ข่าว

โกงเข้าตำรวจ

โกงเข้าตำรวจ

14 มิ.ย. 2555

โกงเข้าตำรวจ : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

          กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว ข่าวที่น่าตระหนก กับกรณีของการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรับบุคคลเข้าอบรมเป็นนายสิบตำรวจ 1 หมื่นอัตรา มีผู้สนใจแห่สมัครสอบ เพื่อหวังได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นตำรวจชั้นประทวนถึง 2.87 แสนคน
 
               ชวนให้ตกตะลึง กับการทุจริต ที่ทำกันเป็นขบวนการใหญ่โตมโหฬาร ครอบคลุมสนามสอบทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ โดยจับกุมผู้ทุจริตเข้าสอบได้ถึง 234 คน พร้อมกับแก๊งโกงข้อสอบ 5 คน ในเบื้องต้น ยึดเงินสดได้ 10.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงมัดจำที่เรียกจากผู้เข้าสอบล่วงหน้า เพียงคนละ 1-3 หมื่นบาทเท่านั้น หากสอบได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกหัวละ 3.5-5 แสนบาท
 
               กับเรื่องราวข่าวสารที่ปรากฏออกมา น่าสนใจใคร่ครวญเป็นอย่างยิ่ง เริ่มแต่ข้อสงสัย คำถามว่าเหตุไฉน ไยผู้คนจึงปรารถนา ต้องการสมัครเข้ารับราชการเป็นตำรวจกันหนักหนา ยอมกระทั่งจ่ายเงินทองถึงครึ่งล้านบาท เพียงเพื่อแลกกับการได้รับบรรจุแต่งตั้งเป็นตำรวจชั้นประทวน
 
               อยากจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มากมายถึงขนาดต้องลงทุนกันขนาดนั้นเลยหรือ
 
               ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นตำรวจเมื่อไร ผู้ซึ่งทุจริตเข้ามาเหล่านั้นจะไม่คิดดิ้นรนหาหนทางเอาเงินทองที่ใช้จ่ายไปคืนมาหรืออย่างไร
 
               จะเอาคืนได้อย่างไร นอกจากจะไปทุจริตคอรัปชั่น รีดไถประชาชน
 
               นี่แค่สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ ยังไม่ทันได้บรรจุเข้ารับราชการไปประจำตามหน่วยหรือโรงพัก ยังต้องซื้อหา จ่ายเงินกัน คนละ 3.5-5 แสนบาท
 
               แล้วตำแหน่งอื่นล่ะ มิต้องซื้อขาย เซ็งลี้กันเป็นล้านหรอกหรือ ฯลฯ
 
               ลำพังข่าวการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจดังกล่าว เปรียบไปก็เป็นเสมือนเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้น
 
               ผลสำรวจทัศนะ ความคิดเห็นของประชาชนไม่ว่าจะกี่สำนัก ต่างออกมาสอดคล้องต้องกันว่า ตำรวจเป็นอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผู้คนทั่วไปมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมว่า เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นตบทรัพย์รับสินบน รีดไถประชาชนมากที่สุดเป็นลำดับแรกๆ โดยมีนักการเมือง ศุลกากร ที่ดิน ป่าไม้ รวมอยู่ในกลุ่ม
 
               ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย เพราะผู้คนสามารถพบเห็นการตบทรัพย์รับสินบน รีดไถประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจน ซึ่งขับขี่จักรยานยนต์ รถรับจ้างตามท้องถนนได้ทุกเมื่อเชื่อวัน
 
               อย่าว่าแต่ต่างจังหวัดซึ่งอยู่ไกลหูไกลตาเลย ปล้นกระเป๋าชาวบ้านกันใจกลางกรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นเรื่องชาชิน ไม่มีใครไปให้ความสนใจไยดี
 
               แม้การโกงบ้านกินเมืองของนักการเมืองจะสร้างความเสียหายร้ายแรงกว่าก็ตาม แต่พฤติกรรมการทุจริตคอรัปชั่นของตำรวจกลับนำมาซึ่งความชิงชังรังเกียจของประชาชน สร้างความอึดอัด เคียดแค้นให้แก่ผู้คนทั่วไปได้ยิ่งกว่า ด้วยเหตุที่เป็นองค์กรต้นทางกระบวนการยุติธรรม เป็นอาชีพซึ่งต้องสัมผัสกับประชาชนโดยตรง
 
               ไม่ใช่เพราะตำรวจด้วยหรอกหรือ ที่ผลักดัน ทำให้แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนยากคนจนระบายความอัดอั้น กลายเป็นพลังสำคัญของม็อบทางการเมืองมาแทบทุกยุคทุกสมัยไม่เว้นแม้แต่มวลชนคนเสื้อแดงในปัจจุบันทุกวันนี้
 
               แต่ก็แปลกที่ไม่เคยมีนักการเมืองหน้าไหน รัฐบาลพรรคใดคิดที่จะชำระสะสาง ปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจัง
 
               "ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ชาวบ้านก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับกรรมกันต่อไป