
'บรรหาร'รับ'ทักษิณ'โทรเฉ่งจริง
"เติ้ง" รับ "แม้ว" โทร.มาวีนจริง เหตุ ส.ส.ชพท.ไม่โหวตหนุนขอยกญัตติค้านคำสั่งศาลรธน.ถก แจงเคลียร์เข้าใจแล้ว โอ๊คงัดนสพ.เก่า ยันทักษิณรวยก่อนเล่นการเมือง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. ได้เรียกประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อสอบถามถึงกรณีที่มี ส.ส.จำนวน 8 คน ไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตขอให้รัฐสภามีความเห็นว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันหรือไม่ จนเป็นเหตุให้ญัตติดังกล่าวเป็นอันตกไป โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชพท. และบรรดา ส.ส.ชทพ.ทั้งหมดเข้าร่วมการประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง
นายบรรหารให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมถึงกรณีที่มีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์มาต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มาจริงๆ ตอน 16.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน จึงชี้แจงไปว่าเรื่องนี้เกิดความสับสน ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้า รับรองไม่มี ส.ส.ขาด ก็เข้าใจกันแล้ว ไม่มีอะไร อารมณ์ท่านดีแล้ว ยืนยันไม่มีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า ถึงขั้นคาดโทษ ส.ส.ของพรรคที่ไม่ลงมติโหวตหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ได้คาดโทษ ตนเพียงแต่บอกว่า ต่อไปอย่าให้เกิดขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนตกเป็นจำเลย นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ใช่จำเลย เพราะขาดกันทุกพรรค พรรคเพื่อไทยก็ขาด ตอนนี้ได้ทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่เขาแล้ว
นายบรรหาร ได้ชี้แจงต่อว่า ส.ส.ของ ชทพ.เป็นจำเลยพอสมควร ซึ่งทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ส.ส.ของพรรคไม่ได้ลงมติจำนวน 7 คน โดยตนได้หาข้อมูลว่าขาดเพราะอะไร ก่อนหน้านี้ตนได้กำชับไว้แล้วว่า จะต้องลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ให้ ผ่านไปก่อน แต่ครั้งนี้ในสภามีความสับสน จึงอยากจะฝากไปถึงนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นประธานวิปรัฐบาลเมื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงกะทันหัน โดยที่มีข้อมูลเพิ่มเติมจะต้องมาเดินบอก ส.ส. จะมาบอกให้วิปรัฐบาลแต่ละพรรคไปบอกเองไม่ได้
นายบรรหาร กล่าวต่อว่า สมัยก่อนตอนตนอยู่ในสภา ในฐานะหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคจะประสานงานกับทุกฝ่าย และเดินบอกสมาชิกแต่ละคนว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งวิปรัฐบาลของพรรคเองหลายคนบอกไม่รู้เรื่อง จึงเกิดความสับสน อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบแล้ว ส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่มีภารกิจที่จำเป็น มีเพียง 3 คน คือ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล และนายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี เท่านั้น ซึ่งในส่วนของนายนพดลนั้น เป็น ส.ส.สุพรรณบุรี จึงแก้ตัวไม่ได้ ส่วนนายชุมพล และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี ไม่สบายมาหลายวันแล้ว นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าไปทำหน้าที่แทนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงมาไม่ได้ ทั้งนี้ นายชุมพลได้จึงกำชับว่าต่อไปอย่าให้เป็นแบบนี้อีก และต้องขอร้องทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยเองด้วยว่า เวลาประชุมขอให้มีข้อยุติ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสน
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานรัฐสภา นายบรรหาร หัวเราะก่อนกล่าวว่า ตนดูแล้วประธานรัฐสภาท่านดูกลัวๆ แต่ท่านถูกบี้หนัก ก็ต้องเห็นใจท่าน แต่การจะเปลี่ยนตัวประธานรัฐสภาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่พรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง เอาอย่างไรก็เอา เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาท่านปฏิบัติหน้าที่ได้ดี แต่มาเจอเรื่องนี้ก็แย่หน่อย มึนพอสมควร ใครเจอก็ต้องมึนด้วย
เมื่อถามอีกว่า มีกระแสข่าวว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหารตอบว่า ไม่ทราบ ต้องถามหัวหน้าพรรค แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้รับการแจ้งเรื่องการปรับ ครม.แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เรื่องการปรับ ครม.อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่ ให้เป็นเรื่องของความเหมาะสมและช่วงเวลาดีกว่า ซึ่งครั้งนี้อาจจะปรับเล็กก็ได้
เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการเสนอขอให้ปรับ ครม.ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายบรรหารตอบว่า พรรคยังไม่ได้เสนอไป แต่ของพรรคอื่นยังไม่ทราบ
ภท.อึดอัดมัชฌิมาโหวตแก้รัฐธรรมนูญสวนมติพรรค
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การที่สมาชิกพรรคในกลุ่มมัชฌิมาธิปไตยมีความเห็นแตกต่างจากมติพรรค กรณีสนับสนุนรัฐบาลให้ลงมติวาระ 3 พิจารณาร่างแก้ไขรัฐรรมนูญนั้น พรรคก็ต้องยอมรับความจริง ส่วนการจะมีมติถึงต้องขับไล่ออกจากพรรคหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรคต้องไปคุยกัน ว่าจะมีทิศทางเดินร่วมกันไปอย่างไร ทั้งนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้อยู่กันอย่างอึดอัดใจ
“โอ๊ค”งัดนสพ.เก่า ยัน“ทักษิณ”รวยก่อนเล่นการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น.นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊คชื่อ Oak Panthongtae Shinawatra ว่า “ผมไม่ได้อยู่เมืองไทยครับ มาเยี่ยมคุณพ่อ 2 - 3 วัน ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีเวลาเขียนเฟสบุ๊ค เลยกะว่าจะแอบถ่ายรูปกับคุณพ่อมาลงเซอร์ไพรส์แฟนเพจ แต่พอได้คุยกับคุณพ่อปรากฎว่าได้ข้อมูลดิบที่น่าจะนำมาแชร์ และเล่าสู่กันฟังเยอะเลยครับ กลับไปก็คงจะค่อยๆทยอยๆลงไปเรื่อยๆ หวังว่าทุกท่านจะยังไม่เบื่อกันนะครับ
ว่าแล้วผมก็ขอเอาข้อมูลชิ้นแรกที่คุณพ่อบอกผมมาลงแทนรูปที่ถ่ายกับคุณพ่อก่อนเลยแล้วกันครับคือ คุณพ่อผมจำได้ว่าวันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในชีวิต มีหนังสือพิมพ์ลงพาดหัว ข้อมูลทรัพย์สินที่คุณพ่อผมมีอยู่ก่อนเข้าการเมือง ซึ่งคุณพ่อผมและผู้รับตำแหน่งทางการเมืองของพรรคพลังธรรมทุกคน ได้เปิดเผยต่อสารธารณชน (คุณพ่อผมจำได้แม้กระทั่งว่า ลุงจำลองใส่เสื้อม่อฮ่อมลากรองเท้าแตะบุกมาเชิญให้ไปเป็นรมต.ถึงออฟฟิตเลยครับ) ผมจึงได้ให้ทีมงานไปค้นมาปรากฏว่ามีเพียบเลยครับ น่าจะทุกฉบับเลยด้วย(ผู้จัดการรายวันยังมีเลยครับ ลงว่า “รมต.พลังธรรมแสดงทรัพย์-ทักษิณ 6 หมื่นล้าน”เลยครับ)
ผมขอยกตัวอย่าง นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 พ.ย.2537 (เมื่อ 18 ปีที่แล้วครับ ตั้งแต่นสพ.ไทยรัฐยังราคาฉบับละ 5 บาทอยู่เลย) ได้ลงพาดหัวไว้ครับว่า “เปิดขุมทรัพย์รมต.ผัก-แฉทักษิณรวย 6 หมื่นล้าน” ตามรูปที่แสดงนี้ครับ ก็ถือว่าเป็นข้อมูล 2 ด้านที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงนะครับ ใครจะเชื่อใครก็แล้วแต่สีเสื้อ เอ้ย...วิจารณญาณของแต่ละท่าน ถ้าถามผม ผมก็ต้องยืนยันตามข้อมูลเดิมตั้งแต่ 18 ปีที่สื่อทุกฉบับลงไว้นี้แหละครับ ส่วนหากจะมีใครมากัดผมอีกว่า โอ๊คโพสต์เฟสบุ๊คหวังช่วยพ่อ หรืออาจจะบอกว่าคุณพ่อผมโกหกล่วงหน้าไว้เมื่อ 18 ปีที่แล้ว ก็ถือว่านานาจิตตังครับ ผมว่าลุงจำลองยืนยันได้เพราะถ้าไม่ยืนยันตามนี้ก็คงต้องไปอาราธนาศีล 8 ใหม่ละครับ 55555” นอกจากนี้ นายพานทองแท้ยังได้นำพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับมาโพสต์ประกอบอีกด้วย



