏิเป็นครั้งคราว หรือเวลางานบุญ โดยซื้อจากชาวบ้านในหมู่บ้านนำมาขายให้ในราคาเม็ดละ 300 บาท

                      เจ้าหน้าที่จึงได้นำพระสุพัฒน์ ไปสึกที่วัดจอมมณี โดยมีพระอาจารย์เวียง เจ้าอาวาสวัดป่าศรีศรัทธาราม บ้านห้วยทรายคำ ต.ศรีสงคราม ทำการสึกให้ และนายสมบูรณ์ ดีเสมอ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย เดินทางมาร่วมดำเนินการจับสึก เนื่องจากต้องอาบัติ จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดี

                      พ.ต.ท.รัฐพล  เปิดเผยว่า ทราบว่าเจ้าอาวาสฯ เสพยาบ้ามานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดปัญหากับชาวบ้านบางกลุ่มที่ยังนิยมเลื่อมใสในตัวเจ้าอาวาสรูปนี้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเงินกฐินจำนวน  2 แสนบาท ที่หายไปจากวัด และอยู่ในระหว่างการสอบสวน

                      พระสุพัฒน์ ธมฺมิโก เจ้าอาวาสวัดจอมมณีและคณะตำบลหนองงิ้ว เดิมชื่อนายสุพัฒน์ นามพิลา อายุ 48 ปี ชาวบ้านคึมชาด อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู บวชเป็นพระเมื่อปี 2541  โดยมีพระอาจารย์เวียง เจ้าอาวาสวัดป่าศรีศรัทธาราม เป็นพระอุปัชฌาย์

 

ตร.เชียงใหม่ไล่ยิงสกัดรถขนยาบ้า-ยึด7.9แสนเม็ด

                      พล.ต.ท.สุเทพ  เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปรามปรามยาเสพติดภาค 5 ร่วมแถลงผลการจับ กุมนายสุเทพ หาญเจริญชัยกุล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่  37 หมู่ 16 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย พร้อมของ กลางยาบ้า 794,400 เม็ด และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยตา รุ่นวีโก้ ทะเบียน บพ 4229 เชียงราย ยานพาหนะ ที่ใช้ขนยาบ้า หลังถูกจับกุมได้คาด่านตรวจใน ต.น้ำตก อ.นาน้อย จ.น่าน ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

                      พล.ต.ท.สุเทพ  เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการขยายผลการจับกุมคดียาบ้าหลายคดีในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ที่ได้ข้อมูลเส้นทางการขนลำเลียงยาบ้าโดยหลบเลี่ยงเส้นทางสายหลัก ขณะเดียวกันยังเป็นไหวพริบของตำรวจประจำด่านตรวจ โดยได้เรียกรถ ยนต์กระบะที่นายสุเทพขับผ่านมาเพื่อตรวจสอบ แต่พบว่านายสุเทพพูดจามีพิรุธจึงสงสัยว่าอาจเป็นคน สำรวจเส้นทางสเก๊าหน้าในการขนลำเลียงยาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงสอบถามถ่วงเวลา กระทั่งหลังจาก นั้นไม่นานได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีโก้ ทะเบียน บท 47 กำแพงเพชร ขับผ่านมาอีกหนึ่งคัน เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่รถคันดังกล่าวกลับขับแหกด่าน เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตาม และตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการหลบหนี แต่หลังจากยางแตกคนร้ายเป็นชายสองคน ที่อยู่ในรถได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังเข้าติดตามแต่ทั้งสองหนีรอดหวุดหวิด

                      จากการตรวจสอบภายในรถพบกระเป๋าเป้แบบทหารจำนวน 6 ใบ วางอยู่ในรถ ภายในพบยาบ้า ห่อกระดาษฟลอยด์รวม 794,400 เม็ด จึงยึดเป็นของกลาง พร้อมจับกุมนายสุเทพในข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขณะที่นายสุเทพให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่รู้เห็นและไม่รู้จักกับผู้ต้องหาที่หลบหนี โดยตนเองเดินทางมาจากจังหวัดเชียงรายเพื่อไปหาซื้อที่ใน อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อทำรีสอร์ท

                      พล.ต.ท.สุเทพ กล่าวว่า เครือข่ายยาเสพติดมีความพยายามในการขนลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร แต่หลังจากตำรวจภูธรภาค 5 ใช้มาตรการสกัดกั้นโดยใช้ด่านตรวจถาวรหลายจุดบนเส้นทางสำคัญ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดหันไปใช้เส้นทางอื่นเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ โดยการจับกุมครั้งนี้พบว่านายสุเทพนำยาบ้าจาก อ.เทิง จ.เชียงราย ขนผ่าน อ.แม่จัน และ อ.เทิง จ.เชียงราย ผ่าน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก่อนเข้าสู่ จ.น่าน เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ หวังหลีกเลี่ยงด่านตรวจแม่พริก จ.ลำปาง แต่ก็หนีไม่พ้นสายตาของตำรวจ

                      ผบช.ภาค 5 กล่าวด้วยว่า ยาบ้าของกลางจะถูกส่งไปให้กับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจว่ามีส่วนผสมของซูโดอีเฟรดีนหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อขยายผลเชื่อมต่อคดีการสั่งซื้อยาซูโดอีเฟรดีนจำนวนมากในภาคเหนือ รวมทั้งตรวจหาดูว่ามีส่วนผสมของสารตั้งต้นตัวใหม่ที่ถูกนำมาใช้แทนซูโดอีเฟรดีนหรือไม่