ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ปิดทริปทัวร์ลุ่มน้ำ

'ยิ่งลักษณ์'ปิดทริปทัวร์ลุ่มน้ำ

14 มิ.ย. 2555

'ยิ่งลักษณ์' ถกผู้ว่าฯลุ่มน้ำตอนบน 10 จว. จี้ปรับแผนโครงการให้เสร็จทันก.ค. ขณะที่ 'ยงยุทธ' ขู่ย้ายผู้ว่าฯตามผลงานในระบบ PMOC ด้าน 'ปลอด' ของบฯแก้น้ำท่วมใต้

                       14 มิ.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติภารกิจการลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำภารกิจ เป็นวันสุดท้าย โดยนายกรัฐมนตรี รับฟังการบรรยายสรุปจากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ พร้อมกับการประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ต้นน้ำ ที่ห้องประชุมเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก
ทั้งนี้ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายเทอดเกียรติ  ชินสรนันท์  นายกเทศมนตรีนครแม่สอด เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ผลักดันร่างพรบ.ระเบียบบริหารราชการนพรแม่สอด พ.ศ. .... และร่างพรฎ.จัดตั้งเขตเศรษฐกิจแม่สอด พ.ศ........ เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ "นครแม่สอด" อีกทั้งเสนอของบในการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครแม่สอด 290 ล้านบาท และปรับปรุงสนามบินแม่สอด 406 ล้านบาท

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัดในพื้นที่ต้นน้ำ ประกอบด้วย จังหวัดตาก เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ ลำพูน  ลำปาง อุตดรดิตถ์ สุโขทัย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงการปรับแผนโครงการเร่งด่วนที่สั่งให้ทุกจังหวัดปรับสัญญาจากกำหนดการทำเสร็จในเดือน ส.ค.2555 มาให้เป็นเสร็จก่อนเดือน ก.ค.2555 เพราะประเมินแล้วว่าพื้นที่ต้นน้ำต้องเสร็จเร็วกว่านั้นจึงขอให้ปรับแผนใหม่ นายกฯยังกล่าวถึงการปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำโดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ที่รับไปดำเนินการทำฝายเสร็จสมบูรณ์ ขอให้ผู้ว่า 10 จังหวัด ประชุมเชิงปฏิบัติการ(Work shop)เตรียมงานบูรณาการปลูกป่าร่วมกับกองทัพกปร.และกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดพื้นที่ซึ่งขณะนี้กระทรวงทรัพยากรฯมีการกำหนดเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการเวิร์คช็อปรายจังหวัดเพื่อให้ผู้ว่าฯลงแผนและกำหนดแอคชั่นแพลนว่าจะทำอะไรก่อนหลัง รวมทั้งกำหนดพันธุ์ไม้ทั้งไม้เนื้อแข้งและไม้เนื้ออ่อน รวมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริในการมาปลูกป่า ทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับป่า และต้องไม่เน้นการแจกกล้าไม้ให้ไปปลูกเอง

                       สำหรับกรณีที่น่าสนใจคือในส่วนของ จ.เชียงใหม่ ที่รายงานโดย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่รายงานว่าโครงการเร่งด่วนสำคัญ( Flagship) ดำเนินการครบถ้วนในส่วนของแม่น้ำปิงในเรื่องของการขุดลอก และภาพรวมของเชียงใหม่มุ่งมั่นปฏิบัติตามตามกรอบเวลา ซึ่งนายกฯกำชับว่าผู้ว่าต้องดูแลความคืบหน้าในการขุดลอกแม่น้ำปิงจากลำน้ำสันป่าตองไปอำเภอแม่แตง และขุดลอกแม่น้ำกวงและงานของกระทรวงมหาดไทย ที่ยังไม่ทราบความคืบหน้าในเว็บไซต์ รวมทั้งในส่วนของกรมทางหลวงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานก็ยังช้าอยู่ ซึ่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ได้ชี้แจงว่า ในส่วนของการขุดลอกพื้นที่สันป่าตองลงไปไม่ได้อยู่ในFlagshipตั้งแต่แรก แต่มี 6 ช่วงที่ต้องขุดลอกเพิ่มเติมเพื่อให้น้ำจากสันป่าตองไหลสะดวกมากขึ้น ซึ่งจังหวัดได้ทำรายละเอียดจะเสนอคณะทำงานต่อไป ส่วนของทางหลวงจะให้ทางหลวงชนบทให้รายงานเข้ามา อย่างไรก็ตามในส่วนของแม่น้ำกวงดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายกฯขอให้อัพเดทข้อมูลเข้ามาด้วย และระบุด้วยว่าในวันนี้ไม่ได้ตามแค่โครงการเร่งด่วนฯของผู้ว่าฯเท่านั้น แต่งานอื่นๆผู้ว่าต้องติดตามทั้งงบท้องถิ่นในฐานะผู้ว่าซีอีโอ ขอให้ผู้ว่ารายงานเข้ามาด้วย ถ้าส่วนไหนไม่ทันก็ไห้เร่งรัดผู้รับเหมาและเสริมกำลังเข้ามา

                       จากนั้นนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานว่ากำลังดำเนินการโครงการอยู่คาดว่าจะเสร็จภายในก.ย. ส่วนของกรมทางหลวงชนบทจะเสร็จภายในสิงหา รวมทั้งการจ่ายเงิน5,000ครบถ้วนแล้ว แต่ปรากฏว่าช่วงนี้นายกฯมีสีหน้าหงุดหงิดและส่ายหน้าแสดงอาการไม่พอใจและกล่าวกับผู้ว่าฯน่านผ่านไปถึงผู้ว่าภาคเหนือที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำว่า “ขอให้พื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำที่ยังไม่มีการแก้สัญญา ขอให้แก้ให้ตรงกับที่มีการกำหนดไว้ กำหนดจุดเดทไลน์ในPMOC(www.pmocflood.com)ให้ชัดเจน”

                       ด้านนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯพะเยา รายงานความคืบหน้าในการขุดลอกและทำแก้มลิงซึ่งผลงานโดยรวมอยู่ที่76% มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 50%  ใน 3 โครงการที่ดำเนินการและจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค. หรือปักษ์แรกของก.ค.แน่นอน คาดจะเสร็จการเบิกจ่ายในเดือนกรกฏาคมแน่นอน จากนั้นนายกฯได้ขอให้นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ และนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ไปช่วยดูแลโครงการพัฒนากว๊านพะเยา ในการพัฒนาให้มีศักยภาพในการกักเก็บน้ำ

                       ขณะที่นายเกษม วัฒนธรรม ผู้ว่าฯจังหวัดแพร่เป็นผู้ว่าฯที่เรียกเสียงหัวเราะในห้องประชุมได้มาก โดยนายเกษมได้รายงานผ่านระบบประชุมทางไกลถึงการดำเนินการโครงการFlagship ที่จะหมดในเดือน มิ.ย. และได้รายงานต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนทำให้นายกฯกดไมโครโฟนเพื่อจะสอบถามแต่นายเกษมไม่ได้ยินและรายงานต่อไป จนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ ได้ช่วยกดไมโครโฟนเรียกบอกให้ผู้ว่าฯแพร่หยุดรายงานก่อนและเรียกว่า “เกษม เกษม หยุดก่อน เสม หยุดก่อน” แต่ก็ไม่สามารถหยุดนายเกษมได้” จนรายงานจบนายเกษมกล่าวหลังไมค์กับคนข้างๆแต่ไม่ได้ปิดไมค์ว่า “ของเราดีกว่าเพื่อนเลย” จึงทำให้นายกฯและคนในห้องประชาชนหัวเราะก๊ากเสียงดัง ต่อจากนั้นนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ก็ก้มหน้าก้มตารายงานเช่นกัน จนนายยงยุทธต้องช่วยกดไมค์เรียก “ธวัชชัย ธวัชชัย ได้ยินไหม อย่าก้มหน้าก้มตาพูดสิ ท่านนายกจะพูดบ้าง” อย่างไรก็ตามผู้ว่าฯลำปางก็ยืนยันว่าโครงการFlagshipจะเสร็จทันก.ค.แน่นอน

                       ต่อจากนั้นเป็นการรายงานของผู้ว่าฯลำพูน อุตรดิตถ์ และผู้ว่าฯสุโขทัยที่นายกฯย้ำเรื่องของจุดที่เขื่อนดินแตกให้กระทรวงคมนาคมลงไปช่วยเพื่อไม่ให้เสียหายมากกว่านี้ และกองทัพจะช่วยซ่อมที่ ต.ยางซ้าย อ.เมือง ด้วย

