
โปลเครียดพบเช็กต้องชนะ
โค้ชโปแลนด์ รับสุดกดดัน นัดสุดท้ายต้องชนะเพื่อเข้ารอบ ศึกยูโร 2012 ขณะที่โค้ชหมีขาวชี้น่าชนะมากกว่าเสมอ ด้านสาธารณรัฐเช็ก ฟื้นคืนชีพหลังจากเฉือนกรีซ 2-1 นายใหญ่กรีซชี้ขาดเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงทำเจ๊ง
ศึกฟุตบอลยูโร 2012 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการเล่นนัดที่ 2 รอบแรกของกลุ่ม เอ คู่แรก สาธารณรัฐเช็ก ที่นัดแรกแพ้ รัสเซีย 1-4 พบกับ กรีซ ที่เสมอกับ โปแลนด์ 1-1 เปิดฉากแค่ 3 นาที เกมรับของกรีซพลาดปล่อยให้ ปีเตอร์ ยิราเชค หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านมือ คอสตาส ชาลเคียส เข้าไปให้ เช็ก นำ 1-0 ถัดมาอีก 3 นาที กองเชียร์เช็กที่เข้ามาเชียร์เกือบเต็มสนามได้เฮอีกหนคราวนี้ ธีโอดอร์ เซลาสซี เปิดบอลผ่านมือ ชาลเคียส ให้ วาชลาฟ พิลาร์ ชาร์จจ่อๆ เข้าไปหนีเป็น 2-0 จากนั้นเช็กยังดีกว่าแต่ว่าทำประตูเพิ่มไม่ได้ จนกระทั่งนาที 53 กรีซ มาได้ประตูตีตื้นจาก ธีโอฟานิส เกคาส นาที 53 แต่ทำได้เท่านั้นหมดเวลา สาธารณรัฐเช็ก ชนะ 2-1 เก็บ 3 แต้ม มีลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้าย ส่วนกรีซ ยังมี 1 แต้ม
หลังการแข่งขัน มิชาล บิเลค โค้ชสสาธารณรัฐเช็ก ออกมาชมลูกทีมที่เล่นได้ดีทั้งที่ต้องรับความกดดัน เพราะรู้ว่าถ้าแพ้หมายถึงยูโรหนนี้จบลง โดยที่ครึ่งแรกเล่นกันได้ดีมาก ผ่านบอลไปรอบๆ ได้ดี แต่ครึ่งหลังเริ่มเล่นยากขึ้น เพราะโทมัส โรซิคกี ได้รับบาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วมาเสียประตู ที่ทำให้กรีซมีโอกาสกลับมา อย่างไรก็ตามเกมรับยังเล่นดีและยันเอาไว้ได้
"โรซิคกี ได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย เราคงต้องรอดูต่อไปว่าจะหนักหนาหรือไม่ แต่จริงๆ แล้ว เราหวังว่าเขาจะพร้อมในเกมที่ 3 เพราะเขาเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม หลังจากที่เราเสียเขาไปทำให้จังหวะเกมรวนไปหมด เกมนี้เราเริ่มต้นได้ยอดเยี่ยมกับ 2 ประตู รวมทั้งยังเล่นได้น่ากลัวตลอด"
ขณะที่ เฟอร์นันโด ซานโตส โค้ชชาวโปรตุเกสของกรีซ กล่าวว่า การที่ไม่มีผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริง 2 คน ทำให้ต้องเสียประตูไปอย่างรวดเร็ว
"หลังจากเกมเริ่มไม่นานเราเสีย 2 ประตูอย่างรวดเร็ว เรารู้ว่าพวกเขาต้องกดดันใส่เรา แต่เรากลับตอบโต้ไม่ได้ เกมรับของเราเสียแค่ 4 ประตู ใน 10 เกม แต่ตอนนี้เล่นไป 2 เกมโดนไปแล้ว 3 ประตู โชคไม่ดีช่วง 10 นาทีแรกทำร้ายเรา มันเป็นเรื่องยากที่จะกลับมาหลังจากเสีย 2 ประตู เราทำทุกอย่างเพื่อตีเสมอ แต่เราทำไม่สำเร็จ"
