
อินไซด์ถอยรธน.'ปู'หนีKilling Zone
เปิดเบื้องหลังประชุม พท. สั่งถอย-ไม่เดินหน้า แก้ รธน. วาระ 3 'เฉลิม' วอน ชะลอไว้ก่อน ผวา นายกฯ ถูกผลักเข้า 'Killing Zone' ด้าน 'เสื้อแดง' อารมณ์ค้าง ไล่ 'ขุนค้อน' พ้นเก้าอี้
มีรายงานจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงเบื้องหลัง กรณีที่ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา ให้ปิดการประชุมรัฐสภาในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ และไม่มีการให้โหวตเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ว่า เป็นไปตามที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ออกมาประกาศก่อนเข้าประชุมรัฐสภาว่า ทั้งหมดเป็นข้อสรุปที่ได้จากที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งประชุมกันเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อฯว่า ได้มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงในที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งแตกความคิดเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายแรก กลุ่มส.ส.เสื้อแดง ที่เห็นว่า ควรโหวตรัฐธรรมนูญาวาระ 3 และไม่ควรปิดประชุมสภา และ 2.กลุ่มที่เห็นว่า ให้โหวตไม่รับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ต้องโหวตวาระ 3 และเห็นด้วยกับการปิดประชุมสภาในวันที่ 19 มิ.ย.นี้
รายงานระบุว่า ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยว่า การต่อสู้ในครั้งนี้ ทหารอยู่ฝ่ายเรา แต่ถ้าเราสู้ไม่ถอย มีการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 ก็จะเป็นการผลัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไปสู่ Killing Zone (แดนสังหาร) เพราะในทางการเมือง ฝ่ายตรงข้ามยังมีวิธีการที่จะมาเล่นเกมการเมืองกับเรา หรือถ้ามีการลงมติในวาระที่ 3 นายกฯ ก็อาจเดือดร้อน เพราะตามรัฐธรรมนูญต้องนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 20 วัน นับแต่วันลงมติ จึงต้องผ่อนหนักผ่อนเบา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากกระแสลมยังแรง ก็ยังไม่ต้องจำเป็นต้องฝืน ถ้ารีบเร่งจะต้องไปด้วยกันทั้งหมดทั้ง ส.ส.รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย เพราะหากสุดท้ายแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญบอกให้การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผิดตามมาตรา 68 จริง เราอาจเสีย ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่รัฐบาล - ครม.ยังคงอยู่ เราก็ยังมีอำนาจรัฐ ที่พอจะสู้ได้
แหล่งข่าวจากที่ประชุม บอกด้วยว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขอให้เรื่องราวที่พูดคุยกันในที่ประชุม เป็นการคุยกันภายในเท่านั้น และขออย่าให้ข่าวหลุดออกไปได้ เพราะอาจจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญรู้ทางเรา และยังขอร้องด้วย่วา ถ้าใครมีโทรศัพท์ก็อย่าอัดเสียงเอาไว้ เพราะความลับภายในอาจจะรั่วไหลออกไปได้
เเหล่งข่าว เปิดเผยว่า ในที่ประชุมดังกล่าว มีการอภิปรายของส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่า ควรมีการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 นำโดย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ นพ. เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานว่า ส.ส.กลุ่มนี้ ต่างอภิปรายไปในทิศทางเดียวกันว่า มีแนวโน้มที่ผลของคำร้องดังกล่าวนี้ จะนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยได้
ทั้งนี้ น.พ. เหวง ถึงกับระบุตอนหนึ่งด้วยว่า “วันนี้ ต้องเดินหน้าลุย จะมามัวอยู่เฉย ๆ ให้เขาเอาปืนมายิงหลังเราได้อย่างไร ไม่เข้าใจพรรคนี้เลย มีแต่คนขี้ขลาดทั้งนั้น”
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมดังกล่าว นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การโหวตไม่รับคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่พรรคต้องทำ แต่ถ้าโหวตแล้วปิดสภาเลย ก็เท่ากับเรายอมศาลรัฐธรรมนูญ พรรคควรจะโหวตคัดค้านแล้วเปิดสภาค้างเอาไว้ อีกทั้งควรต้องมีท่าทีอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา เพื่อกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีก่อนวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ไม่ใช่รอให้ถึงกลางเดือน ก.ค.
