ข่าว

ไขความลับฉบับ 'สเต็มเซลล์'

ไขความลับฉบับ 'สเต็มเซลล์'

13 มิ.ย. 2555

ไขความลับฉบับ 'สเต็มเซลล์'

                        เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่อยากจะมีผิวอ่อนเยาว์เหมือนเด็ก หลายคนจึงพยายามสรรหาสารพัดวิธี ที่จะทำให้ผิวของตัวเองกลับมาเต่งตึงอีกครั้ง โดยเฉพาะการฉีดเซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ เพื่อช่วยให้ผิวดูกระชับกลับมาใสเด้ง แต่เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สเต็มเซลล์ ในวงการความงามมากแค่ไหนกัน

                        เพื่อเผยศักยภาพของเซลล์ต้นกำเนิด เอสเค-ทู จึงจัดสัมมนา "อะ ซีเคร็ท คีย์ ทู เอสเซสเชียล พาวเวอร์" ภายใต้หัวข้อ ปัญหาริ้วรอยแห่งวัยกับการวิจัยแหล่งกำเนิดความงามของผิว โดยมี นพ.รัฐภรณ์ อึ๊งภากรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและเลเซอร์ประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และที่ปรึกษาพิเศษด้านผิวหนังและเชื้อรา ประจำสถาบันโรคผิวหนังและคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.วีระพงษ์ ประสงค์จีน นักวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิด ร่วมพูดคุย

                        "หมอเป้" นพ.รัฐภรณ์ เผยว่า ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ซึ่งรวมถึงเส้นผม ขน และเล็บ ปัจจัยที่ทำให้ผิวเกิดความร่วงโรยแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด ฝุ่นละออง การสูบบุหรี่ และปัจจัยภายใน คือ พันธุกรรม ฮอร์โมน อายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด และโรคภัยต่างๆ เป็นเหตุให้ผิวหนังบางลง โดยส่วนที่จะฟ้องถึงอายุได้มากที่สุด คือ ผิวบริเวณต้นคอ ซึ่งมาจากพันธุกรรมของแต่ละคน

                        "ผิวสามารถฟ้องถึงอายุได้ ซึ่งมีวิธีดูอยู่ 3 จุด คือ บริเวณหว่างคิ้ว จะเริ่มมีเส้นขึ้นมาชัดเจน โดยเฉพาะคนที่ชอบขมวดคิ้ว เส้นบริเวณหน้าผาก และรอยตีนกา สำหรับคนที่ชอบสูบบุหรี่จะมีริ้วรอยบริเวณรอบปากร่วมด้วย ดังนั้นถ้าอยากจะย้อนวัยจึงจำเป็นต้องลบรอยเหล่านี้ ที่ฮิตที่สุดคือการฉีดโบท็อกซ์ การฉีดฟิลเลอร์ การร้อยไหม รวมไปถึงการใช้ครีมบำรุงผิว สิ่งเหล่านี้จึงนำไปสู่การใช้สเต็มเซลล์ในวงการความงาม แต่งานวิจัยยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้น เนื่องจากเป็นเซลล์ชีวภาพที่มีคุณสมบัติพิเศษในการแบ่งตัวให้เป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ทำหน้าที่จำเพาะในร่างกายเมื่อได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม แต่สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์จะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ต้องการหรือไม่ ข้อเสียคือควบคุมไม่ได้และอาจจะก่อให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง" หมอเป้ แจกแจง

                        ด้านนักวิจัยคนเก่ง "แกง" ดร.วีระพงษ์ กล่าวว่า สเต็มเซลล์เป็นความหวังของมนุษยชาติทั่วโลก ที่มุ่งหวังใช้ในเชิงรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่ามีหน้าตาและศักยภาพเป็นอย่างไร สเต็มเซลล์ในร่างกายมี 200 กว่าชีวิต แต่ละเซลล์สร้างตัวแยกกันออกไป โดยจะถูกแบ่งตัวและสร้างขึ้นใหม่อยู่ตลอดจนกว่าจะหมดอายุขัย พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การอออกกำลังกาย การกินอาหาร สารเคมีที่สัมผัส และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดในร่างกายของเราได้

                        "วิธีการสร้างสเต็มเซลล์ในร่างกายของเราที่ง่ายที่สุด คือ การออกกำลังกาย เพราะจะไปกระตุ้นสเต็มเซลล์ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น การออกกำลังกาย การทานอาหาร การทำสมาธิ สามารถปรับสเต็มเซลล์ให้มีความสุข สเต็มเซลล์ในประเทศไทยยังไม่ได้รับการยอมรับให้นำมาใช้ในวงการความงาม ทำให้หลายคนต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อฉีดสเต็มเซลล์ แต่ก่อนฉีดควรจะทราบก่อนว่า สเต็มเซลล์ที่นำมาฉีดนั้นเป็นเซลล์ส่วนไหนของร่างกาย เรามักจะเพิกเฉย ซึ่งอันตรายมาก หากไม่รู้ว่าฉีดอะไรเข้าไปในร่างกาย" ดร.วีระพงษ์ กล่าวปิดท้าย