ข่าว

'สดศรี'แนะการเมืองควรให้โอกาสสตรี

'สดศรี'แนะการเมืองควรให้โอกาสสตรี

13 มิ.ย. 2555

สัมมนา 14 ปี กกต. เตรียมพร้อมผู้นำสตรีสู่อาเซียน "สดศรี" แนะสังคมไทยให้โอกาสผู้หญิงมีบทบาททางการเมือง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. 55 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงาน การศึกษานอกโรงเรียน และมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ประเทศไทย ร่วมการจัดสัมมนาเรื่อง "ความพร้อมผู้นำสตรีสู่เวทีอาเซียน" เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี ของการก่อตั้ง กกต. โดยมีนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการพรรคการเมือง และน.ส.อรุณี ชำนาญยา ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.พะเยา ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ร่วมกันปาฐกถาพิเศษเรื่อง "การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรี" 

          นายอภิชาต กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของ กกต.ที่ได้มีโอกาสเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นเวทีในการแลกปลี่ยน เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของสตรี นำไปสู่การวางแผนเตรียมความพร้อมในศักยภาพ สถานภาพ และบทบาทของสตรีไทย เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งกกต.มีโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีทั้งกิจกรรมระดับชาติ และระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายเพื่อให้สตรีเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง อาทิ การพิจารณาคัดเลือกบุคคลแต่งตั้งเป็น กกต. จังหวัด และเปิดโอกาสให้สตรีเข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์การตามรัฐธรรมนูญ และผู้บริหารระดับสูงสุดในหน่วยงาน เตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนตามคำขวัญ "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม"

          โดยนางสดศรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องให้สตรีมีส่วนในการตัดสินใจ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง ร้อยละ 10 เท่านั้นที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่าน้อยมาก ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดไว้ว่าสตรีความมีส่วนร่วมทางการเมืองที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับผู้ชาย แต่โลกปัจจุบันบทบาทสตรีไทยมีบทบาทน้อยมากหากเปรียบเทียบกับผู้นำชายในหลายประเทศ การที่จะให้สตรีมีบทบาทสำคัญในประเทศ มองว่าเป็นโอกาสที่ยากเย็นมาก ขณะเดียวกัน ได้สะท้อนถึงความรุนแรงในสังคมไทยด้วย โดยมักจะกระทำการทารุณต่อเด็ก และสตรีเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความอ่อนแอ หรือการที่ต้องพึ่งผู้ชาย อีกทั้งมองว่าหากผู้หญิงก้าวเข้ามาสู่หน้าที่ทางการเมือง ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ที่จะมองผู้หญิงว่ามาจากการไต่เต้า โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สังคมไทยยังไม่ยอมรับบทบาทของสตรีมากเท่าที่ควร ขณะที่เสนอไปยังฝ่ายนิติบัญญัติที่ควรจะออกกฎหมายในการช่วยเหลือเด็ก และสตรี โดยคำนึงถึงหัวอกผู้หญิงมากขึ้น อย่างไรก็ตามหวังว่าผู้หญิงไทยจะไม่เป็นเพียงแต่ช้างเท้าหลังเท่านั้น แต่ควรได้รับโอกาสในการยอมรับ และมอบความเท่าเทียมกันในสังคมของสตรี เพื่อให้เข้ามามีบทบาทและทำหน้าที่ทางการเมืองในการพัฒนาประเทศชาติมากขึ้น

          นางสาวอรุณี กล่าวว่า การส่งเสริมสตรีเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจบทบาทที่ดีทางการเมืองที่สำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจในเนื้อหาการเป็นนักการเมืองที่ดี ตนคาดหวังที่จะเห็นผู้หญิงในครอบครัวไทยเป็นทั้งแม่ และภรรยาที่ดีที่สุดตามวัฒนธรรมไทยเสียก่อน ตลอดจนต้องการให้บทบาทสตรีทั้งในบ้านรวมถึงบทบาทนอกบ้านเป็นไปในทางที่ดี และสมบูรณ์ แม้ว่าผู้หญิงจะมีความละเอียดอ่อนต่างจากผู้ชาย อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมไทย ยังเป็นปัญหาหนึ่งที่ยังไม่ยอมรับผู้หญิงในการทำหน้าที่ทางการเมือง ดังนั้นสังคมไทยควรที่จะการขับเคลื่อนบทบาทของสตรีไทยในอนาคตอย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเองทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องให้กำลังใจและสนับสนุนการผลักดันงบประมาณไปสู่องค์กรผู้หญิง เพราะถือเป็นองค์การสำคัญในการขับเคลื่อนสตรีไทยต่อไป