นพ.ชลน่าน ยังเสนอให้พรรคมีท่าทีให้ศาลรัฐธรรมนูญ เร่งตัดสินคดีโดยเร็วขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ ทำให้ ส.ส. บางคนภายในพรรค บอกว่า “ทำแบบนี้ เท่ากับเอามีดไปให้เขามาฆ่าเราเร็วขึ้น เพราะดูแล้วศาลรัฐธรรมนูญคงจัดการกับพรรคเพื่อไทยเป็นแน่”
เเหล่งข่าวเปิดเผยว่า หลังจากมีการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวอย่างกว้างขวางแล้ว แกนนำพรรค ที่อยู่ในคณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์พรรค ต่างเห็นว่า ยังไม่ควรโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 คงมีเพียงแค่ พ.อ. อภิวันท์ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่เห็นว่า ควรโหวต จึงทำให้สุดท้ายไม่ได้มีการโหวตรัฐธรรมนูญในวาระ3 ดังกล่าว
ส.ส. เสื้อแดง ไล่ 'สมศักดิ์' พิจารณาตัวเอง
น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กลุ่มเสื้อแดง กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างส.ส.กลุ่มใหญ่ กับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมืองของพรรค ที่เห็นต่างกันในประเด็น สภาฯควรโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ3 ก่อนหรือหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยมาตรา 68 ว่า ไม่ใช่แค่เสียงส.ส.ส่วนใหญ่ในที่ประชุมพรรค แต่เป็นเสียงทั้งหมดในการประชุมพรรค ต่างต้องการให้มีการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ3 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยมาตรา68 ออกมา เพราะหากมีคำวินิจฉัยออกมามันจะมีผลผูกพันมายังรัฐสภาฯทันที
"วันนี้ ยังไม่มีผลผูกพันเพราะเป็นเพียงคำสั่ง ประกอบกับหากคำวินิจฉัยออกมาในทางที่ไม่ดี แล้วเราไปลงมติตอนนั้น ยิ่งไม่ยุ่งไปกันใหญ่หรือ ถ้าสภาฯไม่โหวตวาระ3 ผลจะเกิดกับใคร ส.ส.ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีความผิด ส.ส. ส.ว.ที่โหวตผ่านวาระ 1 และ 2 ไปแล้วทั้ง 399 คน ก็มีความผิด เมื่อผิดผลก็ต้องมายังรัฐบาล มายังพรรคเพื่อไทย อาจเป็นเหตุให้ถูกยุบอีกรอบก็เป็นได้ ซึ่งมันหนักกว่าที่เราจะเดินหน้าโหวตไปเลย เราได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว"
นพ.เชิดชัย กล่าวว่า กลุ่มกรรมการยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้เป็นส.ส.จะมารับผิดชอบอะไร ผลเสียหายอยู่ที่ ส.ส.และ ส.ว. จะไปเชื่อได้อย่างไรว่า จะมีคำวินิจฉัยออกมาถูกต้องตามครรลองครองธรรม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ จะรับผิดชอบต่อชีวิตทางการเมืองของส.ส.และ ส.ว.ได้หรือ เหตุผลที่เสนอมาก็ต้องฟังหู ไว้หู เพราะเขาไม่ได้เป็น ส.ส
เมื่อถามว่า แต่ดูเหมือนว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะมีอำนาจเหนือส.ส. คอยกำหนดเกมได้ แต่ส.ส.เห็นอีกแบบ แล้วจะเดินไปอย่างไร นพ.เชิดชัยกล่าวว่า เราก็ต้องสร้างความมั่นใจกับส.ส.และ ส.ว.399คน ที่โหวตผ่านวาระ 1 และ 2 ไปแล้ว ถ้าเราเดินหน้าโหวตทันทีให้ผ่านไปเลย เท่ากับเรายืนหยัดในทางประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนหายข้องใจ
เมื่อถามถึงความเห็นของ ส.ส.บางคน อ้างสัญญาณลับ จากการเจรจาอำมาตย์ ที่จะประคองให้รัฐบาลอยู่ได้ น.พ.เชิดชัย ตอบทันทีว่า ไม่เคยเชื่อเลย ไม่เคยสนใจ