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหนึ่ง นายกฯได้สอบถามนายรอยลว่าเห็นสภาพการณ์แบบนี้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมากหรือน้อยเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา โดยนายรอยล กล่าวว่า จะตอบอย่างมั่นใจคือปลายเดือนก.ค. และตนขอเสนอแนวคิดคือในส่วนของการเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 5% สุดท้ายที่เราไม่กล้าใช้เพราะถ้าล้นแล้วจะเปิดประตูน้ำไม่ได้ ถ้ามีการปรับระบบการเก็บกัก เราจะกล้าเล่นกับ5%สุดท้าย ซึ่งทีมตนจะศึกษาลู่ทางและจะใช้เป็นเรื่องที่ใช้เงินน้อยมากและสามารถนำไปใช้กับเขื่อนอื่น แต่ต้องใช้เวลาเป็นปีแต่จะง่ายในการบริหารจัดการ

                       ด้านนายกฯตอบว่าเป็นประเด็นที่น่าศึกษาดูขอให้นายรอยลไปคุยกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ดู และฝากคณะทำงานด้านการระบายนำและนายปลอดประสพในการหารือในรายละเอียด และขอให้นายปลอดประสพประชุมผู้ว่าฯกลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ในการป้องกันด้วย เพราะต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ซึ่งตนก็ยังเป็นห่วงเรื่องของสินค้าและพืชผลจากประชาชนด้วย ขอให้ตั้งทีมงานมอนิเตอร์ใกล้ชิด

                       นายรอยล กล่าวว่า ที่ควรระวังขณะนี้คือที่เขื่อนสิริกิติ์ที่น้ำค่อนข้างมาก โดย 2 วันที่ผ่านมากฟผ. ระบายน้ำ 32 ล้านลบ.ม./วัน แต่ปรับให้เหลือ 17 ล้านบาท เพื่อให้แม่น้ำยมระบายมาน่านได้สำเร็จ ทำให้แม่น้ำยมและน่านเริ่มทรงตัว แต่เขื่อนป่าสักตนหนักใจที่สุดเพราะเวลาไหลเข้าก็เยอะฮวบฮาบและปีที่แล้วปริมาณก็เกินไปมาก ดังนั้นปีนี้จึงไม่กล้าเก็บก็ลดลงมาเหลือ 17% เพราะเหนือเขื่อนป่าสักน่าจะมีฝนมาก ทั้งนี้เขื่อนป่าสักมีความซับซ้อนมาก เพราะถ้าช่วงที่ปริมาณน้ำสูงมากก็จะสูงถึง 122% ถ้าน้อยก็ต่ำกว่า 70% ก็จะไม่มีน้ำและปล่อยให้ภาคการเกษตรไม่มีน้ำปล่อยในหน้าแล้ง และก็ต้องปรับแผนคู่กับเขื่อนเจ้าพระยา

                       “ผมมีข้อเสนอแนะคือในวันที่ 15-17 มิ.ย. ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักที่เหนือภาคเหนือตอนกับภาคอีสาน ที่มีความเสี่ยงคือบริเวณแม่น้ำยมตอนบน สุโขทัย พิจิตร และแม่น้ำน่านตนล่าง ที่ตอนนี้ กฟผ. เริ่มจะเร่งการระบายน้ำแล้ว และลดการระบายใน 7 วันข้างหน้า จากนั้นก็จะหาช่องระบายในช่วงก.ค. ไม่เช่นนั้นก็จะอยู่ในภาวะเสี่ยง และการคาดการณ์ระยะยาว ต้องอาศัยความร่วมมือกับกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือและกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งปีที่แล้วโดนพายุไป 5 ตัว ปีนี้จะโดน 3 ตัวก็จะน้อยหน่อย แต่ก็ยังถือว่าเยอะอยู่” นายรอยล กล่าว

