
'โรฮิงญา'วอนช่วยมิฉะนั้นตายหมด
"โรฮิงญา" เผยหากไม่ช่วยคนในรัฐอารากัน "ตายหมด" "กก.สิทธิฯสภาทนาย" แนะใช้กลไก "อาเซียน" เข้าช่วยจัดการ ชี้หากไม่ทำถือว่าไว้ใจไม่ได้ นักวิชาการระบุพม่าเล็งปิดเกมเร็ว แต่มีวิธีอัพเกรดหน้าตาตัวเอง
12มิ.ย. 2555 รายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่นชาแนล ได้จัดรายการในตอน "ยะไข่...ประชาธิปไตยฉุกเฉิน" โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย นายอับดุล การัม รองประธานสมาคมพม่าโรฮิงญาประเทศไทย นายนัสเซอร์ อาจวาริน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่นสภาทนายความ และนายดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายการัมกล่าวว่า ปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาในไทยประมาณ 9,000 คน แต่สถานการณ์ไม่เท่าใดหนัก แม้นจะอยู่สบายหากินไปวันๆไม่มีอะไรดีขึ้น อย่างตนอยู่มา 30 ปี ก็ต้องหลบๆซ่อนๆ ส่วนสถานการณ์ในรัฐอารากันก็รับข่าวสาร กินไม่ได้นอนไม่หลับ ก่อนหน้านี้สถานการณ์ในนั้นไปไหนก็ไม่ได้ แต่ตอนนี้เกิดการปิดประตูตีแมวขึ้น เราต้องการการรับรอง ต้องการการมีตัวตนเพราะในพม่ามีเพียงชาวโรฮิงญาเท่านั้นที่ไม่ได้รับการรับรองความมีตัวตน
"เคอร์ฟิวที่ใช้ในอารากันเป็นการใช้กับคนโรฮิงญา มีการไล่คนเข้าบ้านและเผาบ้านทีเดียว คนที่ทำเป็นตำรวจของพม่า คนในพื้นที่เล่าว่าวันนี้ไล่ไปจนไม่มีที่ไป ถูกไล่จนติดทะเลแล้ว หากวันนี้ไม่มีใครยื่นมือช่วยพวกเราก็ตายหมด คนที่ลอยในน้ำแม่น้ำตอนนี้มีเป็นพันๆศพ อยู่ในกระสอบ เขาต้องการล้างเผ่าพันธุ์ จะกลับไปบังกลาเทศก็ไม่ได้ ไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตา"นายการัมกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
"ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งเด็กผู้หญิงคนชราไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีองค์กรใดๆช่วยเลย" นายการัมกล่าว
ด้านนายนัสเซอร์ กล่าวว่าเรื่องนี้ต้องคุยเรื่องสิทธิมนุษยชน หากเป็นบ้านเราจะมีกฎหมายเข้าไปดูแลผู้ที่ถูกละเมิด เราต้องดูว่าพม่าใช้กฎหมายเหมือนเราหรือไม่ หากเหมือนเราก็ต้องเข้าไปดูแล แต่เท่าที่ตนฟังประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ก็จะเข้าไปดูแลผู้ที่ถูกละเมิดและชดใช้ค่าเสียหาย หากเขาทำอย่างนี้ก็ต้องถือว่าเขาใช้หลักกฎหมายในการปฏิบัติ แต่หากไปดูกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองที่ยังไม่รับรอง และยังไม่เข้าไประงับเหตุนั่นก็หมายความว่าจำเป็นต้องใช้สิทธิกลไกด้านอื่นๆเข้าไปดูสิทธิพลเมืองเสียก่อน
นายนัสเซอร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้คนที่ทำงานในสหประชาชาติก็ประกาศให้ย้ายสมาชิกเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ที่ละเมิดสิทธิ การประกาศเคอร์ฟิวหมายถึงพม่าให้ความสนใจ แต่รายละเอียดขณะนี้มีข่าวสารที่มีการทำร้ายทำลายบ้านเรือน และเมื่อเห็นทหารเข้าไปว่าเป็นการเข้าไประงับ หากตามหละกการเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งถูกทำร้ายก็จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นต้องติดตาม ส่วนการจะให้ยูเอ็นเข้าไป หากรัฐบาลควบคุมได้ก็น่าจะให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเข้าไปสังเกตการณ์ ทั้งนี้หากมีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ ผู้นำก็ต้องกลายเป็นอาชญากรสงคราม
