
ปึ้งถกฮิลลารี่ย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นไทย-สหรัฐ
"สุรพงษ์" ถก "ฮิลลารี่" ย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นไทย-สหรัฐ เผยมะกันยังไม่รับข้อเสนอเลิกแซงชันพม่าทั้งหมด เหตุ กม.มีหลายขั้นตอน เตรียมทำเอ็มโอยูระหว่างแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำ พร้อมทำไตรภาคี 3 ฝ่ายให้ความช่วยเหลือพม่า "บ่นเบื่อกลุ่มโยงการเมือง กล่าวหาเยือนมะกั
วันที่ 14 มิ.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ในการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 11 - 17 มิ.ย. ว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง นายสุรพงษ์ ได้เดินทางไปยังที่ทำการสำนักงานวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อพบปะและหารือกับนายจิม เว๊บบ์ วุฒิสมาชิก พรรคเมโมแครต มลรัฐเวอร์จิเนีย และนายเจมส์ อินฮอฟ วุฒิสมาชิก พรรครีพับลิกัน มลรัฐโอกลาโฮมา จากนั้นช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.30 น. ได้เข้าพบหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนางฮิลลารี่ คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะอ่านคำแถลงข่าวร่วมกัน
โดยนางฮิลลารี่ กล่าวว่า ภูมิใจกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯที่มีมายาวนานนับ 179 ปี ซึ่งในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศที่ครอบคลุมในประเด็นสกคัญหลายเรื่อง ทั้งการค้าการลงทุน สันติภาพ สิทธิมนุษยชน การช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน ซึ่งสหรัฐฯสนับสนุนให้ไทยมีบทบาทสำคัญในการรักษาสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาค ขณะที่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เราต้องการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และความมั่นคงในภูมิภาคและของโลก
จากนั้นเวลา 19.00 น. นายสุรพงษ์ได้มอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนางฮิลลารี่ ว่า ได้พูดคุยถึงความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านการป้องกันการก่อการร้าย ยาเสพติด อาชญากรข้ามชาติ และความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (tpp) ซึ่งเหมือนกับการทำ FTA ซึ่งไทยได้แจ้งว่ามีความพร้อมแต่ต้องใช้เวลา เพราะต้องผ่านความเห็นชอบจาก 9 ประเทศที่เป็นสมาชิก ขณะที่สหรัฐฯก็อยากให้ไทยช่วยเร่งการพิจารณาในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการต่อต้านการแพร่ขยายอาวุธและอาวุธร้ายแรง (PSI) นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างกันของนายโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย โดยอยากให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯเดินทางมาเยือนไทย ช่วงก่อนหรือหลังการประชุมอาเซ็มที่กรุงพนมเปญ และอยากให้สหรัฐเชิญนายกรัฐมนตรีไทยไปเยือนสหรัฐฯระหว่างเดือน ก.ค. หรือส.ค. ซึ่งในระหว่างการเยือนระดับผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายที่จะมีขึ้นนั้น จะมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างกันในหลาย ๆ เรื่อง และจะมีการประกาศความร่วมมือไตรภาคีระหว่างไทย สหรัฐ กับพม่าในการให้ความช่วยเหลือพม่าในด้านต่าง ๆ ด้วย เหมือนที่ไทยได้ให้ความช่วยเหลือพม่าทั้งด้านการศึกษาและสังคม โดยรายละเอียดเนื้อหาของเอ็มโอยูและความร่วมมือไตรภาคีที่จะให้พม่าจะมีอะไรบ้างนั้น จะมีการหารือกันในการประชุมยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐครั้งที่ 4 ที่จะมีขึ้นในวันที่14 มิ.ย.นี้ต่อไป
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในการหารือยังได้พูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศพม่า ซึ่งตนได้เสนอให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหรือแซงชั่นที่มีต่อพม่าทั้งหมด เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในพม่าเดินไปอย่างถูกต้องแล้ว ซึ่ง นางฮิลลารี่ก็รับฟัง แต่บอกว่าเรื่องการยกเลิกการแซงชั่นนั้น สหรัฐฯมีขั้นตอนทางกฎหมายค่อนข้างมาก อาจจะยกเลิกได้ไม่หมด ต้องเป็นไปทีละขั้นตอน และตนยังได้ขอให้สหรัฐฯให้การสนับสนุนผู้หนีภัยจากการสู้รบที่อยู่ในประเทศไทย 9 ค่ายต่อเนื่องไป นอกจากนี้ตนยังได้แนะนำไปว่าสหรัฐฯควรจะให้ความสำคัญกับบุคคล 2 คนในพม่าเท่า ๆ กัน คือ พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า และนางอองซานซูจี เพราะทั้ง 2 คน สามารถที่จะพัฒนาความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศได้ ทั้งนี้นางฮิลลารี่ได้แจ้งว่าจะพานักธุรกิจไปประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงพนมเปญในวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งอยากให้นายกรัฐมนตรีของไทยไปร่วมในเวทีดังกล่าวด้วย
บ่นเบื่อกลุ่มโยงการเมือง กล่าวหาเยือนมะกันเพื่อแลกวีซ่าให้ "นายใหญ่"
เมื่อเวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง) ที่รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือทวิภาคีกับนางฮิลลารี่ คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายออกมาวิจารณ์ว่าการเดินทางเยือนสหรัฐฯครั้งนี้ ตนจะมาต่อรองเรื่องการให้นาซ่าใช้สนามบินอู่ตะเภากับเรื่องวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้แน่นอน ตนจะมาแลกกับวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไม และในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาโดยได้รับรายงานว่าเป็นเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เสนอความเห็นอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามหากเรื่องที่นาซาขอใช้สนามบินอู่ตะเภามีปัญหามากนัก ตนก็จะขอถอนเรื่องออกจาก ครม. เพราะเรื่องนี้ตนเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งเลย แต่กลับมาถูกกล่าวหาอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมสารนิเทศ กลับไปชี้แจงข่าวดังกล่าวที่ประเทศไทยแล้ว
" ผมเห็นว่าถ้าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาประเด็นการเมือง คนพยายามที่จะหยิบโยงสร้างเรื่องขึ้นมา ผมก็จะถอดเรื่องนี้ออกไป ในเมื่อผลประโยชน์จะตกแก่ประเทศกลับไม่เอา ก็อย่าเอาเลย ของดี ๆ ไม่เอาก็ไม่ต้องเอาเลยดีกว่า มันจะได้ไม่ต้องปวดหัว เพราะเราพยายามจะทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย แต่มีคนกลุ่มหนึ่งไม่อยากได้ ก็ให้น้ำท่วม ภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก เพราะนาซาเขาจะเอาเมฆมาสำรวจปริมาณฝนเพื่อพยากรณ์ ซึ่งความจริงเรื่องนี้มีทั้งโครงการฝนหลวง และองค์การอวกาศประเทศไทยร่วมประชุมในโครงการนี้ด้วย แต่ทุกคนกลับเงียบหมด ปล่อยให้กระทรวงการต่างประเทศกลายเป็นแพะรับบาป โดยเฉพาะผม ซึ่งผมไม่เอา ถ้ามันยุ่งยากมาผมขอถอน แต่ผมจะให้ปลัดกระทรวง และอธิบดีกรมสารนิเทศไปแถลงก่อนในมุมมองภาพรวมให้คนเข้าใจว่าประโยชน์มีจริงหรือไม่" นายสุรพงษ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์



