ข่าว

"แจส" สรวีย์ สาวมากฝันบนเวที "ทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009"

"แจส" สรวีย์ สาวมากฝันบนเวที "ทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009"

19 พ.ค. 2552

ทุกครั้งที่เธอออกมาปรากฏโฉมเฉิดฉายหน้าเวที จะได้รับเลียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้องทีเดียว และก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง เมื่อคณะกรรมการตัดสินให้ผู้เข้าประกวดหมายเลย 26 “แจส” สรวีย์ นัดที คว้าตำแหน่ง "มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009" ไปครอง ทั้งยังพ่วงตำแ

 ด้วยปฏิภาณไหวพริบของแจสในการตอบคำถามอย่างฉะฉานทั้ง 2 ครั้ง นี่เองที่ดูเหมือนจะยิงเข้าตรงกลางใจของคณะกรรมการเต็มๆ ตั้งแต่คำถามแรกที่ว่า ใครเป็นบุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเธอ และทำไมถึงเป็นบุคคลนั้น? ซึ่งเธอก็คว้าไมค์มาตอบทันทีว่า "พ่อแม่ คือ บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเธอ แต่สำหรับเหตุผลนั้นเธอไม่สามารถบอกได้เนื่องจากว่าท่านดีเกินไป" ทำเอาคณะกรรมการทึ่งไปตามๆ กัน

 จากนั้นคณะกรรมการก็ต้องลงมติเป็นเอกฉันท์ให้แจส เมื่อเธอตอบคำถามชิงมงกุฎที่ว่า นอกจากจะเป็นผู้ชนะในการเข้าประกวดครั้งนี้แล้ว คุณได้เรียนรู้อะไรอีกบ้าง? แจสคิดเพียงชั่วขณะก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาว่า "นอกจากจะเป็นผู้ชนะก็คือผู้แพ้ แต่คุณไม่ได้แพ้ตลอดชีวิต ทุกคนที่มีความสามารถต้องการโอกาส และปัจจุบันโอกาสมีให้แก่ทุกคน" คำตอบนี้เองที่เรียกเสียงปรบมือจากกองเชียร์สนั่นโรงละครทิฟฟานี่ เมืองพัทยา กันเลยทีเดียว

 และทันทีที่สิ้นเสียงประกาศจากพิธีกรให้ “แจส” สรวีย์  คว้ามงกุฎ มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009 ไปครอง เธอนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้เธอทรุดตัวลงกับพื้น และกราบลงที่พื้นเวทีด้วยน้ำตาคลอเบ้า ท่ามกลางความตื่นตะลึงและเสียงปรบมือให้กำลังใจจากด้านล่างเวทีที่ดังขึ้นเป็นลำดับ

 แจสเป็นชาวจังหวัดสงขลา ปัจจุบันอายุ 20 ปี กำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการออกแบบเครื่องแต่งกาย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เธอย้อนเล่าถึงวันที่ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ว่า การเข้ามาสมัครประกวดครั้งนี้ เป็นความอยากลองของเธอเอง ทุกปีที่มีการแข่งขันจะติดตามชมมาตลอด แต่ก็ไม่กล้าเข้าประกวด เพราะไม่มั่นใจในหน้าตาของตัวเอง อีกทั้งรูปร่างของเธอเหมาะที่จะเป็นนางแบบมากกว่านางงาม แถมได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวเป็นอย่างดี จึงทำให้เธอกล้าที่จะพาตัวเองเข้ามาประกวดบนเวทีนี้อย่างมั่นใจ

 “ตอนแรกที่ตัดสินใจก้าวเข้ามาประกวด คาดหวังกับตำแหน่งนี้มาก มีการเตรียมความพร้อมบ้างในเรื่องของการพักผ่อนให้เพียงพอ หน้าตาจะได้ไม่โทรม แต่พอผ่านการคัดเลือกเข้ามาในรอบ 30 คนสุดท้าย ช่วงที่เก็บตัวกับเพื่อนๆ รู้สึกว่าทุกคนให้ความรักและมีความจริงใจต่อกัน เข้าใจกันสามารถพูดคุยกันได้ในทุกเรื่อง แล้วก็ประทับใจกับกิจกรรมดีๆ ที่กองประกวดจัดให้ ทำให้ไม่คิดถึงเรื่องการแข่งขันอีกเลย แค่เข้ามาถึงรอบ 30 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วกับการเข้าประกวดครั้งแรก

 พอพิธีกรประกาศชื่อว่าได้รับตำแหน่ง มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009 วินาทีนั้นรู้สึกเบลอๆ ลอยๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่ๆ มาสะกิดบอกถึงได้รู้ ดีใจมากที่ได้รับตำแหน่ง เพราะตำแหน่งนี้มาพร้อมกับโอกาส และ อีกอย่างที่ได้จากเวทีนี้คือประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่มากๆ ที่เราได้เกิดมาในชีวิตนึง ชีวิตที่ครอบครัวให้การสนับสนุนอย่างดี โดยเฉพาะพ่อและแม่ ที่ไม่เคยดุด่าว่ากล่าวเลยสักครั้งที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ตอนนี้อยากจะบอกกับพ่อแม่ว่า น้องแจสทำได้แล้ว สมกับที่พ่อกับแม่ให้น้องแจสเกิดมา แจสรักพ่อรักแม่มากและขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากค่ะ" เจ้าของตำแหน่งมิสทิฟฟานี่คนล่าสุด เล่าด้วยน้ำเสียงแฝงความตื่นเต้น

 ตำแหน่งนี้ถือเป็นความฝันแรกที่เธอรังสรรค์ออกมาอย่างสมบูรณ์ แต่กลับไม่ใช่ความฝันสุดท้ายในชีวิต ด้วยเธอฝันที่อยากจะทำงานในวงการบันเทิง ฝันที่จะเฉิดฉายโชว์เรือนร่างของตัวเองบนเวทีนางแบบ และที่สำคัญอยากจะมีร้านเวดดิ้งเล็กๆ ที่จะช่วยสานความรักของชายหญิง ให้หวานชื่นและมีความสุขยิ่งขึ้นนั่นเอง