นายนัสเซอร์กล่าวด้วยว่า ต้องใช้กลุ่มประชาคมอาเซียนเข้าไปกดดัน เพราะวันนี้่เขาก็เป็นประธานอาเซียน วันนี้ยูเอ็นก็ไม่ใช่จะเข้าไปเพราะก่อนหน้านี้ยูเอ็นก็ไม่ดำเนินการเพราะพม่าไม่ให้ความร่วมมือ หากครั้งนี้อาเซียนปฏิเสธอีกเราก็ไม่สามารถไว้ใจกลไกของอาเซียนได้ เราต้องมีตัวแทนของกลุ่มอาเซียนขยับเข้าไป แต่ต้องนุ่มนวล เพราะพม่าแข็งกร้าวอยู่แล้ว
"ผมมอง ออง ซาน ซู จี เป็นนักการเมืองเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายค้าน ภาพความเป็นประชาธิปไตยคงเปลี่ยนไปเพราะเขาเข้าไปร่วมมือกับรัฐบาลในการเข้าไปหาประโยชน์เพื่อพม่าโดยตรง" นายนัสเซอร์กล่าว
ขณะที่นายดุลยภาค กล่าวว่า การกระทบกระทั่งมีอยู่แล้ว แต่วันนี้เป็นบททดสอบการจัดการความรุนแรงของประเทศพม่า ในยะไข่มีหลายชุมชน พุทธ คริสต์ มุสลิม บางชุมชนอยู่อย่างเรียบร้อย แต่ก็หลายพื้นที่ก็มีความขัดแย้งระหว่างคนพุทธและมุสลิม ปัญหาสำคัญคือการเปิดยุทธการทางการทหารตั้งแต่สมัยนายพลเนวิน คอนเซปท์ของพม่าคือสร้างความเป็นพม่าพร้อมความเป็นพุทธ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ และมีการขับมุสลิมโรฮิงญาออก ประเด็นโรฮิงญาไม่ได้อยู่การแบ่งแยกดินแดน แต่ขอสิทธิการเป็นพลเมือง พม่ามองโรฮิงญาไปเชื่อมกับกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ มองเหมือนเป็นคนละพวกกับพม่า
นายดุลยภาคกล่าวว่า มุสลิมพม่ามีหลายประเภท เช่น มุสลิมที่มาจากอินเดีย ที่เป็นคนพม่าดั้งเดิมก็นับถืออิสลลามบางส่วน หรือบางคนก็มาจากยูนนาน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการเมืองด้วย หากเราดูจะพบว่าอารากัน มีคุณค่าทางการลงทุนมีบ่อน้ำมัน มีท่อก๊าซ ท่อน้ำมัน โลกทัศน์ทางความมั่นคงของรัฐพม่าต่อพื้นที่นี้มีความลุ่มลึกกว่าพื้นที่อื่นๆ และมีควาหลาดระแวงต่อบังกลาเทศ ทำให้รัฐนี้มีความล่อแหลม ไม่ว่าจะเป็นการอ้างพื้นที่ทางทะเลที่ไม่ตรงกันซึ่งเป็นเรื่องมาจากบ่อน้ำมัน นี่เป็นจุดที่ต้องระวัง ที่ผ่านมารัฐบาลเพิ่มทหารเข้าไปเยอะ เพราะมองเรื่องการเมืองระหว่างประเทศในมุมกว้างด้วย ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเฉพาะในประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องภูมิภาค ที่อาเซียนต้องมาคุยกันด้วย วันนี้ต้องดูว่าระหว่างผลประโยชน์กับมนุษยธรรมคุณจะช่วยอะไรก่อน
นายดุลยภาค กล่าวว่า การจัดการความรุนแรงของพม่า ชนชั้นนำมีความชำนาญในการใช้กำลังเข้าปิดเกม แล้วค่อยใช้วิธีอัพเกรดหน้าตารัฐบาล หากเป็นอย่างนี้คือการขับไล่จนตกทะเลก็จะทำให้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้เร็วขึ้น แต่จะถูกโลกประณามไหม เขาอาจจะมีวิธีที่จะทำให้ดูดีขึ้น เช่นบอกว่าจะให้สิทธิโรฮิงญาที่ดีขึ้น แต่ก็อาจจะไม่จริง
นายดุลยภาคกล่าวว่าประเพณีอาเซียนยึดหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในเรายึด 10 ชาติหลัก แต่ละเลยคนอีกเป็นร้อยๆชาติที่ถูกละเลยจากชาติหลัก วันนี้ต้องใช้เครื่อข่ายทางสังคมในการกดดันอาเซียน
"ผมแปลกใจกับออง ซาน ซู จี ที่ท่าทีที่ออกมาไม่ชัดเจนเท่าไหร่ หากดูประวัติศาสตร์ นายพลออง ซาน หรือ ตัว นางออง ซาน ซู จี เองปฏิสัมพันธ์ก็ค่อนข้างน้อย " นายดุลยภาคกล่าว