อีกคู่ โปแลนด์ เจ้าภาพร่วม ที่นัดแรกเสมอ กรีซ 1-1 พบกับ รัสเซีย จ่าฝูงที่มี 3 แต้ม เกมคู่นี้เป็นไปอย่างสูสีก่อนที่ รัสเซีย จะออกนำก่อน 1-0 ในนาที 37 เมื่อ อังเดร อาร์ชาวิน เปิดฟรีคิกเข้ามาหน้าประตู อลัน ซาโกเยฟ โฉบเข้ามาโหม่งแต่บอลไปโดนไหล่เข้าประตูไป หลังจากเสียประตู โปแลนด์ ลุยหนักและมาได้ประตูตีเสมอในนาที 57 จากลูกยิงของ ยาคุบ บลาซีคอฟสกี จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาเสมอกัน 1-1 ทำให้ รัสเซีย มี 4 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วนโปแลนด์มี 2 แต้ม
หลังการแข่งขัน ดิก แอทโวคาท โค้ชชาวดัตช์ของรัสเซีย มองว่า รัสเซีย สมควรได้มากกว่า 1 แต้ม แม้ว่าโปแลนด์จะเป็นทีมที่ดีก็ตาม แต่ว่ารัสเซีย เป็นทีมที่ดีกว่าในแมทช์นี้ ลูกทีมเล่นกันได้มาก แล้วได้ผลการแข่งขันออกมา เพราะว่าโปแลนด์มีกองเชียร์หนุนหลังกว่า 40,000 คน ดังนั้นจึงได้เปรียบ สกอร์ 1-1 ถือว่าดี แต่คิดว่ามันควรจะเป็น 1-0 มากกว่า เพราะรัสเซียครองเกมได้
"ผมไม่คิดว่าเราประมาทหลังจากนัดแรกชนะนัดแรก 4-1 แต่การเล่นนัดที่ 2 เหมือนเล่นเกมเยือน และพวกเขาได้ประตูตีเสมอที่สวยงาม ถ้าคุณไม่ลำเอียงนี่คือเกมที่ยอดเยี่ม รัสเซียครองบอลได้เหนือกว่า การเล่นกับทีมอย่างโปแลนด์เป็นเรื่องยาก ทั้งสองทีมเล่นได้ดี"
ด้าน ฟรานซิสเซค สมูดา โค้ชของโปแลนด์ ยอมรับว่าตอนนี้มีความกดดันเข้ามาสู่ทีมอย่างมาก เพราะต้องเอาชนะในนัดสุดท้ายให้ได้เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไป แต่รู้สึกว่าลูกทีมพัฒนาขึ้น หลังจากสามารถกลับมาตีเสมอรัสเซีย ที่เป็นทีมใหญ่ได้
"ความกดดันมีอยู่ตลอด แต่นัดนี้ยิ่งกดดันมากขึ้นกว่าเกมเจอกับกรีซ ตอนนี้ทัวร์นาเมนต์เดินทางต่อไปหลังจากเกมแรกความกดดันต่ำกว่า เรามีเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวสำหรับเกมหน้า เราจะต้องสู้จนถึงหยดสุดท้ายกับสาธารณรัฐเช็ก เราเล่นได้ดีหลายเกม ในปี 2011 เราเริ่มต้นสร้างทีม และมันพิสูจน์ได้ว่าเราพัฒนาขึ้น เล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แมทช์นี้พิสูจน์ว่าเราสามารถเอาชนะเช็กได้ ทีมของเรามองถึงโอกาสที่เข้าสู่รอบน็อกเอาท์ และจะพยายามอย่างที่สุด"
สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ ในวันที่ 16 มิถุนายน โปแลนด์ พบ สาธารณรัฐเช็ก และ รัสเซีย พบ กรีซ เริ่มเตะเวลา 01.45 น.ทั้งสองคู่ โดยสถานการณ์นี้ รัสเซีย ขอแค่เสมอหรือชนะจะเข้ารอบทันที ขณะที่ เช็ก หากเสมอ ต้องลุ้นให้กรีซ ไม่ชนะ เพราะถ้ากรีซชนะ จะทำให้ รัสเซีย, กรีซ และเช็ก มี 4 แต้มเท่ากัน แต่เมื่อเป็นมินิลีก รัสเซีย กับ กรีซ จะมีสถิติดีกว่าได้ผ่านเข้ารอบ ส่วน โปแลนด์ ต้องชนะสถานเดียว ขณะที่ กรีซ ชนะจะผ่านเข้ารอบทันทีเช่นกัน เพราะจะมีเฮดทูเฮดเหนือกว่ารัสเซีย
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)
----------



