
ออกหมายจับตัวการใหญ่ลำปางโกงสอบตร.
ออกหมายจับตัวการใหญ่ลำปางทุจริตสอบตำรวจร่อนหมายจับทั่วประเทศ พบอีกตร.ตชด.ภ.3 -ภ.9 มีเอี่ยวโกงสอบ ผบ.ตร.เตรียมประชุมจัดสอบใหม่ พร้อมเชิญ4ผู้ต้องสงสัยสอบทุจริตตำรวจ ขณะที่ตำรวจโคราชออกหมายจับแก๊งโกงสอบเพิ่มอีก1
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ร่วมประชุมเรื่องการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกที่จบวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าเข้าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ร่วมกับกองบัญชาการภาคต่างๆ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.แถลงภายหลังการประชุมว่า พล.ต.อ.ปานศิริ หัวหน้าชุดในการสอบสวนการทุจริตการสอบ แบ่งงานเพิ่มอีก 3 ด้าน เพื่อประสานการทำงานร่วมกับทุกภาค โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.จะสืบสวนหากระบวนการต่างๆ รวมทั้งต้นตอการกระทำความผิด ส่วน พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร.จะทำหน้าที่ตั้งประเด็นเชื่อมโยงการสอบสวนทุกภาค และ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.จะทำหน้าที่ตรวจสอบทางเทคโนโลยี รวมทั้งมีการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานต่างๆ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยและพบข้อมูลหลักฐานมากขึ้น ทั้งเอกสารของผู้เข้าสอบและของผู้ปกครองต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นเส้นทางที่ขบวนการทุจริตใช้ อาทิ ทั้งโรงแรมที่พัก สถานที่จัดติว รวมถึงมีการตรวจกระดาษคำตอบ เพื่อหาหลักฐานอาจพบสัญญาลักษณ์อะไรที่ทำไว้เพิ่มขึ้นมาอีก
"ทาง บช.ภ.3 ได้ออกหมายจับนายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวจักรสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างนายหน้ากับกลุ่มทุจริต โดยมีหลักฐานมาจากข้อมูลของผู้ถูกจับมาก่อนหน้านี้ ที่จ.ลำปาง ซึ่งขณะนี้ได้ส่งหมายไปตามสถานีทั่วประเทศแล้ว หากทราบเบาะแสสามารถแจ้งตำรวจบริเวณใกล้เคียงได้ทันที รวมทั้ง ในบช.ภ.3 มีการตรวจพบว่ามีการปลอมแปลงบัตรประชาชนเข้าสอบแทนกันเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะทาง บช.ภ.9" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.ปานศิริ สั่งให้ทุกหน่วยไปตรวจสอบสถานที่สอบทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งหมด 13 หน่วย โดยจะตรวจห้องสอบทั้งหมด รวมทั้ง ร่องรอยตามโต๊ะสอบ ถ้ามีหลักฐานถึงใครก็จะตรวจสอบให้หมด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งขณะนี้พบว่ามีเจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค3 จ.เชียงใหม่ และตำรวจจากภาค9 เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน จึงต้องดำเนินการให้ออกจากพื้นที่ไปก่อน ทั้งนี้ หากมีข้อมูลครบถ้วนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาด
"เจ้าหน้าที่ยังติดตามการเผยแพร่ทางสื่อโซเซียลมีเดีย ซึ่งพบว่ามีหลายกรณีมีการนัดติดต่อกันทางเฟซบุ๊ค รวมทั้ง ได้ประสาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบการเงินกับผู้ต้องหาทุกคน และผู้ต้องสงสัยรายอื่น หากมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการยึดทรัพย์ นอกเหนือจากคดี ฉ้อโกงประชาชน" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อไปว่า ได้รับการประสานงานจากทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จะมีการเปิดสอบภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยทางก.พ.อยากจะได้ข้อมูลที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนสอบสวนในการทุจริตสอบตำรวจครั้งนี้ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในการสอบที่จะถึงนี้ และได้มีการประสานขอความร่วมมือ เพื่อขอเครื่องมือและกำลังพลต่าง ๆในการตัดสัญญาณ ซึ่งทางผบ.ตร.เองก็ได้ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ยินดีที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันจันทร์ที่ 18 มิ.ย. 2555 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็นประธานในการประชุมเรื่อง หาสถานที่จัดสอบใหม่ โดยมีการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะมีการสอบรวมกันในที่เดียว แต่จะแบ่งการสอบเข้าตำรวจฝ่ายปราบปรามกับอำนวยการออกจากกัน ซึ่งทำให้การตรวจสอบการทุจริตนั้นง่ายขึ้น ส่วนระยะเวลายังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน
เชิญ4ผู้ต้องสงสัยสอบทุจริตตำรวจ
พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากสนามสอบตำรวจชั้นประทวน ประจำปี 2555 ใน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นสนามสอบของตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจพบผู้ทุจริตสอบ 4 ราย ที่นำอุปกรณ์ส่งสัญญานเข้าไปภายในห้องสอบ และยังตรวจพบความผิดปกติบนข้อสอบที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตสอบ ในสนามสอบของ จ.ลำปาง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ทำข้อสอบอีก 4 ราย ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจรติสอบ มาทำการสอบสวนที่ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง
จากข้อมูลสอบสวนผู้ทุจริตสอบ ที่นำอุปกรณ์เข้าไปภายในห้องสอบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ข้อมูลสำคัญ ที่จะนำไปขยายผลการจับกุมถึงขบวนการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังของการทุจริตสอบ กรณีที่ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ออกหมายจับ นายวิบูลย์ แสนจักร อายุ 29 ปี ชาว จ.ลำปาง ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าเป็นตัวเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหมดของขบวนการทุจริตสอบ และขณะนี้หลบหนีอยู่ ทำให้มีการส่งหมายจับไปทั่วประเทศ และตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้ดำเนินการค้นบ้านของนายวิบูลย์ ใน อ.งาว จ.ลำปาง แล้ว แต่ไม่พบหลักฐานใด และเตรียมนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่ จ.ลำปาง อีกหลายจุด เพื่อหาหลักฐานในคดีทุจริตสอบต่อไป
ตำรวจโคราชออกหมายจับแก๊งโกงสอบเพิ่มอีก1
ความคืบหน้ากรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สามารถจับกุมผู้กระทำผิดในการทุจริตข้อสอบเข้ารับราชการตำรวจยศนายสิบ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย และยังมีผู้ต้องหาผู้ร่วมขบวนการเดียวกันที่ทางศาลจังหวัดนครราชสีมา ได้อนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย คือนายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี นอกจากนี้จากการสืบสวนยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ 2 นาย อาจจะมีส่วนพัวพันรู้เห็นในเรื่องนี้ คือ ร.ต.อ.สนั่นพล กัลญาวัฒนางาม รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองศรีสะเกษ และดาบตำรวจวชิรานุสรณ์ พงษ์พันธ์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองศรีสะเกษ สามีของนางเตือนใจ พงษ์พันธ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุดทาง พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นายมาช่วยรายการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3เป็นการชั่วคราวแล้ว จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าทั้ง 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนางเตือนใจ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานที่มีอยู่
ล่าสุดวันนี้ทางชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวได้มีการตรวจสอบกระดาษคำถาม - ตอบ ของผู้มัครสอบที่ผ่านการทำข้อสอบแล้ว เพื่อตรวจสอบหาพิรุธในกระดาษข้อสอบเหล่านั้น หลังจากที่สืบทราบว่าจะมีการใช้วรรณยุกต์และสระที่อยู่ในคำถามและคำตอบข้อแรกและข้อที่ 2 มาถอดรหัส เพื่อระบุเป็นชุดข้อสอบ รอรับสัญญาณการให้รหัสจากภายนอกมายังห้องสอบ ซึ่งจะทำให้สามารถระบุคำตอบแยกเป็นข้อสอบในแต่ละชุดได้ ซึ่งผลจากการตรวจสอบในเบื้องต้นผ่านไปแล้วประมาณ 4,000 ชุด จากที่มีอยู่กว่า 36,000 ชุด พบว่ามีพิรุธคล้ายการจดตัวเลขสระและวรรณยุกต์ คล้ายจะเป็นการถอดรหัสตามคำให้การของทางผู้สมัครสอบที่ถูกจับได้และหนึ่งในผู้ต้องหาได้ให้การไว้รวมกว่า 900 ชุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเรียกตัวผู้ที่ทำข้อสอบเหล่านั้นมาทำการสอบสวนต่อไป
พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีการทุจริตข้อสอบเข้ารับราชการตำรวจยศนายสิบของตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบข้อสอบซึ่งได้มอบหมายให้ทางศูนย์ฝึกและอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ทำการตรวจสอบหาพิรุธในการจดสระและวรรณยุกต์เพื่อมาใช้ในการถอดรหัสระบุชุดข้อสอบเพื่อเตรียมรับสัญญาณคำตอบพบว่า มีข้อสอบที่เข้าข่ายดังล่าวมากกว่า 900 ชุดจากการตรวจสอบข้อสอบในเบื้องต้นประมาณ 4,000 ชุด จากทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 36,000 ชุด ซึ่งขณะนี้ในจำนวนที่ตรวจสอบพบได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวเจ้าของชุดข้อสอบเหล่านั้นพร้อมทั้งผู้ปกครองมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตข้อสอบในครั้งนี้หรือไม่ และจะยังคงทำการตรวจสอบข้อสอบทั้งหมดเพื่อหาผู้ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนต่อไป ซึ่งคาดว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายในวันจันทร์ที่ 18 มิ.ย.2555 นี้
ส่วนผลการสืบสวนทางคดีนั้นล่าสุดหนึ่งในชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีของทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้หลักฐานเป็นภาพวิดีโอของโรงแรมวีวัน ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงแรมที่ทางผู้ต้องหา 5 รายแรกที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้พร้อมอุปกรณ์การส่งสัญญาณทุจริตข้อสอบเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2555 ที่ผ่านมา ใช้เป็นที่พักและแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์รับสัญญาณให้กับผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินเพื่อใช้บริการ ซึ่งภาพวิดีโอดังกล่าวสามารถจับภาพผู้ร่วมขบวนการนี้ได้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายรูปร่างสันทัดผิวขาว ผมสั้น สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนต์ ขณะกำลังช่วยกันกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ชุดแรก นำอุปกรณ์ที่จะใช้เป็นตัวรับสัญญาณออกมาจากโรงแรมเพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้สมัครสอบที่ใช้บริการ ซึ่งบันทึกได้เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มิ.ย.2555 ที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการสอบ 1 วัน
จากการสืบสวนนางเตือนใจ พงษ์พันธ์ หนึ่งในผู้ต้องหาทราบว่าบุคคลในภาพ ชื่อนายโต ไม่ทราบชื่อ - สกุลจริง เป็นบุคคลที่ถูกส่งมาแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์และการถอดรหัสสัญญาณให้กับผู้เข้าสอบ ซึ่งมีการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครราชสีมา และได้รับการอนุมัติออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางชุดสืบสวนสอบสวนจะกระจายหมายจับและภาพถ่ายของคนร้ายไปยังทางสถานีตำรวจทุกสถานีเพื่อให้ช่วยกันติดตามตัวคนร้ายมาสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ซึ่งเชื่อว่านอกจากผู้ต้องหาที่ได้ออกหมายจับคนนี้แล้วจะต้องมีผู้ร่วมขบวนการหลงเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งทำการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มต่างๆที่อาจจะมีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการนี้ เพื่อให้สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมดและเพื่อให้มีหลักฐานมัดตัวตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังให้ได้



