ข่าว

'ปตท.'ลดราคาน้ำมันเบนซิน30สต.

'ปตท.'ลดราคาน้ำมันเบนซิน30สต.

13 มิ.ย. 2555

ปตท. ปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิด 30 สตางค์/ลิตร มีผล 14 มิ.ย. ดีเซลคงเดิม มิ.ย.-ส.ค.นี้ค่าไฟฟ้าขยับขึ้นอีก30สตางค์/หน่วย

             13มิ.ย.2555 นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการลดระดับความน่าเชื่อถือของธนาคารในสเปน 18 แห่ง ประกอบกับ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของปริมาณสำรองในสหรัฐฯ 1.6 ล้านบาร์เรลในอาทิตย์ที่ผ่านมา รวมถึง การออกความคิดเห็นของรัฐมนตรีน้ำมันซาอุดิอาระเบีย ก่อนการประชุม OPEC ในวันพรุ่งนี้ที่กรุงเวียนนา ว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มประเทศ OPEC ต้องการเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตจากกลุ่ม OPEC ในเดือน พ.ค. 55 อยู่ที่ 31.58 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตเพียง 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน

              ในช่วงจังหวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงนั้น คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีการปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล 95 และแก๊สโซฮอล 91 เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 55 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงค่อนข้างมาก ปตท. พิจารณาแล้วสามารถปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 91 แก๊สโซฮอล 95 และแก๊สโซฮอล 91 ลงได้อีก 30 สตางค์/ลิตร ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล E20 และแก๊สโซฮอล E85 ที่ กบง. ไม่ได้มีปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น  ปตท. สามารถปรับลดราคาขายปลีกลง 80 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 55  เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป เป็นดังนี้

              น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 (บลู แก๊สโซฮอล E85)  20.58 บาท/ลิตร

              น้ำมันแก๊สโซฮอล E20 (บลู แก๊สโซฮอล E20) 32.88 บาท/ลิตร

              น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (บลู แก๊สโซฮอล 95)  36.53 บาท/ลิตร

              น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 (บลู แก๊สโซฮอล 91)  34.78 บาท/ลิตร

              น้ำมันเบนซิน 91 (บลู แก๊สโซลีน 91)  40.45 บาท/ลิตร

              น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บลู ดีเซล) 29.53 บาท/ลิตร

 

มิ.ย.-ส.ค.นี้ค่าไฟฟ้าขยับขึ้นอีก30สตางค์/หน่วย

 

               ขณะที่นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า  เรคกูเลเตอร์ยังคงไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ Ft ที่จะเรียกเก็บในบิลค่าไฟประชาชนเดือนมิ.ย.-ส.ค. 2555 ที่จะต้องขึ้น 30 สตางค์ต่อหน่วย หลังจากก่อนหน้าได้เห็นชอบตรึงราคาเดือนพ.ค.55 ไว้เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน  เช่นเดียวกับมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ไฟบ้านที่อยู่อาศัยไม่เกินขนาด 5 (15)แอมแปรที่จะปรับลดหน่วยการใช้จากไม่เกิน 90 หน่วยเหลือไม่เกิน 50 หน่วย   เริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้ เป็นต้นไป

               เดิมค่าเอฟทีรอบเดือนพ.ค.-ส.ค.2555 จะต้องปรับขึ้นให้สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิง 57.45 สตางค์/หน่วย แต่เรคกูเลเตอร์ได้หาแนวทางในการลดต้นทุนค่าไฟจนสามารถลดค่าเอฟทีให้ปรับขึ้นเพียง 30 สต./หน่วย แต่เมื่อพิจารณาแล้วเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ประชาชนจึงมีมติให้ตรึงค่าเอฟทีไปก่อน ในเดือนพ.ค.2555 และเมื่อพิจารณาแล้วคงไม่สามารถขยายเวลาการตรึงค่าเอฟทีออกไปได้อีก คงทำได้แค่1เดือนเท่านั้น  เพราะขณะนี้ภาระตรึงค่าเอฟทีสะสมมากถึง 1.4 หมื่นล้านบาท โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)รับผิดชอบ ก็เป็นตัวเลขที่สูงมากและคงต้องไปทยอยบริหารค่าเอฟทีในงวดถัดไป
       
               สำหรับแนวโน้มค่าเอฟทีในรอบถัดไปเดือนก.ย.-ธ.ค.2555 หากประเมินจากราคาเชื้อเพลิงซึ่งมีแนวโน้มลดลง แต่ถ้าพิจารณาจากภาระค้างจ่ายค่าเอฟทีสะสม คงไม่สามารถตรึงค่าเอฟทีหรือลดค่าเอฟทีได้อีก  ส่วนจะปรับขึ้นแค่ไหนอย่างไรนั้นคงต้องคำนวณต้นทุนเชื้อเพลิงในช่วงนั้นอีกครั้ง โดยค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 55 จะมีตัวแปรสำคัญ ที่จะนำมาคำนวณนอกเหนือจากต้นทุนเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยนคือการตรึงค่าไฟพ.ค.ได้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) รับภาระไปก่อนคิดเป็นเงิน 4,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับการตรึงค่าไฟก่อนหน้ารวมเป็นภาระทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำเงินส่วนนี้มาเกลี่ยปรับค่าไฟกับประชาชนในงวดต่อไปประมาณ 8 สตางค์ต่อหน่วย ขณะเดียวกันยังมีเงินเรียกคืนจากการบริหารจัดการก๊าซฯจากบมจ.ปตท.อีก 2,400 ล้านบาทซึ่งส่วนนี้ก็จะนำมาลดค่า Ft ได้อีกประมาณ 5 สตางค์ต่อหน่วย