
'ซูจี'เริ่มเดินสายทัวร์ยุโรปในรอบ24ปี
'นางอองซาน ซูจี' เริ่มการเยือนสวิตเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายแรกของการเดินสายเยือนชาติยุโรปเป็นเวลา 16 วัน ซึ่งเป็นการเยือนยุโรปครั้งแรกในรอบ 24 ปี
14 มิ.ย.55 นางอองซาน ซูจี ส.ส.ฝ่ายค้านของพม่า เดินทางนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวานนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้สนับสนุนรอให้การต้อนรับที่สนามบินอย่างอบอุ่น รวมถึงนายฮวน โซมาเวีย ผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือ ไอแอลโอ โดยการเยือนยุโรปของเธอครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ทำให้ชาติยุโรปได้รับฟังจากปากของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยว่า การปฏิรูปต่างๆในพม่าขณะนี้สะท้อนถึงการสิ้นสุดของระบอบเผด็จการทหารในประเทศอย่างแท้จริงใช่หรือไม่
ซูจี มีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของไอแอลโอที่สำนักงานของสหประชาชาติในเจนีวาวันนี้ หลังจากไอแอลโอรณรงค์มาโดยตลอดเพื่อให้พม่ายุติการบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสและการใช้แรงงานเด็ก และไอแอลโอตัดสินใจเมื่อวานยกเลิกการคว่ำบาตรพม่าในการเข้าร่วมกิจกรรมของไอแอลโอ เพื่อเป็นรางวัลให้กับการปฏิรูปในพม่า
เธอบอกกับผู้สื่อข่าวที่รุมล้อมขณะเข้าพักที่โรงแรมว่า เป็นโอกาสอันดีที่พม่าจะได้กลับเข้าไปมีส่วนร่วมในประชาคมโลกมากขึ้น และเธอคิดว่าประชาคมโลกได้พยายามอย่างมากแล้วเพื่อดึงพม่ากลับเข้าสู่ประชาคมโลก จึงขึ้นอยู่กับพม่าที่จะตอบสนอง
และระหว่างเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ซูจีจะได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์รับประทานอาหารค่ำร่วมกับประธานาธิบดี และเยี่ยมชมรัฐสภา ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงออสโลของนอร์เวย์ในวันศุกร์ เพื่อรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เธอควรจะได้รับเมื่อ 21 ปีที่แล้ว
จากนั้นเธอจะไปเยือนไอร์แลนด์ ซึ่งเธอจะได้ร่วมชมคอนเสิร์ตที่จัดโดยองค์การนิรโทษกรรมสากลเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอและรับรางวัลด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้เธอจะเยือนอังกฤษ บ้านเกิดของสามีผู้ล่วงลับ โดยเธอได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมรัฐสภาอังกฤษในวันที่ 21 มิ.ย.ซึ่งมีผู้นำทั่วโลกเพียงไม่กี่คนที่ได้รับเกียรตินี้และจะเยือนฝรั่งเศสเป็นจุดหมายสุดท้าย ก่อนกลับพม่าเพื่อเข้าร่วมการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 ก.ค.
การเยือนยุโรปครั้งนี้เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งที่สองในรอบ 24 ปี หลังเธอเดินทางจากอังกฤษกลับไปดูแลแม่ที่ป่วยในพม่าและไม่ได้ออกนอกประเทศอีกเลย และเพิ่งเยือนไทยเมื่อเร็วนี้ๆในการออกนอกประเทศครั้งแรก ถ้อยแถลงของเธอในเวทีใดๆในการเยือนยุโรปครั้งนี้จะได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อประเมินว่าบรรยากาศในพม่ามีความปลอดภัยและเหมาะสมมากพอเข้าไปลงทุนหรือไม่



