
เกมนอกสังเวียนแข้ง 'แกรมมี่' VS 'ทรูวิชั่นส์'
'แซบ มาก มาก' สมสโลแกน GMM Z!
'แซบ มาก มาก' สมสโลแกน GMM Z!
เมื่อค่ายอากู๋ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กับ 'ศึกฟาดแข้งทางธุรกิจ' กับค่ายเจ้าสัวฯ จานแดง แห่ง บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) โดยใช้กลยุทธ์สกัดจานแดงมิให้สามารถออกอากาศการถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 ที่ โปแลนด์ และยูเครน ระหว่าง 8 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม หากไม่มีกล่อง GMM Z สำหรับรับสัญญาณในนามของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด
ย้อนกลับไปที่ปมปัญหา หลายอาจยังไม่เข้าใจเรื่องราว ตลอดจนชั้นเชิงทางธุรกิจที่ต่างฝ่ายต่างหักเหลี่ยมเฉือนคมต่อกันมากนัก
แต่ใครที่ติดตามข่าวสารเรื่องนี้ โดยเฉพาะคอบอลทั้งหลาย จะรู้ดีว่า ถึงวันนี้แล้ว แกรมมี่ ในฐานะที่ลงทุนกว่า 400 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมาได้ และกับธุรกิจกล่องรับสัญญาณ GMM Z ที่แกรมมี่โหมรุก ปลุกกระแสมาอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อแจ้งเกิดกับรายการนี้ ดังที่มือปั้นกล่องแกรมมี่ ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GMM Z เคยพูดว่า
"...ต้องบอกว่าบ้าระห่ำมาก เป็นโครงการที่ต้องทำแข่งกับเวลามากๆ เห็นโอกาสปั๊บ ต้องทำทันที..", "...และอีกอย่าง ต้องรีบขาย (กล่อง) แล้วล่ะ เพราะกล่องนี้เป็นกล่องเดียวที่ดูบอลยูโรได้ในเดือนมิถุนายน ซึ่งกระแสของมันจะช่วยในเรื่องยอดขายได้มากๆ" (MARKETEER ฉบับ มิถุนายน 2555)
จึงเป็นเหตุผลที่ว่า หากแกรมมี่จะให้ หรือไม่ให้ทรูฯ (ที่ปฏิเสธความร่วมมือกับแกรมมี่มาตั้งแต่ต้น) ออกอากาศการฟาดแข้งนัดนี้ กับการที่แกรมมี่จะมุ่งทำตลาดกล่องรับสัญญาณด้วยโปรแกรมเตะครั้งนี้ ก็ถือเป็นความชอบธรรมที่จะทำได้
อย่างไรก็ดี แกรมมี่เองก็ใช่ว่าจะไม่เจอแรงเสียดทาน ทั้งคำถามจากมวลสมาชิกจานแดงอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถรับชมยูโรได้ทางฟรีทีวี ที่ทรูวิชั่นส์นำมาออกอากาศ และมารยาททางการดำเนินธุรกิจ ที่ผู้บริหารค่ายจานแดงพยายามตอกย้ำ
แต่หากจะดูเหตุผลกันจริงๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเกมนี้แกรมมี่จะยังเป็นต่ออยู่หลายทางนัก
เช่น หากมองในระดับผู้ชม การรับชมบอลยูโรครั้งนี้ ยังมีช่องทางอื่นๆ อีก ตั้งแต่ 1.ดูทางโทรทัศน์โดยใช้จานดาวเทียม 'แต่ต้องดูจากกล่อง GMM Z เท่านั้น' ส่วนกล่องยี่ห้ออื่น ไม่สามารถดูได้ ขณะที่จานตะแกรงสีดำขนาดใหญ่ หรือจานสีต่างๆ ขนาดเล็ก ผู้ชมทางบ้านไม่ต้องเปลี่ยนจานใหม่ เพราะส่วนมากทุกจานทุกสีรับสัญญาณได้ทั้งหมด 2.ดูทางเสาก้างปลา หรือหนวดกุ้ง โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มใดๆ ทั้งสิ้น และ 3.ดูทางเคเบิลท้องถิ่นของเครือข่าย CTH
นอกจากนี้ยังมีทางโทรศัพท์เคลื่อนระบบ AIS และบนเวบไซต์ที่ได้รับการมอบสิทธิ ซึ่งคาดจะว่ามีประชาชนสามารถรับชมได้ถึง 17-18 ล้านครัวเรือน คิดเป็นจำนวนกว่า 80% ของทั้งประเทศ (กรุงเทพธุรกิจ 5 มิถุนายน)
ดังนั้น หากมองจากมุมของแกรมมี่ตามนี้ จะมาบอกว่า อากู๋ บังคับให้ใครที่อยากดูบอลยูโร 2012 ต้องไปถอยกล่อง GMM Z เห็นจะไม่ใช่จะถูกต้องไปเสียทั้งหมด
นอกจากนี้ หากมองในมุมของผู้บริหารทรูฯ ที่ดูเหมือนว่ายังคงยืนกราน ถึงความไม่เหมาะสมทางธุรกิจที่แกรมมี่เล่นไม้นี้ ดังที่ อรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการทรูวิชั่นส์ ระบุว่า เป็นโมเดลการซื้อขายที่ไม่ปรากฏมาก่อนในโลก เพราะตามข้อกำหนด FIFA การถ่ายทอดกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลยูโร หรือฟุตบอลโลก ต้องมีการถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี ที่ทุกคนต้องมีสิทธิได้ดูอย่างเท่าเทียมกัน
แต่เมื่อดูจากคำชี้แจงของแกรมมี่ ที่ว่าใครจ่าย คนนั้นก็ได้...ทรูวิชั่นส์เองก็คงเถียงไม่ขึ้น
"หากทรูฯ หวังว่าจะได้ยูโรไปถ่ายทอดสดฟรีๆ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะทางเราจะไปตอบคำถามเพื่อนร่วมธุรกิจพวกเคเบิล DTV หรือ CTH ที่ยอมจ่ายเงินหลัก 10 ล้านบาท ในการขอแจมถ่ายทอดสดได้อย่างไร อยากให้เข้าใจในจีเอ็มเอ็ม แซท เพราะเป็นเรื่องของธุรกิจจริงๆ ทั้งนี้ เป็นทางทรูวิชั่นส์ด้วยซ้ำที่อาจกำลังเผชิญความกดดันจากบรรดาสมาชิก และคงต้องตอบคำถามสมาชิกที่ยอมจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนเอาเอง"



