
'ชูวิทย์'ซัดคนใน'สตช.'เอี่ยวโกงสอบ
ชูวิทย์ ชี้โกงสอบตร.คนใน สตช.ต้องรู้เห็น ขณะที่ตร.เผยพบแก๊งโกงสอบ 10 สาย ลูกค้ากว่า 3 พันราย ด้าน ผบช.ภ.3 เด้ง 2 ตร.สงสัยเอี่ยวโกงสอบมาช่วยราชการ 30 วัน ส่วน ดาชัย ร่ำไห้ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 55 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนเตรียมนำเรื่องกรณีที่มีการทุจริตในการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกที่จบวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าเข้าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการ โดยจะดำเนินการสอบสวนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามตนมองว่าเหตุที่เกิดการทุจริตดังกล่าว เพราะคนภายในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีส่วนรู้เห็น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ซีร็อกซ์ข้อสอบ
นอกจากนั้นตนจะมีการพิจารณาเพื่อให้มีการปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกตำรวจชั้นประทวน โดยเฉพาะคุณสมบัติด้านอายุของผู้ที่เข้าสอบคัดเลือก ที่ให้สิทธิ์บุคคลอายุ 16- 17 ปีเข้าร่วมสอบ หากพิจารณาวุฒิภาวะ ความรู้ด้านกฎหมายที่ต้องนำมาใช้เพื่อปฏิบัติหน้าที่ถือว่าไม่มีความเหมาะสม เบื้องต้นอยากเสนอให้เปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลอายุ 25 ปี หรือ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีถึงมีสิทธิเข้าสอบคัดเลือกได้
ชำแหละแก๊งโกงสอบตร. พบเพียบ 10 สาย ลูกค้าอื้อ 3 พันราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมกรณีการทุจริตสอบตำรวจระดับชั้นประทวนผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ รวมกับกองบัญชาการภาคต่าง ๆ นานกว่า 1 ชั่วโมง โดย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ขบวนการทุจริตข้อสอบจะหาลูกค้าตามแหล่งกวดวิชาทั่วประเทศ จนถึงหมู่บ้านตามต่างจังหวัด มีการโฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนให้มาติวข้อสอบ และยืนยันว่า จะสามารถสอบได้ จากการสืบสวนของคณะกรรมการขณะนี้พบประมาณ 10 สาย แต่ละสายจะมีลูกค้าไม่น้อยกว่า 250-300 คน รวมกว่า 3 พันคน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า หากการสืบสวนพบว่าในขบวนการทุจริต มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง ข้าราชการนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.157 และ ม.164 กรณีละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับทางราชการ ส่วนบุคคลภายนอก จะมีความผิด ม.322 ในการเปิดเผยความลับทางราชการ ข้อหาดังกล่าวสามารถประสานสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน นอกจากนี้ ทางตร. ประสาน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วยดูเพิ่มเติมว่ามีความผิดในข้อหาใดอีก
โฆษกตร. กล่าวถึงแนวทางการป้องกันการทุจริตการสอบครั้งต่อไปว่า ผบ.ตร.ได้สั่งให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือหน่วยอีโอดี มาให้ความช่วยเหลือในการตรวจสอบระบบของอุปกรณ์การสื่อสาร เพิ่มเติมจากเครื่องตรวจสอบโลหะ (เครื่องวอคทู) และจัดหาพื้นที่สนามสอบกลาง ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่จะสามารถให้ผู้สอบพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน โดยอาจจะแบ่งการสอบออกเป็นสายอำนวยการและสายปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามแยกออกจากกัน อย่างไรก็ตามอีก 1-2 เดือนข้างหน้าจะมีการสอบคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนที่มีผู้เข้าสอบประมาณ 1 ล้านคน คาดว่าการดำเนินการของตำรวจจะสามารถป้องกันการทุจริตในการสอบครั้งนี้ได้
เด้ง 2 ตำรวจสงสัยเอี่ยวโกงสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีทุจริตในการสอบเข้ารับราชการตำรวจยศนายสิบ หลังจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย พร้อมอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคในการโกงสอบ และยึดเงินของกลาง 10.5 ล้านบาท โดยมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 รายคือ นายวิบูลย์ศกดิ์ แสนจักร อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดลำปางนั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รอง ผบช.ภ.3 หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้พร้อมตำรวจมือดีชุดสืบจาก จังหวัดนครราชสีมา อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ รวม 30 นาย ได้ประชุมร่วมกัน และประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจภูธภาค 3
หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจับผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ยึดเงินสดของกลางรวม 10,936,000 บาท ขณะนี้ได้เร่งหาตัวผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร ที่เชื่อว่าเป็นตัวเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหมดของขบวนการทุจริตโกงข้อสอบ โดยได้ส่งหมายจับประสานไปยังทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศแล้ว
สำหรับแนวทางในการสอบสวนได้มุ่งเน้นไปที่การหาหลักฐานจากกระดาษคำถาม คำตอบ เนื่องจากคำให้การของผู้ทุจริตระบุว่า มีการนัดแนะเรื่องคำนวนอักษร พยัญชนะ เพื่อเป็นรหัสบอกชุดที่สอบ ดังนั้นผู้สมัครที่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการทุจริตจะต้องทิ้งร่องรอยการถอดรหัสเพื่อระบุชุดที่ตัวเองสอบให้ตรงกับชุดที่ทางผู้ให้สัญญาณ จึงจะนำข้อสอบทั้งหมดมาตรวจสอบหาร่องรอย หากพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มก็จะตัดสิทธิ์การสอบไป เชื่อว่ายังมีผู้กระทำความผิดอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
อนึ่ง ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ ร.ต.อ.สนั่นพล กัลญาวัฒนางาม รอง สวป.สภ.เมืองศรีสะเกษ และ ด.ต.วชิรานุสรณ์ พงษ์พันธ์ ผบ.หมู่ สภ.เมืองศรีสะเกษ สามีของนางเตือนใจ พงษ์พันธ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับตัว ให้มาช่วยราชการที่กองบัญชาการ ตร.ภ. 3 เป็นเวลา 30 วัน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนางเตือนใจฯ ผู้ต้องหา เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานที่มีอยู่โดยมีผลทันทีในวันนี้ ซึ่งล่าสุดทั้งสองนายได้เดินทางมารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว
ดาชัย แถลงร่ำไห้ ลั่นถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามฟุตซอลลำปางยูไนเต็ด ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง นายดาชัย อุชุโกศลการ ประธานกลุ่มเสื้อแดงพลังลำปาง และรองประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย (ผู้ประสานงานภาคเหนือ) ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง หมายเลข 2 ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจังหวัดลำปาง ทันที หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เข้าจับกุมตัว เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันช่อโกงประชาชน ในคดีทุจริตสอบตำรวจ และนำตัวไปสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จนได้รับการประกันตัวออกมา ด้วยหลักทรัพย์ 140,000 บาท เพื่อสู้คดีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา
นายดาชัย เปิดใจทั้งน้ำตาว่า การที่ตนถูกจับกุมในข้อหาดังกล่าว เป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ลำปาง แน่นอน มีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองใน จ.ลำปาง หรือที่เรียกว่า อำมาตย์ลำปาง ขณะที่ตนถูกควบคุมตัวอยู่ที่ จ.นครราชสีมา มีผู้ใหญ่ใน จ.ลำปาง โทรศัพท์ประสานไปยัง ตำรวจ จ.นครราชสีมา เพื่อไม่ให้ประกันตัวตน แต่ตนได้รับการประกันตัวออกมาเนื่องจากว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าตนกระทำผิด จึงไม่สามารถขัดขวางการประกันตัวของตนเองได้
ทั้งนี้ ตนอยากออกมาขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวว่า ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุ คดีดังกล่าว ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ ตนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่กลับไม่มีหมายเรียกออกมาเชิญตนไปสอบสวน หรือแจ้งข้อกล่าวหา กลับนำหมายจับ ทำการจับกุม โดยที่ผ่านมา ตนถูกใส่ร้ายมาโดยตลอดว่า ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและการตัดไม้เถื่อน มีการทำหนังสือร้องเรียนไปยังส่วนกลางหลายเรื่อง เช่น ตนมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ และตนต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
"ผมอยากให้มีการตรวจสอบว่า ไม่ได้ร่ำรวย มีหนี้สินอยู่มากมาย สามารถตรวจสอบได้กับ ปปช. ที่ผมเคยยื่นทะเบียนทรัพย์สิน และหนี้สินไว้ และจะขอสู้ถึงที่สุด เพื่อแข่งขันในการลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ลำปาง ขณะนี้ยังมีสิทธิ์ในการหาเสียงเลือกตั้ง ยังไม่มีการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแต่อย่างใด"
นายดาชัย ยืนยันว่า ถูกกลั่นแกล้ง จากผู้มีอิทธิพลใน จ.ลำปาง เพื่อให้เสียชื่อ และขวางไม่ให้ตนลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้