                       นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำยมว่า ขอเสนอแผนการบริหารจัดการลุ่มน้ำยมระยะสั้น 4 ข้อ คือ ดูแลพื้นที่ป่าไม้เหนืออ่างเก็บน้ำให้มีศักยภาพในการกักเก็บน้ำได้มากขึ้น โดยการแปรสภาพป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่มีอยู่ 5 ล้านไร่ ให้เป็นป่าดิบแล้งในการเพิ่มเรือนไม้เรือนยอด ชั้นที่ 1 และ 2 เพราะไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ,ในพื้นที่ราบภาคเหนือตอนบน เช่น พิจิตร สุโขทัย อุทัยธานี อุตรดิตถ์ ไปบูรณะหนองบึงธรรมชาติที่มีมากที่สุดในประเทศให้เป็นแหล่งเก็บน้ำถาวร และสร้างระบบเชื่อมต่อให้เป็นพวงคลองหนองบึงในรูปแบบพื้นที่ชุ่มน้ำ, สร้างแก้มลิงในพื้นที่ราบภาคเหนือตอนล่างในลักษณะเซลล์วางเป็นรูปก้างปลาทั้งซ้ายและขวาของแม่น้ำยม และต้องมีประตูควบคุมน้ำทั้งเข้าและออก โดยกำหนดหน้าที่ให้ควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านให้พอเหมาะกับเส้นทางระบายน้ำ ไม่ให้ล้นลำน้ำออกไปท่วมพื้นที่ข้างเคียง และสร้างฝ่ายขนาดใหญ่ตลอดลำน้ำยม เพื่อชะลอการไหลของน้ำและการกักเก็บน้ำ ส่วนแผนระยะยาว 4 ข้อ คือ ให้สร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่สูงเพื่อตัดยอดน้ำ ,สร้างฝายในลำน้ำยมตามภูมิประเทศเพื่อการชลประทาน ,สร้างระบบการผันน้ำในลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านเป็นรูปแบบกริด ลูกผสมระหว่างการระบายน้ำและการชลประทาน และเขื่อนกั้นน้ำรอบเมืองสำคัญ จะทำให้เกิดความปลอดภัย

                       นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า อยากให้ผู้ว่าฯเข้าใจบทบาทตัวเอง ในการเดินหน้าโครงการต่างๆ 3 ข้อ 1.รู้ว่าฝนจะตกเมื่อไร แล้วโครงการต่างๆ จะชะลอหรือรับน้ำอย่างไร 2.โครงการเหล่านั้นต้องทำทางให้น้ำระบายได้อย่างสะดวก และ 3.โครงการที่ทำต้องไม่ไปขวางทางน้ำ ทั้งนี้ ตนพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ 2-3 คน ว่าน่าจะเป็นเรื่องของสิ่งก่อสร้างที่ทำให้น้ำขังในภาคใต้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณและลดถนนลง และถ้าหาร่องน้ำได้กรมทางหลวงก็สามารถได้ทันที โดยจะเจาะจุดสำคัญทำเป็นทางระบายน้ำเพราะเรื่องนี้อะไรที่มั่นใจทางเทคนิคขอทำเลย

                       อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการประชุม นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนห่วงใยการไล่ดูน้ำตั้งแต่ต้นน้ำหมด เพราะพบว่าบางช่วงของแม่น้ำปิงจังหวัดเชียงใหม่ยังคงไม่ต่อเนื่อง เพื่อจะได้ระบายน้ำอย่างเต็มที่ รวมทั้งเรื่องแผนเตือนภัย ขอให้บริเวณที่ใกล้น้ำต้องซ้อมอย่างจริงจังในการสื่อสารเพราะกลุ่มตรงนี้มีความเสี่ยง และต้องสร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นเพราะประชาชนไม่มั่นใจในระดับน้ำในคลองและในเขื่อน ขอให้ผู้ว่าฯลงไปเตรียมตัวทำการเตือนภัยร่วมมือกับท้องถิ่น และกทม.ด้วย ที่อาจเตรียมไม่เหมือนที่จังหวัดอื่นจึงขอฝากนายยงยุทธช่วยประสานด้วย

                       ด้านนายยงยุทธ กล่าวว่า การประเมินผลผู้ว่าฯที่จะส่งผลต่อการโยกย้ายอยู่ที่ PMOC กับความเป็นจริง ซึ่งโครงการในพื้นที่ต้นน้ำจะต้องเสร็จภายในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ ยังรวมถึงความโปร่งใสในการดำเนินการต่างๆด้วย

