ข่าว

เปิดแล้ว!เดินรถสาย'ไทย-กัมพูชา'

เปิดแล้ว!เดินรถสาย'ไทย-กัมพูชา'

14 มิ.ย. 2555

รมว.ไทย-เขมร ร่วมพิธีเปิดเดินรถขนส่งระหว่างประเทศ รองรับประชาคมอาเซียน ณ.สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต บรรยากาศชื่นมื่น

              เมื่อเวลา 10.00.น.วันที่ 14 มิ.ย. 2555 ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กระทรวงคมนาคมของไทย ร่วมกับกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง  ประเทศกัมพูชา ได้ทำพิธีเปิดเดินรถขนส่งระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนในปี 2558  ที่จะถึงนี้

              โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.กระทรวงคมนาคม และนายศานิตย์ นาคสุขศรี ผวจ.สระแก้ว ของไทย และ นายตรัม อีพเต็ก รมว.กระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง ,นายอง เอือน ผวจ.บันเตียเมียนเจย ของประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยมิสเตอร์ เคล็ก สตีเวนสัน ผอ.สำนักงานธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศไทย และ มิสเตอร์ ปีเตอร์ เจ บริมเบิล รอง ผอ.สำนักงานธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศกัมพูชา เข้าร่วมพร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนทั้งของไทยและของกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งไทยและกัมพูชา และต่างประเทศ ให้ความสนใจมาร่วมทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก

              ทั้งนี้นายจารุพงศ์กล่าวว่า ประเทศไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่จุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2548 ที่นครคุนหมิง ประเทศจีน

              และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรระหว่างประเทศที่จุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2551 ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประเทศไทยและกัมพูชาสามารถขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

              โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้กำหนดจำนวนหนังสืออนุญาตขนส่งข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ที่จุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต ได้วันละไม่เกิน 40 ฉบับหรือ 40 คันต่อวัน โดยกำหนดเส้นทางเดินรถของไทยไว้ 2 เส้นทาง คือเส้นทางกรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-อรัญประเทศ และเส้นทาง กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-พนมสารคาม-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-อรัญประเทศ

              ส่วนของประเทศกัมพูชาคือเส้นทาง ปอยเปต-ศรีโสภณ-เปอสาต-พนมเปญ-นากหลวง-บาเวต โดยระยะเริ่มต้นของการดำเนินการให้ใช้โควต้าประเทศละ 40 คัน โดยประเทศไทยจะมีรถบัสโดยสารจำนวน 10 คัน และรถขนส่งสินค้าจำนวน 30 คัน ส่วนของกัมพูชาจะใช้โควตารถบัสโดยสารจำนวน 30 คัน และรถขนส่งสินค้าจำนวน 10 คัน

              ด้านนายศานิตย์ เปิดเผยว่า การเปิดเส้นทางเดินรถขนส่งระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ที่จะสามารถเดินรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารข้ามพรมแดนของแต่ละประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านพิธีการขั้นตอนมากมายเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ทั้งสินค้าและการบริการมีค่าใช้จ่ายลดลงจะทำให้คนไทยและคนกัมพูชา สามารถซื้อสินค้าและการบริการรถโดยสารมีราคาถูกลง

              ส่วนปัญหาการเดินรถข้ามแดนนั้นถือว่ายังอยู่ในขั้นการทดลองวิ่ง ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีกฎหมายจราจรของแต่ละประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องปรับระบบของกฎหมายให้เข้ากันและทำตามกฎหมายของแต่ละประเทศ แต่ในอนาคตจะมีการเปิดเส้นทางรถยนต์โดยสารระหว่างประเทศขึ้นจะทำให้การสัญจรไปมาของประชาชนทั้งสองประเทศสะดวกมากขึ้น

              ทางจังหวัดสระแก้วจะได้ระดมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวภายในจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาและชาวเวียตนาม ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูการท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียนในอนาคตต่อไป