"เขาไม่เห็นประชาชนมีค่าอยู่แล้ว แล้วเราจะไปทำตามในกติกาที่เขาวางเอาไว้หรือ ที่ผ่านมาส.ส.เลือกให้นายสมศักดิ์ เข้ามาเป็นประธานสภาฯ ก็ต้องถามว่า เมื่อท่านมีอำนาจบรรจุวาระระเบียบการประชุมให้มีการโหวตร่างรัฐธรรมนูญวาระ3 จะกล้าบรรจุและเรียกโหวตหรือไม่ จะกล้ายืนเคียงข้างประชาชนหรือไม่ ประชาชนเลือกเรามาและพรรคเพื่อไทยก็ประกาศชัดเจนแล้วจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้านายสมศักดิ์ไม่มีจุดยืน ไม่กล้าบรรจุวาระโหวตรัฐธรรมนูญวาระ3 ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ประธานสภาฯก็จะรับกรรม และควรพิจารณาตัวเอง"
น.พ.เชิดชัย กล่าวว่า เราไม่ต้องไปเชื่ออำนาจนอกระบบที่ส่งสัญญาณมา เป็นสัญญาณหลอก แท้ หรือเทียมก็ไม่รู้ บ้านเมืองที่เสียหายก็เพราะอ้างสัญญาณกันอย่างนี้ ไม่มีใครเคยพูดเคยได้ยิน เราจะไปรู้ได้อย่างไร สัญญาณที่ว่าจริงหรือไม่
ครม.รับทราบมติวิปรัฐ เสนอออกพรฎ.ปิดสมัยประชุมสภาฯ
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. แจ้งว่า ในการประชุมครม.นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งเรื่องพรฎ.ปิดสมัยประชุมสภาให้ที่ประชุมครม.รับทราบ โดยจะมีการปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 19 มิ.ย.55 ซึ่งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมครม.ว่า ขณะนี้กฎหมายสำคัญที่ยังค้างอยู่ในสภาก็กฎหมายฟอกเงิน และการพิจารณากรอบข้อตกลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งคาดว่า น่าจะเสร็จทัน จึงมีพรฎ.ปิดประชุมสภา ตามที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้เสนอมา เมื่อเป็นมติของวิปรัฐบาลแล้วครม.จึงขอไม่ก้าวล่วง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า เรื่องนี้ เขามองว่า ต้องมีคำอธิบายกับประชาชน ซึ่งการที่รัฐบาล ไม่มีความเห็นอื่น เพราะวิปรัฐบาลเสนอมาก็อธิบายกับประชาชนได้
รายงานแจ้งด้วยว่า นายอำพน ได้แจ้งต่อที่ประชุมครม.เรื่องการทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่.. พ.ศ. ... จากนั้น นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้สรุปคำชี้แจงทั้งหมดให้กับครม.รับฟัง และต่อมา ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้อภิปรายเพิ่มเติม โดยมีเนื้อหาส่วนใหญ่คล้ายกับที่เคยอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สนับสนุนคำอภิปรายของร.ต.อ.เฉลิม หลังจากนั้น ครม.จึงขอให้นายอัชพร แถลงข่าวคำชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญต่อสื่อมวลชน ซึ่ง ครม. ใช้เวลาในการหารือเรื่องดังกล่าวกว่า 40 นาที
'เทียบจุฑา' ตอบไม่ชัด สาเหตุ ไม่มาร่วมโหวต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการลงคะแนนญัตติขอให้ลงมติว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่ โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทย มีนางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี เป็นส.ส.เพียงเสียงเดียว ที่ไม่ลงคะแนนเสียงนั้น ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามถึงสาเหตุการไม่ลงคะแนนเสียง ของนางเทียบจุฑา ซึ่งครั้งแรกนางเทียบจุฑา กล่าวว่า อยู่ที่เวทีปราศรัยอยู่ โดยสภาพแวดล้อมนั้นเสียงดังมากจนสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ห่างกันไม่นานนัก ผู้สื่อข่าวอีกสำนักหนึ่ง ได้โทรศัพท์ไปสอบถามย้ำเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง กลับได้รับคำชี้แจงว่า “ไม่สบาย ไปหาหมอ มากดบัตรไม่ทัน”
ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำว่า ตกลงอยู่กทม.หรือไม่ ได้รับคำตอบเพียงว่า “ค่ะ ๆ" จานั้น ก็ได้วางสายไปทันที
'มัชฌิมา' อ้างเอกสิทธิ์หนุนรัฐ ระบุ ภท. ไม่เคยมีมติ
นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ส.ส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย กลุ่มมัชฌิมา กล่าวว่า เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยไม่มีการเรียกประชุม จึงไม่มีมติว่า จะเห็นด้วยกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ชะลอการลงมติในวาระสามหรือไม่ ดังนั้น เมื่อถึงการโหวตญัตติดังกล่าว และส.ส.ของพรรค (กลุ่มเพื่อนเนวิน)บางส่วน ได้เดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการโหวตโต้แย้งคำสั่งศาล. ส.ส.ในกลุ่มประมาณ 6-7 คนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม จึงช่วยคิดกัน และด้วยเวลาที่ฉุกละหุก จึงเห็นว่าควรโหวตไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาล
"พรรคก็เคยมีมติเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญมานานแล้วด้วย ผมขอยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่มีใครมาสั่งการแต่เป็นเอกสิทธิ์ของพวกเราเอง ที่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ"
'บุญจง' เตรียมเรียกสอบถาม ชี้ ไม่ถึงขับพ้นพรรค
ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า เป็นแนวทางที่ส.ส.กลุ่มนี้ แสดงให้เห็นมาตลอด และก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า มีแนวคิดเช่นไร อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่า ไม่ควรมีการกระทำอะไรที่โต้แย้งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งชะลอในการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3เอาไว้ก่อน
"เรื่องนี้ จะต้องมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อเรียกส.ส.กลุ่มมัชฌิมา รวมทั้งส.ส.ที่ร่วมลงมติ มาสอบถามว่าทำไมถึงมีมติเช่นนั้น หรือเป็นการกดลงมติที่ผิดหรือไม่ ส่วนการจะตัดสินใจลงโทษอย่างไรนั้นขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค หากพบผิดจริงอาจจะลงโทษว่ากล่าวตักเตือน แต่คงไม่ถึงขั้นมีมติขับออกจากพรรค แต่สุดท้ายต้องขอฟังเหตุผลก่อน" นายบุญจง กล่าว
'บังซุป' อัด อย่าอ้างไม่รู้พรรคคิดอย่างไร
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า แม้พรรคจะไม่มีมติเรื่องการเกี่ยวกับการคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งให้ชะลอการโหวตในวาระ 3 แต่เป็นที่ทราบโดยทั่วไป พรรคไม่ต้องการให้มีการโหวตมติที่ขัดแย้งกับศาล ซึ่งในการประชุมพรรค มีการแจ้งให้ ส.ส.ทุกคนรับทราบว่า ให้ไม่แสดงตนที่มีการเสนอญัตติคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลทางรัฐสภา ดังนั้น ส.ส. ส่วนใหญ่ของภูมิใจไทยก็ไม่ได้แสดงตน แต่มีกลุ่มของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งมีส.ส.อยู่ 5 คน ได้รับรู้ท่าทีของพรรคแต่กลับลงมติไปอีกอย่าง
"ก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่อย่ามาอ้างว่า ไม่เคยรับรู้ว่า พรรคมีแนวคิดเช่นไร เรื่องนี้ จะต้องมีการสอบถาม ส.ส. 5 คนในกลุ่มนายสมศักดิ์ รวมทั้งนายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา และนายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา (กลุ่มเพื่อนเนวิน)ว่า ทำไมถึงมีความคิดเหตุอย่างนั้น"
ส่วนการจะพิจารณาดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้อย่างไรนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค แต่วันนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า ส.ส.กลุ่มนายสมศักดิ์ได้แสดงท่าทีทางการเมืองเป็นเช่นไร