 

'นายกฯ'เตรียมแถลงปิดทัวร์นกขมิ้น

                       วันเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมพร้อมรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะที่จะเดินทางตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต้นน้ำที่ จ.เชียงใหม่ วันนี้ โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ประสานทุกหน่วยงานเพื่อเตรียมพร้อมด้านข้อมูลต่างๆ เช้าวันนี้เวลา 08.30 น. จะร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะลงพื้นที่ในช่วงบ่าย

                       นายกรัฐมนตรี มีกำหนดประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมลงตรวจพื้นที่ขุดลอกลำน้ำปิง และการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ก่อนแถลงข่าวภาพรวมของการติดตามงาน ที่กองบิน 41 ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

 

'นายกฯ'ปิดทริปทัวร์ลุ่มน้ำ มั่นใจการเตรียมพร้อม

                       น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ร่วมกันแถลงข่าวบริเวณสันเขื่อนภูมิพล โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า วัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ก็เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ต่อเนื่องจากที่ได้สั่งการให้รัฐมนตรีทั้ง 31 คนลงพื้นที่ 31 จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ และการติดตามงบประมาณที่ได้จัดสรรลงมาเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าแต่ละพื้นที่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งได้รับรายงานจากการติดตาม พบว่ายังมีบางพื้นที่ต้องลงไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมและเร่งรัด ทั้งนี้ในระบบการจัดเก็บข้อมูล (พรีม็อกซ์) และกลไกของมหาวิทยาลัยในการจัดเก็บภาพถ่าย เราจึงได้เลือกในจุดที่ลงไปรอยต่อของจังหวัดและบางจุดที่ต้องการวิเคราะห์พื้นที่จริงเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ

                       นายกฯ กล่าวว่า ภาพรวมเห็นว่าการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ มีการติดตามเรื่องการดูแลป้องกัน การสร้างพนัง การซ่อมแซม เพื่อให้อยู่ในภาพพร้อมเพื่อปกป้องพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วนเศรษฐกิจและประชาชน ในส่วนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน โดยรวมสิ่งก่อสร้างและการขุดลอกคูคลองทำได้ 60-70% ทั้งประเทศ ซึ่งความคืบหน้าอยู่กลางน้ำและปลายน้ำ ส่วนพื้นที่ต้นน้ำนั้น ยอมรับว่าช้ากว่าแผน แต่ก็ได้มีการเร่งรัดในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน บางครั้งอาจเลยกำหนดเวลาไปบ้าง แต่สิ่งที่ต้องการคืออยากให้ทุกส่วนชะลอน้ำให้ได้มากที่สุดเพื่อปรับความสมดุลปลายน้ำเพื่อการรองรับน้ำเต็มที่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับปากทั้งหมดว่าจะเสร็จทันตามกำหนด โดยได้มีการเร่งรัดปรับวิธีการทำงานใหม่ มีการเสริมอุปกรณ์ ทีมงานจากส่วนกลางและมอบหมายให้กองทัพลงพื้นที่ช่วยเร่งรัดให้เสร็จตามกำหนดการตามที่ได้อนุมัติงบประมาณลงไป

                       นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางของพื้นที่ต้นน้ำซึ่งจะเป็นส่วนการชะลอน้ำมากที่สุด ได้มีการเร่งรัดจัดทำฝายชะลอน้ำใน 6 ลุ่มน้ำหลัก ซึ่งมีทั้งฝายกึ่งถาวรและฝ่ายถาวร ซึ่งฝายกึ่งถาวร มี 2,200 แห่ง ฝายถาวร 610 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นเดือน ก.ค. ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติรับเป็นเจ้าภาพ โดยจะใช้ระบบจีพีเอสในการตรวจ เพื่อให้แน่ใจว่าการติดตั้งทั้งหมดมีการบันทึกเป็นข้อมูลเพื่อดูว่าอัตราการชะลอน้ำเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นแผนระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะมีการทำเวิร์คช็อปการกำหนดพื้นที่และพันธุ์ไม้ รวมทั้งวิธีการปลูกป่าเพื่อชะลอน้ำ โดยจะเริ่มทันทีในวันพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) ในพื้นที่ของต้นน้ำทั้งหมด และจะบูรณาการลงในรายจังหวัดร่วมกับภาคประชาชนและเอกชน ในส่วนพื้นที่กลางน้ำ จะมีการเชื่อมน้ำยมไปแม่น้ำน่าน ซึ่งปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสายเก่ายังมีความสามารถในการระบายน้ำ แต่ไม่สามารถรองรับได้เท่ากับปริมาณต้นน้ำที่ไหลลงมา ดังนั้นจะต้องปรับ หรือพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อปรับสมดุล ส่วนระยะยาวต้องมีการบูรณาการทั้งหมด และหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อรับน้ำที่ระบายมาจากน้ำยม และระยะสั้นก็มีการขุดลอกคูคลองเพื่อการระบายน้ำ

