
'สิงโต'สถิติแย่ไม่ชนะ'สวีเดน'
อังกฤษ เจอศึกหนักอีกนัดไม่แพ้ ฝรั่งเศส ในการพบ สวีเดน ยูโร 2012 รอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม ดี วันที่ 15 มิ.ย. เผยสถิติ อังกฤษ ชนะได้แค่เกมอุ่นเครื่อง ไม่เคยชนะเกมจริง
ศึกยูโร 2012 รอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม ดี วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน "สิงโตคำราม" อังกฤษ จะลงสนามพบ "ไวกิง" สวีเดน ที่สนามโอลิมปิก กรุงเคียฟ เวลา 01.45 น. โดยเกมนี้น่าจะเป็นเกมที่อังกฤษต้องลำบากอีกนัดหลังจากได้ 1 แต้มจาก "ตราไก่" ฝรั่งเศส มาในนัดแรก เนื่องจากสวีเดนคงต้องเน้นเต็มที่เมื่อไปแพ้ ยูเครน มา 1-2 ในนัดแรก และที่ผ่านมาสถิติการพบกันของทั้งสองทีมสุดสูสี แต่ที่อังกฤษเป็นรองคือไม่เคยเอาชนะสวีเดน ได้ในเกมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้แม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งสองทีมพบกันทั้งหมด 21 ครั้ง และมีสถิติชนะเท่ากันที่ 6 นัด และมี 9 นัดที่จบลงด้วยการเสมอกัน แต่หากจะนับเฉพาะเกมรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และฟุตบอลโลกแล้วไม่ว่าจะเป็นรอบสุดท้ายหรือรอบคัดเลือก อังกฤษ มีสถิติที่แย่กว่าสวีเดน จากการที่ไม่เคยเอาชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว โดยครั้งสุดท้ายที่พบกันในฟุตบอลโลก 2006 ที่โคโลญจน์ เยอรมนี ซึ่งจบลงด้วยผล 2-2 และจากที่พบกันในรายการใหญ่ 7 นัด สวีเดน เอาชนะได้ 2-1 อยู่ 2 นัดในยูโร 92 รอบสุดท้ายที่โซลนา และยูโร 2000 รอบคัดเลือกที่เมืองเดียวกัน
ในส่วนของตัวผู้เล่น รอย ฮอดจ์สัน กำลังเป็นห่วงเรื่อง 2 มิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด กับ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ ที่อายุเกิน 30 ปีด้วยกันทั้งคู่ ปาร์คเกอร์ ก็เพิ่งจะเข้ารักษาอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย ขณะที่ เจอร์ราร์ด วัย 32 ปีก็ยังมีคำถามว่าจะเล่นเกม 2 นัดในช่วงเวลาเพียง 4 วันได้หรือไม่ หาก ฮอดจ์สัน ตัดสินใจพักคนใดคนหนึ่งก็มีตัวเลือกไม่มากนัก ในทีมมีเพียงแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ และฟิล โจนส์ เท่านั้นที่เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางได้
ขณะที่ตัวริมเส้นหาก มิลเนอร์ ไม่ถูกหุบเข้าไปเล่นตรงกลางก็น่าจะได้เป็นตัวจริงทางขวาต่อไป ส่วนทางซ้าย อเลกซ์ แชมเบอร์เลน ดาวรุ่งจากอาร์เซนอล ก็น่าจะรักษาตำแหน่งทางซ้ายเอาไว้ได้ เพราะอย่างน้อยก็มีความขยันในเรื่องเกมรับ โดยแดนหน้า ฮอดจ์สัน น่าจะยังต้องพึ่งความคล่องตัวของ แดนนี เวลเบค มากกว่าลูกกลางอากาศของ แอนดี คาร์โรลล์ เพราะกองหลังสวีเดนชุดนี้ไม่ค่อยมีความคล่องตัวเท่าไรนัก
ฝั่งสวีเดน ที่เกมนี้จะแพ้ไม่ได้เพราะจะตกรอบทันที อีริค เฮมเรน จึงต้องจัดทีมให้รัดกุมเอาไว้ก่อน หลังจากที่เกมแรกพยายามส่งผู้เล่นเกมรุกเต็มที่ มานัดนี้ อันเดอร์ส สเวนส์สัน กองกลางตัวเก๋าน่าจะได้ลงมาคุมพื้นที่แดนกลางร่วมกับ รัสมุส เอล์ม ขณะที่ตัวเดิมเกมรุก คิม คัลล์สตรอม กับ เซบาสเตียน จะทำหน้าที่ต่อไป และหาจะต้องเดินเกมรุกมากขึ้น ก็มีตัวอย่าง คริสเตียน วิลเฮล์มส์สัน พร้อมลงเล่นแทน
แดนหน้าเกมที่แล้วทั้ง โอลา ทอยโวเนน ที่ลงมาเป็นกองกลาง และมาร์คุส โรเซนเบิร์ก กองหน้าตัวเป้าเล่นไม่ออก ดังนั้นหากว่า โยฮัน เอลมานเดอร์ อดีตกองหน้าของโบลตันฟิตเต็มที่ เฮมเรน น่าจะเลือกให้เป็นตัวจริง เพราะมีประสบการณ์ของฟุตบอลอังกฤษมากกว่า
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามมีดังนี้
อังกฤษ - ผู้รักษาประตู โจ ฮาร์ท, กองหลัง เกลน จอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี, โจเลน เลสคอตต์, แอชลีย์ โคล, กองกลาง เจมส์ มิลเนอร์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, สกอตต์ ปาร์คเกอร์, อเลกซ์ แชมเบอร์เลน, กองหน้า แอชลีย์ ยัง, แดนนี เวลเบค
สวีเดน - ผู้รักษาประตู อันเดรียส อิซัคส์สัน, กองหลัง มิคาเอล ลุสติก, โอลอฟ เมลล์เบิร์ก, อันเดรียส แกรนควิสต์, มาร์ติน โอลส์สัน, กองกลาง เซบาสเตียน ลาร์สสัน, รัสมุส เอล์ม, อันเดอร์ส สเวนส์สัน, คิม คัลล์สตรอม, กองหน้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, โยฮัน เอลมานเดอร์
----------
ยูเครนลงตัวปะทะตราไก่
เกมอีกคู่ที่ลงสนามกันตั้งแต่เวลา 23.00 น. ยูเครน เจ้าภาพจะย้ายไปเล่นที่ดอนบาสส์ อารีนา เมืองโดเนตส์ พบ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ซึ่ง ยูเครน มีตุนอยู่แล้ว 3 แต้มจากชัยชนะเหนือสวีเดน ขณะที่ฝรั่งเศส ยังมีเพียงแค่แต้มเดียว แต่ โอเลก บล็อคลิน จะยังส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามอย่างเต็มที่เนื่องจากทีมกำลังมีความลงตัว
ทีมของบล็อคลิน เน้นเกมรุกตั้งแต่เกมนัดแรกด้วยการถอย โอเลก กูเซฟ กองกลางลงมาเป็นแบ็กขวาเพื่อเติมเกม ขณะที่ตัวริมเส้นอย่าง เยฟเฮน โคโนพลียานกา ทางซ้าย และอังเดร ยาโรเมนโก ทางขวาก็เป็นพวกที่ลากบอลตัดเข้าในและยิงประตูที่หน้ากรอบเขตโทษได้ดี
ตรงกลาง อนาโตลี ติมอชชุค จะเป็นคนคุมพื้นที่ และเซอร์เก นาซาเรนโก จะทำเกมรุกให้คู่กองหน้า 2 เก๋าอย่าง อังเดร โวโรนิน และอังเดร เชฟเชนโก ที่คาดว่าสภาพร่างกายไม่น่าจะมีปัญหาโดยเฉพาะเชฟเชนโก ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วง 10 นาทีสุดทายของเกมแรก
ฝรั่งเศส ยังคงต้องลุ้นกับอาการเจ็บของ ยานน์ เอมวิลา กองกลางตัวหลัก แต่หากยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ อาลู ดิยาร์รา ก็ลงเล่นแทนในตำแหน่งกองกลางตัวรับได้อย่างไม่เสียหาย โดยเกมแรกมีความผิดพลาดเพียงแค่จังหวะที่ประกบกับ โจเลน เลสคอตต์ เท่านั้น ตำแหน่งอื่นๆ คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเน้นเกมรุกมากขึ้นอีกอีก ซามีร์ นาสรี, ฟรองก์ ริเบรี และคาริม เบนเซมา น่าจะขยับขึ้นไปเล่นเป็น 3 กองหน้าอย่างเต็มตัว หลังจากที่เกมเสมออังกฤษเริ่มเกมมาด้วยระบบ 4-5-1
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามมีดังนี้
ยูเครน - ผู้รักษาประตู อังเดร พียาตอฟ, กองหลัง โอเลก กูเซฟ, ทาราส มิคไฮลิค, เยฟเฮน คาเชอริดี, เยฟเฮน เซลิน, กองกลาง อังเดร ยาโรเมนโก, อนาโตลี ติมอชชุค, เซอร์เก นาซาเรนโก, เยฟเฮน โคโนพลียานกา, กองหน้า อังเดร โวโลนิน, อังเดร เชฟเชนโก
ฝรั่งเศส - ผู้รักษาประตู ฮูโก ยอริส, กองหลัง มาติเยอ เดบูชี, อาดิล รามี, ฟิลิปป์ แมกเซส, ปาทริซ เอวรา, กองกลาง อาลู ดิยาร์รา, โยฮัน คาบาย, ฟลอรองต์ มาลูดา, กองหน้า ซามีร์ นาสรี, ฟรองก์ ริเบรี, คาริม เบนเซมา
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)
----------



