
นักการเมืองคือปัญหาของบ้านเมือง
นักการเมืองคือปัญหาของบ้านเมือง : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์
ตำรวจนครบาลและตำรวจจากกองบัญชาการอื่น ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งให้มาสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนจากกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี ที่ล้วนแล้วแต่ถูกชักใยจากนักการเมือง ทั้งเปิดเผย และแอบซ่อน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตนหรือกลุ่มตนต้องการ กำลังเผชิญวิกฤติการณ์ อันอาจนำไปสู่การนองเลือดซ้ำรอยกับเหตุการณ์ในอดีต หากไร้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักสากล ซึ่งการควบคุมฝูงชนตามหลักสากล ไม่มีผู้ใดรับรองได้ว่า ใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุมชาวไทยแล้วจะได้ผล เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มักจะถูกยุยงหรือสั่งการจากนักการเมืองให้มีพฤติกรรมที่ไร้สติ จนบานปลายไปสู่การบาดเจ็บล้มตายได้ สมดังวัตถุประสงค์
ท่านผู้อ่านลองทบทวนเหตุการณ์นับแต่ปี พ.ศ.2549 เป็นต้นมา บ้านเมืองของเราไม่เคยสงบเรียบร้อย เกิดความขัดแย้งกันระหว่างนักการเมืองที่ได้อำนาจรัฐเป็นฝ่ายรัฐบาล กับนักการเมืองที่สูญเสียอำนาจเป็นฝ่ายค้าน อย่างต่อเนื่อง ประชาชนผู้สุจริต ไม่เคยดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เศรษฐกิจเดินหน้าอย่างกระท่อนกระแท่น ประเทศชาติเสียโอกาสในการพัฒนา ถูกประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกันแซงหน้าไปไกล
ความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมายฉบับอ้างปรองดอง การเร่งรีบหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน จนเกิดการกล่าวหาโจมตีกันในทางสื่อมวลชน ล้วนสร้างบรรยากาศเบื่อหน่ายในหมู่ประชาชนผู้ทำมาหากินโดยสุจริต ซึ่งเป็นคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ จนบางคนบางกลุ่มที่สุดจะทน เริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่า จะปล่อยให้นักการเมืองเหล่านี้ ก่อปัญหาให้แก่บ้านเมืองอย่างไม่จบสิ้นหรือ ?
ยิ่งมีนักการเมืองพร้อมบริวารนักเลงอันธพาล แสดงความถ่อยสถุล ต่อสาธารณชนอยู่เนืองๆ เช่นนี้ เมื่อไหร่จะมีใครไล่ให้ลงจากเวทีนี้เสียที เอียนเต็มทีแล้ว