                       นายกฯ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ปลายน้ำนั้น ในเรื่องการขุดลอกคูคลองได้ดำเนินการแล้ว มีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำในจุดที่ยังท่วมขัง เพิ่มจุดติดตั้งกล้องซีซีทีวี ทั้งนี้ ในการระบายน้ำนั้น จะยึดหลักความสมดุล เพราะถ้าระบายน้ำมากเกินไปก็จะมีปัญหาที่ปลายทาง คณะทำงานจึงต้องทำงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันระบบ Single Command เพื่อการจัดระบบข้อมูลก็มีความพร้อม โดยเฉพาะการส่งต่อไปยังระบบเตือนภัย ในส่วนของการซ้อมแผนเตือนภัย ตนได้เน้นย้ำให้มีการซ้อมเตือนภัยในทุกพื้นที่ กำหนดจุดอพยพประชาชน โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งการซ้อมของนิคมอุตสาหกรรมและ กทม. ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมก็มีการจัดทำพนังกั้นน้ำป้องกัน  ขณะที่ในส่วนของจังหวัด มีการยกระดับถนนเพื่อเป็นพนังอีกชั้นหนึ่ง โดยให้คำนึงถึงการระบายน้ำออกด้วย เบื้องต้นหลายคนอาจจะเห็นการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากขณะนี้ถือว่าอยู่ระหว่างครึ่งทางของการทำงานและจะมีการติตดามเป็ระยะ ซึ่งพื้นที่ต้นน้ำจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. พื้นที่กลางน้ำในเดือน ก.ค.และ พื้นที่ปลายน้ำไม่เกินเดือน ส.ค.

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการเดินสายลงพื้นที่พอใจกับผลการดำเนินการแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ความต้องการกับความคาดหวังของประชาชนไม่เคยเพียงพอ ทั้งนี้การทำงานของ ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือว่าน่าพึงพอใจในระดับของความตั้งใจในการเร่งรัดการทำงาน แต่บางส่วน ผู้ว่าฯก็ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนติดตามการแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วน ไม่ใช่มองแค่ในจังหวัดเท่านั้น ซึ่งได้มีการปรับในรายละเอียดแล้ว ภาพรวมถือว่าเป็นไปตามแผนแต่บางจุดก็มีสาระในรายละเอียดที่ต้องดูแลแต่คิดว่าทันเวลา

                       เมื่อถามว่า หากการดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามกำหนด จะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่แค่รับรายงาน แต่จะต้องติดตามผลเพราะเราไม่สามารถรอแล้วค่อยมาบอกว่าไม่เสร็จทำอย่างนั้นไม่ได้ บางจุดที่ช้ากว่ากำหนดก็มีการปรับ และขอความร่วมมือจากผู้รับงาน ขอความร่วมมือจากส่วนกลางในการแก้ไขปัญหา ถ้าไม่สำเร็จก็จะมีการประเมินผล ต่อข้อถามว่าจะมีการคาดโทษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อแก้ไขงานให้เสร็จไม่ได้มุ่งมาจับผิดในรายบุคคล รัฐบาลมุ่งติดตามงานให้เสร็จเพื่อดูแลประชาชน

