ข่าว

ยะไข่ปะทะยืดเยื้อ5วันตายแล้ว25

ยะไข่ปะทะยืดเยื้อ5วันตายแล้ว25

13 มิ.ย. 2555

เหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คนแล้ว และชาวโรฮิงญาพยายามหนีไปยังบังกลาเทศ แต่บังกลาเทศปฏิเสธที่จะรับคนเหล่านี้ไว้

          13 มิ.ย. 55  เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลพม่าคนหนึ่ง เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน และผู้บาดเจ็บอีก 41 คนจากเหตุการณ์ไม่สงบในรัฐยะไข่ในช่วง 5 วันที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. แต่ตัวเลขนี้ไม่รวมถึงชาวมุสลิม 10 คนที่ถูกชาวพุทธรุมฆ่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.เพื่อแก้แค้นให้กับเด็กหญิงชาวพุทธที่ถูกข่มขืนแล้วฆ่าเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นชนวนเหตุความรุนแรงระลอกใหม่ในรัฐนี้ แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนวิตกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจะสูงมากกว่านี้

          และเมื่อวานนี้ยังมีการเผาบ้านเรือนและการปะทะกันในเมืองสิตตะเว เมืองเอกของรัฐ แม้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินตั้งแต่วันอาทิตย์และทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ก็ตาม ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการแพร่ภาพพลเอก ลา มิน รัฐมนตรีกลาโหมออกเยี่ยมผู้อพยพในวัดพุทธและแจกจ่ายอาหารสิ่งของจำเป็น รวมทั้งพบกับผู้นำมุสลิมและเยี่ยมค่ายผู้อพยพชาวมุสลิมและนำสิ่งของไปแจกจ่ายด้วยเช่นกัน

          ขณะที่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน หนึ่งในองค์กรบรรเทาทุกข์นานาชาติเพียงไม่กี่กลุ่มที่ทำงานในรัฐยะไข่ ได้ระงับการทำงานชั่วคราวแล้วเนื่องจากวิตกเรื่องความปลอดภัย เช่นเดียวกับสหประชาชาติที่ให้อพยพเจ้าหน้าที่และครอบครัวตั้งแต่สุดสัปดาห์ กลุ่มฮิวแมน ไรท์ วอทช์ เตือนด้วยว่า เหตุรุนแรงในยะไข่อาจถึงขั้นไม่สามารถควบคุมได้และเรียกร้องให้นานาชาติส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปช่วยเหลือ

          ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มหัวรุนแรงทั้งในส่วนชาวพุทธยะไข่และชาวมุสลิมโรฮิงญาอาจกำลังพยายามฉวยโอกาสจากความรุนแรงในขณะนี้ โดยกลุ่มชาวพุทธอาจหวังใช้โอกาสนี้ขับไล่โรฮิงญาออกจากพม่า และชาวมุสลิมโรฮิงญาอาจต้องการให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจความทุกข์ยากของพวกเขา ที่กลายเป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติที่ทั้งพม่าและบังกลาเทศไม่ต้อนรับ

          นับตั้งแต่เกิดการตอบโต้ล้างแค้นระหว่างสองฝ่ายในยะไข่ มีชาวโรฮิงญาพยายามล่องเรือข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งบังกลาเทศจำนวนมาก และทางการบังกลาเทศสกัดกั้นผู้อพยพเหล่านี้กลับไปราว
1,500 คนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญา ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้บังกลาเทศเปิดพรมแดนเพื่อต้อนรับผู้อพยพโรฮิงญาที่ต้องการความปลอดภัยและความช่วยเหลือทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรีและผู้บาดเจ็บ 

          แต่นายดีปู โมนี รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศ บอกว่า ไม่มีผลดีอะไรต่อบังกลาเทศที่จะต้องแบกรับผู้อพยพที่จะหลั่งไหลเข้าประเทศ ในเมื่อบังกลาเทศก็มีทรัพยากรอย่างจำกัด นอกจากนี้โฆษกกระทรวงบอกว่า รัฐบาลบังกลาเทศและพม่าพึงพอใจกับความสัมพันธ์อันดีในขณะนี้และกำลังปรึกษาหารือกันเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในยะไข่ลุกลามบานปลายข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศ 

          ทั้งนี้บังกลาเทศไม่ต้องการแบกรับผู้อพยพจำนวนมากเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่ทำให้จนถึงวันนี้มีชาวโรฮิงญามากถึงเกือบ 2 แสน 5 หมื่นคนอาศัยในแคมป์ชั่วคราวในบริเวณชายแดน

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)

----------