ข่าว

ยิง"ดต."สืบ7ดับขณะค้นยาเสพติด

ยิง"ดต."สืบ7ดับขณะค้นยาเสพติด

14 มิ.ย. 2555

ดต.ชุดปราบยาเสพติดบก.น.7 ขอค้นจยย.ต้องสงสัย คนร้ายทิ้งรถก่อนยิงใส่ดับ เจอเพื่อนตำรวจยิงสวนก่อนเผ่นแนบ แฉประวัติพันยาเสพติดย่านฝั่งธน ระดมกำลังล่าตัว อีกคดีตร.นครบาลรวบลูกชายเสี่ยขายแบ็กโฮ ซิ่งเบนซ์สปอร์ตป้ายแดงส่งยานรกตบตา ยึดยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด ยาไอซ์

          เมื่อเวลา 21.45 วันที่ 13 มิถุนายน พ.ต.ท.ไพบูลย์ บุญญรัตน์ พนักงานสอบสวนสน.บางกอกน้อย รับแจ้งตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) ถูกยิงได้รับบาดเจ็บขณะเข้าตรวจค้นยาเสพติดภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าร้านลาบร้อยเอ็ด เข้าไปในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28 ประมาณ 20 เมตร พบกองเลือดจำนวนหนึ่ง ปลอกกระสุนปืน 3 ปลอก และกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิง 2 ปลอก ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ คือ  ด.ต.สนิท ริ้วทองชุ่ม อายุ 44 ปี  ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.บก.น.7 ถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงกระสุนทะลุปอด ถูกนำตัวส่งรพ.ธนบุรี 1 แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

          ส.ต.อ.สกล ลอบดี เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.บก.น.7 กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.บก.น.7 ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดตามปกติ  โดยใช้รถยนต์ออกตรวจยาเสพติดภายในพื้นที่จากถนนอิสรภาพ เข้ามาถนนจรัญสนิทวงศ์ จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ขี่กันมา 2 คัน โดยคันหนึ่งมีผู้ชาย 2 คนขี่และซ้อนท้ายกันมา

          ส.ต.อ.สกล กล่าวอีกว่า ส่วนอีกคันผู้ชายเป็นคนขี่ ผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย ตนกับด.ต.สนิท เห็นว่ามีท่าทางพิรุธจึงเรียกให้จอดรถเพื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ปรากฏว่ารถจักรยายนต์ที่มีผู้ชาย 2 คนได้เร่งเครื่องหลบหนีไป  ขณะที่รถจักรยานยนต์อีกคันที่มีผู้หญิงซ้อนท้ายพยายามหลบหนีเช่นกัน จังหวะนั้นด.ต.สนิท รีบลงจากรถไปขวางรถไม่ให้หลบหนี คนร้ายผู้ชายจึงทิ้งรถล้มทับผู้หญิงที่ซ้อนมาด้วยกัน ก่อนวิ่งหนีเข้าไปในซอยดังกล่าว

          ทั้งนี้  ช่วงที่คนร้ายกำลังวิ่งหนีได้ชักอาวุธปืนออกมา ตนก็พยายามตะโกนบอกด.ต.สนิท ว่าคนร้ายมีปืนแต่เป็นจังหวะที่กระชั้นชิดคนร้ายกระหน่ำยิงใส่ด.ต.สนิท หลายนัดทำให้ล้มลง ตนก็พยายามยิงต่อสู้กับคนร้ายแต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปได้พร้อมทั้งควบคุมตัวหญิงสาวไว้ ก่อนรีบนำตัวด.ต.สนิท ส่งโรงพยาบาลธนบุรี 1

          ต่อมาได้มี นางศุภาภรณ์ ริ้วทองชุ่ม อายุ 39 ปี ภรรยาของด.ต.สนิท พร้อมญาติและเพื่อนตำรวจ เดินทางมาที่รพ.ธนบุรี 1 เมื่อทราบว่าด.ต.สนิท เสียชีวิต ภรรยาและญาติถึงกับร่ำไห้เป็นลมล้มพับ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาเพื่อนตำรวจ 

          รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคนร้ายรายนี้ทราบชื่อคือ  นายบุญฤทธิ์ ด้วงไพร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 741 ถนนจรัญสนิทวงศ์ 44 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่สน.บางยี่ขัน และเคยประกาศว่าตัวเองไม่เคยให้ตำรวจจับกุม ล่าสุด ตำรวจกำลังไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด 

          ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมแถลงการจับกุมวัยรุ่นเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี ลักลอบค้ายาบ้า และยาไอซ์ ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายการันต์ หรือตี๋ แซ่เฮ้ง อายุ 26 ปี  และนายสิทธิ หรือเก๊ก สิทธิวัฒนะ อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 403 มัด รวม 806,000 เม็ด ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งบรรจุในถุงผ้าสีเขียวขี้ม้าแบบทหารซุกซ่อนอยู่ท้ายรถเบนซ์ 6,000 เม็ด ขณะนำไปส่งให้ลูกค้า

          เมื่อขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านที่ผู้ต้องหาเช่าไว้เป็นสถานที่พักยาในหมู่บ้านเนอวานา เลขที่ 11/77 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ หมู่บ้านหรูย่านคนรวย เช่าราคาเดือนละ 4 หมื่นบาท พบยาไอซ์ 1.5 กิโลกรัม และยาบ้า 8 แสนเม็ด นอกจากนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุน 2 ตัว อาวุธปืนสั้นและยาวอย่างละ 1 กระบอก เครื่องกระสุน 62 นัด รถเบนซ์สปอร์ตป้ายแดง 1 คัน รถบีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน รถเก๋งมาสด้าป้ายแดง 1 คัน ซึ่งได้จากการขายยาเสพติด

          พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น.9 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายยาบ้าเมื่อปลายปี 2554 พบว่านายการันต์เป็นเอเย่นต์รายใหญ่รับยาบ้าและยาไอซ์มาจากนายเฉิน ชาวไต้หวัน เตรียมส่งออกให้ลูกค้า โดยเครือข่ายจะลำเลียงของกลางมาส่งให้ตามเส้นทาง จ.สุพรรณบุรี แล้วนำยาบ้าและยาไอซ์มาพักไว้ในบ้านเช่าดังกล่าว รอส่งให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง

          กระทั่งจับกุมนายการันต์ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ขณะขับรถเบนซ์ รุ่นอี 200 มาจอดรอลูกค้าพร้อมยาบ้าของกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ให้นายการันต์ทำทีโทรศัพท์ติดต่อนายสิทธิ ซึ่งเป็นผู้เก็บกุญแจบ้านเช่า ให้มาเปิดบ้านเช่า อ้างว่าลูกค้าจะมารับของ ทันทีที่นายสิทธิมาถึงเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เห็นได้ว่านับวันผู้ค้ายาบ้าจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ

          พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับยาบ้าจากนายเฉินมาส่งต่อให้ลูกค้า ทำมานานแล้ว ส่วนใหญ่นำเงินค่าจ้างที่ได้ไปซื้อรถหรู เที่ยวเตร่กลางคืน ซื้ออาวุธปืน และซื้อเสื้อเกราะไว้ใส่ป้องกันตัว

          "จะเห็นว่าผู้ต้องหาที่ค้ายาส่วนใหญ่มักจะพกพาอาวุธปืนอาวุธสงครามที่มีความรุนแรงไว้ต่อสู้ป้องกันการถูกจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมจึงสั่งกำชับให้ชุดจับกุมทุกหน่วยใช้ความระมัดระวังในการทำหน้าที่ให้มากขึ้น" พล.ต.ต.คำรณวิทย์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของนายการันต์ฐานะดี พ่อทำธุรกิจค้าขายรถแบ็กโฮและรถแทรกเตอร์ในย่านปทุมวัน ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังหลายแห่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ กระทั่งเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี ทั้งนี้ นายการันต์มีพฤติการณ์เสพยาและชอบเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ที่ผ่านมาลักลอบค้ายาบ้ายาไอซ์หลายครั้งจนมีเงินซื้อรถหรูป้ายแดงหลายคัน