ข่าว

'หล่ง แก้วนิรันดร์'เพิ่มศักยภาพ...ท่องเที่ยว

'หล่ง แก้วนิรันดร์'เพิ่มศักยภาพ...ท่องเที่ยว

16 มิ.ย. 2555

'หล่ง แก้วนิรันดร์'เพิ่มศักยภาพ...ท่องเที่ยวเชียงคาน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น

                     ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมายาวนานกว่า 100 ปี ของเมืองเชียงคาน ที่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเมืองโบราณ มีบ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ มุมหนังสือเล็กๆ ดำรงวิถีชีวิตที่เงียบสงบของคนชนบทไว้ได้ ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ผู้คนอยากหลีกหนีความวุ่นวาย ได้ไปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม หากจะเปรียบเชียงคานคล้ายคลึงกับหลวงพระบาง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศลาว ที่ชาวต่างชาติชื่นชอบก็ใกล้เคียงกันมาก

                     เมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือคือ กระแสของทุนต่างถิ่น ที่เข้าไปจับจองพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการพัฒนาของเมือง หากไม่ตั้งหลักกันให้แน่นๆ โอกาสที่เชียงคานดั้งเดิมจะถูกกลืนหายไป กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกปรุงแต่ง ซึ่งจะทำให้กลิ่นอายของชนบทที่แท้จริงถูกกลืนหายไปกับการไหลบ่ามาของนักท่องเที่ยว

                     "หล่ง แก้วนิรันดร์" นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทวงคืนเก้าอี้นายกได้สำเร็จด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ นั่งบริหาร ทต.เชียงคานเป็นสมัยที่ 2 จึงมุ่งมั่นสานงานต่อ ด้วยการพัฒนาเชียงคานที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ด้านวัฒนธรรมประเพณี แหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตร ตลอดจนวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ยังสามารถเที่ยวชมได้ในเชียงคาน

                    วันนี้ "เชียงคาน" ภายใต้บังเหียนของนายหล่ง จะเดินไปในทิศทางไหนดี การพัฒนาท่องเที่ยวดูจะเป็นปัจจัยหลัก เนื่องเพราะในรอบปี 2554 มีสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว 262,548 คน แต่ละคนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,500 บาท ทำให้ท้องถิ่นรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 390,822 บาท โดยในช่วงเดือนธันวาคม มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากที่สุดคือ 6.2 หมื่นคน

                    "เชียงคานและแก่งคุดคู้ วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนาและปรับปรุง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ส่วนเรื่องที่พักไม่เพียงพอ ระยะทางจากตัวเมืองเลยเพียง 47 กม.ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกเข้าพักในตัวเมืองเลย เพราะมีบริการครบวงจร"

                    นายกเชียงคาน บอกอีกว่า เทศบาลตำบลเชียงคาน มีความต้องการจัดทำโครงการสำคัญ เน้นพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อชาวเชียงคาน โดยเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ทั้งเรื่องแลนมาร์ค เรื่องการส่งเสริมอาชีพ ดูแลเรื่องขยะ ด้านความสะอาด การขยายถนน เขื่อนกันตลิ่ง เพิ่มปรับปรุงถนนจักรยาน ถนนคนเดินริมฝั่งแม่น้ำโขง เพิ่มไฟแสงสว่างเพื่อความสวยงามและความปลอดภัยริมตลิ่ง ซึ่งได้รับงบประมาณมาแล้วกว่า 200 ล้านบาท โดยจะผันน้ำโขงขึ้นมา จากนั้นจะปล่อยลงไหลตามคลอง ท่อน้ำในเขตเทศบาลล้างสิ่งสกปรก บำบัดน้ำเสียโดยใช้กังหันลม ป้องกันและกำจัดยุงจะเริ่มลงมือในปี 2555 นี้ โดยเริ่มต้นที่สวนสุขภาพริมฝั่งแม่น้ำโขงก่อน

                   "รวมทั้งศูนย์วัฒนธรรมวัดท่าคกก็จะปรับปรุง ขณะนี้ได้เพิ่มการเปิดร้านปลอดภาษี ซึ่งอยู่ระหว่างวางแผนงานร่วมกับ ส.ป.ป.ลาว เพื่อร่วมทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ด้านตลาดน้ำสองข้างทั้งตอนเหนือ-ตอนใต้ของเทศบาล รวมทั้งการก่อสร้างตลาดอินโดจีนบริเวณศูนย์ประสานงานความสัมพันธ์ไทย-ลาว หรือระหว่างแม่น้ำโขงกับที่ว่าการอำเภอเชียงคาน หากไม่ได้งบก็ต้องใช้วิธีกู้มาสร้าง ตลอดจนโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์น้อย ที่ต้องสะดุดลงเมื่อไม่ได้รับเลือกตั้ง มาสมัยนี้ต้องมารื้อมาทำใหม่ โครงการตั้งโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบล ที่จะต้องพัฒนาด้านภาษา เด็กทุกคนได้ไม่ต่ำกว่า 2 ภาษา" นายกหล่ง บอกและว่าทั้งหมดนี้จะเป็นการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558

                      ส่วนการพัฒนาเมืองเลยในภาพรวมก็ได้เร่งพัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถนนการเกษตร ถนนสายหลัก ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการต้องให้ได้มาตรฐานเพื่อบริการพ่อค้า การค้าชายแดน นักธุรกิจ เกษตรกร มารับซื้อขนถ่ายสินค้า ตลอดจนมาตรฐาน การพัฒนาอาชีพ สินค้าโอท็อป แปรรูปสินค้า ด้านสิ่งแวดล้อมปลูกป่าทดแทนเพิ่มพื้นที่สีเขียว บริหารจัดการลุ่มน้ำเลย

                      แนวนโยบายเหล่านี้ พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าพัฒนาเชียงคานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้อยู่ในใจของนักท่องเที่ยวทุกคน!


.......................................
('หล่ง แก้วนิรันดร์'เพิ่มศักยภาพ...ท่องเที่ยวเชียงคาน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)