ข่าว

'สุเทพ'จ่อรื้อคดีอัลไพน์อัด'มท.1ในสภา

'สุเทพ'จ่อรื้อคดีอัลไพน์อัด'มท.1ในสภา

13 มิ.ย. 2555

'สุเทพ'เปรยอาจรื้อคดีอัลไพน์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ'ยงยุทธ'รอบสอง ด้าน'กล้านรงค์'รับลงมติฟัน 'ยงยุทธ' คดีอัลไพน์ แต่ไม่กระทบตำแหน่งปัจจุบัน

                  13 มิ.ย. 55 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิดของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อประเด็นที่ดินอัลไพน์ พร้อมทั้งไม่ขอออกความเห็นว่ารัฐบาลควรมีการปรับรัฐมนตรีในตำแหน่งของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ทั้งนี้การดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย และมารยาท

                  “ ผมไม่กล้าแนะนำนายกฯ ว่าจะทำอย่างไรต่อประเด็นนี้ เพราะดุลยพินิจของรัฐบาลไม่เหมือนกับประชาชนทั่วไป ที่มีมาตรฐาน สำหรับคนเพื่อไทยอะไรที่เป็นประโยชน์กับเขา เขาก็บอกว่าดี แต่อะไรที่เป็นการขัดประโยชน์เขาก็ว่าไม่ดีทั้งนั้น รัฐบาลจะทำอะไรกับคุณยงยุทธนั้นผมไม่ขอชี้นำ แต่กรณีที่ดินอัลไพน์นั้นพรรคประชาธิปัตย์อาจนำมาเป็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางในในสมัยการประชุมสามัญทั่วไป ” นายสุเทพ กล่าว

 

 

"กล้านรงค์" รับลงมติฟัน "ยงยุทธ" คดีอัลไพน์ แต่ไม่กระทบตำแหน่งปัจจุบัน

                 นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ปปช.มีมติชี้มูลกรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีการซื้อขายที่ดินวัดธรรมามิการามโดยมิชอบ  ว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา  ปปช.ได้มีการพิจารณากรณีดังกล่าวจริง แต่เหตุที่ไม่มีการแถลงข่าวนั้น เนื่องจากขณะนี้ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดีกำลังผู้เขียนสำนวนอยู่  และแถลงผลการพิจารณาคดีด้วยตนเอง แต่นายวิชามีภารกิจต่อเนื่องที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศในวันนี้  นอกจากนี้ทราบว่ายังเขียนสำนวนคดีไม่แล้วเสร็จ ซึ่งคงจะมีการแถลงในรายละเอียดภายหลังนายวิชาเดินทางกลับมาแล้ว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวจะกระทบต่อการทำหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่  นายกล้านรงค์ระบุว่าไม่มีผล นายยงยุทธยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะในช่วงที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวนายยงยุทธไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่อยู่ในตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย  ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 55 ของ พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ  ส่วนการยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการต่อนั้น ต้องให้ที่ประชุม ปปช. รับรองมติอีกครั้งก่อนจึงจะส่งได้

               ด้านนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ปปช. กล่าวว่า หลังจากที่ ปปช.เดินทางกลับจากต่างประเทศแล้ว จะนำสำนวนคดีนายยงยุทธเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อรับรองมติอีกครั้ง คาดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ดำเนินคดีอาญาและส่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยร้ายแรงคดีอาญาได้ ซึ่งผู้บังคับบัญชาในกรณีนี้คือปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน เพราะสมัยที่นายยงยุทธกระทำผิดดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องดำเนินการลงโทษวินัยร้ายแรงภายใน 30วันนับจากได้รับหนังสือจาก ปปช. โดยโทษวินัยร้ายแรงกรณี้มี 2 สถานคือ ไล่ออก กับ ปลดออก แต่กรณีนี้นายยงยุทธพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ราชการไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าจะเอาผิดย้อนหลังได้หรือไม