                       เมื่อถามว่าใกล้ที่จะถึงฤดูฝนแล้วแต่ยังมีหลายโครงการที่ยังล่าช้า นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่จุดใหญ่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นสาระที่มีการติดตามแล้ว ในส่วนของจุดใหญ่ๆ ก็มีการปรับเพื่อให้เกิดความสมดุลแล้ว เช่น การปรับระดับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน การขุดลอกคูคลอง เหลือเพียงการเร่งพัฒนาพื้นที่แก้มลิงต่างๆ เท่านั้น ซึ่งจะมีการติดตามให้ทันตามกำหนดเวลา เมื่อถามว่าคิดว่าโครงการต่างๆ จะเสร็จทันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำและเร่งรัดให้ทัน ซึ่งทุกกระทรวงพร้อมลงไปทำงานให้เสร็จและเชื่อว่าทุกคนมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ก็อยากขอกำลังใจให้คนทำงานด้วยเพราะทุกคนบากบั่นฝ่าฟันอุปสรรคในการแก้ปัญหา เพราะงานทั้งหมดเป็นงานทั้งประเทศแต่มีเวลาไม่กี่เดือน

                       “จะให้บอกว่าน้ำหายหมดจากทุกพื้นที่ไม่มีท่วมเลยคงยาก เพราะเรายังไม่รู้ปริมาณน้ำฝนและพายุอีก 3 ลูก ว่าจะมีมาแค่ไหน เราจะเห็นใกล้เคียงขึ้นประมาณสิ้นเดือน ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามสถานการณต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะเรามีการดำเนินการทั้งการทำพนังกั้นน้ำ การระบายน้ำ ทำให้พื้นที่ท่วมขังลดลง ยอมรับว่าจุดเสี่ยงอาจมีพื้นที่ที่อยู่ใกล้คลอง หากความสามารถในการระบายน้ำเกินความสามารถ อาจทำให้น้ำล้นออกมาอย่างที่ จ.สุโขทัยที่เขื่อนดินของท้องถิ่นแตก และวันนี้รัฐบาลห่วงพื้นที่ภาคใต้ เพราะปริมาณฝนมีมาก ขณะนี้ให้มีการเตรียมข้อมูลแล้ว และจะลงไปดูในพื้นที่ด้วยตนเอง” นายกฯ กล่าว

                       นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของกทม. ปัจจุบันมีแนวคันพระราชดำริในการป้องกันมากขึ้น จากเดิมมีเพียงแนวเดียว วันนี้มีการสร้างความแข็งแรงของแนวป้องกันมีการป้องกันในส่วนของคลองระพีพัฒน์อีกชั้นหนึ่ง จุดเสี่ยงต่างๆ ส่วนกลางก็เข้ามาเร่งรัดให้เสร็จ ขุดลอกคูคลองก็ดำเนินการไปเกือบทั้งหมด ความสามารถในการระบายน้ำในคลองแตกต่างจากปีที่แล้วแน่นอน การระบายเร็วขึ้น มีจุดป้องกันน้ำท่วม และหากมีปริมาณน้ำมากก็จะไม่ท่วมขังนาน สถานการณ์ยืนยันดีขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าไม่ท่วมเลย เพราะเป็นปัญหาในพื้นที่ หากพื้นราบน้ำไม่ไปก็ต้องตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม อย่างปทุมธานีมีการติดตั้งเพิ่มแล้ว ประตูจุฬาลงกรณ์ก็ติดตั้งเพิ่ม สามารถระบายน้ำได้ 3 เท่า เราทำทุกจุดเท่าที่เวลารองรับ แต่ระยะยาวก็มีแผนในการดำเนินการแล้วเช่นกัน

                       เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้ เท่ากับเป็นการแสดงบทบาทและภาวะผู้นำนายกฯ และรัฐบาล หากยังเกิดปัญหาขึ้นอีกจะมีการรับผิดชอบอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ประชาชนพิจารณา ซึ่งวันนี้งานทั้งหมดนายกฯ ครม.ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ และการช่วยเหลืออย่างมาก ซึ่งบางอย่างมีปัจจัยที่ยากมากก็ต้องขอความเห็นใจ วันนี้จะขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่และขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการช่วยกันเพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่าการบริหารจัดการน้ำครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ผลออกมาก่อน การทำงานของรัฐบาลนั้นประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาเพราะเราทำงานอย่างเต็มที่ ทุกวันนี้เราเปิดรับทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไข เพราะปัญหาในเรื่องน้ำ ไม่ใช่แค่วาระของรัฐบาล แต่เป็นวาระของประเทศ