ข่าว

11วันแท็กซี่รับใบขับขี่16,000ราย

11วันแท็กซี่รับใบขับขี่16,000ราย

14 มิ.ย. 2555

ขนส่งทางบกเผย 11 วัน 'ยกเครื่อง แท็กซี่ไทย' มีผู้มารับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะสูงถึงกว่า 16,000 ราย ขณะที่ 26 มิ.ย. สถานตรวจสภาพรถทุกแห่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับใหม่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 55  นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถิติการขอรับใบอนุญาต ขับรถยนต์สาธารณะ (รถแท็กซี่) จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 55 มีจำนวน 66,645 ราย ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถแท็กซี่ถึงวันที่ 31 พ.ค. 55 มีจำนวน 102,575 คัน เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล จำนวน 25,020 คัน และเป็นรถแท็กซี่นิติบุคล จำนวน 77,555 คัน ชี้ให้เห็นว่า มีผู้ขับรถแท็กซี่จำนวนมากที่ยังไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ดังนั้น เพื่อเป็นการจัดระเบียบรถแท็กซี่ให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดทำโครงการ 'ยกเครื่อง แท็กซี่ไทย' ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า เพียง 11 วัน ของการดำเนินการ (ระหว่างวันที่ 1 -11 มิ.ย. 55) มีผู้ติดต่อขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะสูงถึง 16,278 ราย เฉลี่ยวันละ 1,479 ราย จากเดิมที่มีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถเพียง 20 คน / วัน เท่านั้น และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้บริการแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ขับรถยนต์สาธารณะทุกวันไม่เว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ขับรถแท็กซี่ทุกรายมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ รวมทั้งมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถด้วย

          นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบรถแท็กซี่ตามจุดให้บริการต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 1- 12 มิ.ย. 55 พบ ผู้กระทำผิด จำนวน 3,868 ราย ความผิดส่วนใหญ่ คือ ไม่แสดงใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือใบอนุญาตประเภทอื่นที่ใช้แทนกันได้ แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย และไม่มีบัตรประจำตัวผู้ขับรถ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ณ จุดตรวจ จำนวน 475 ราย ออกคำสั่งผู้ตรวจการ จำนวน 1,825 ราย และตักเตือน จำนวน 1,675 ราย ทั้งนี้ หากตรวจพบผู้ขับรถแท็กซี่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จะมีความผิดต้องโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องแสดงบัตรประจำตัวผู้ขับรถด้วย ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนผู้ประกอบการ หรือเจ้าของรถแท็กซี่ ต้องร่วมรับผิดชอบ โดยหากยินยอมให้ผู้อื่นที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเช่าหรือขับ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากไม่จัดทำประวัติคนขับรถแท็กซี่จะมีความผิดปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยก่อนหน้านี้กรมการขนส่งทางบกได้ประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าวไปยังบรรดาผู้ประกอบการและผู้ขับรถแท็กซี่แล้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ดำเนินการให้ถูกต้องก่อนการเริ่มตรวจจับอย่างจริงจังต่อไป

 

26 มิ.ย. สถานตรวจสภาพรถทุกแห่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับใหม่

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ห้องประชุม อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดการประชุม 'ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ' ในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสาระสำคัญ และเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามกฎกระทรวงเกี่ยวกับ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถจะต้อง จัดให้มีอาคารสถานที่ตรวจสภาพรถ เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด รวมทั้งกำหนดให้ผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถ และเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป นอกจากนี้ ในอนาคตยังเตรียมให้สถานตรวจสภาพรถต้องมีระบบการรายงานผลการตรวจสภาพรถผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Online และมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อส่งข้อมูลการตรวจสภาพรถมายังกรมการขนส่งทางบกต่อไปด้วย 

          นายจิรุตม์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสถานตรวจสภาพรถ ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,023 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 55) เป็นสถานตรวจสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1,448 แห่ง และสถานตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ จำนวน 575 แห่ง กรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่ควบคุม กำกับดูแลการดำเนินงานของสถานตรวจสภาพรถดังกล่าว จึงได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาสถานตรวจสภาพรถให้มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั่วประเทศ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ ติดตาม การดำเนินงานของสถานตรวจสภาพรถที่ผ่านมา พบว่า ยังมีสถานตรวจสภาพรถบางแห่งที่ละเลยกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด รวมทั้งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตบางรายยังละเลยการควบคุมดูแลเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานตรวจสภาพรถ ดังนั้น มาตรการต่าง ๆ ที่กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดขึ้นนี้ จะทำให้สถานตรวจสภาพรถมีการตรวจสภาพรถอย่างเข้มงวดจริงจัง มีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานสากล และส่งผลให้รถที่ผ่านการตรวจสภาพมีความปลอดภัยในการใช้งานที่สูงขึ้น เป็นการป้องกันและลดการสูญเสียชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ หากประชาชนพบสถานตรวจสภาพรถใด ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าว แจ้งส่วนสถานตรวจสภาพรถ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ 0-2271-8613 หรือ แจ้ง Call Center 1584 รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด