
ญัตติค้าน'คำสั่งศาลรธน.'ล่มชทพ.ชิ่ง
รัฐบาลเสียงไม่พอเดินหน้าญัตติขอคัดค้านคำสั่งศาล รธน. ปชป.แฉ 7 ส.ส.ภูมิใจไทย "งูเห่า" โหวตหนุนรัฐบาล งง เทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรฯ เพื่อไทย ไม่ลงคะแนน ส.ส.ชาติไทยพัฒนาแจงไม่ร่วมลงคะแนนอ้างไม่ใช่เรื่องสำคัญ ย้อน "พท." ตำหนิ ส.ส.ที่หายไปก่อน
12มิ.ย.55ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาได้หารือว่าจะปิดอภิปรายในประเด็นคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้รัฐสภาชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม นานกว่า 1 ชั่วโมงและยังคงมีข้อถกเถียงที่หาข้อสรุปไม่ได้ ทำให้ พล.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ส.ว.มุกดาหาร เสนอญัตติขอให้มีการลงมติว่าจะเห็นด้วยกับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่เห็นด้วยพร้อมระบุว่าตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถเสนอญัตติให้เข้ามาพิจารณาในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติได้
ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย หารือแย้งคำอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 ระบุว่าหากจะให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเรื่องอื่นในสมัยสามัญนิติบัญญัติสามารถทำได้โดยขอเสียงความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ซึ่งตนมองว่าหากรัฐสภาจำเป็นต้องมีการลงมติ ในความเห็นว่าคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความผูกพันกับรัฐสภาหรือไม่ สามารถทำได้
จากนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ว. อาทิ นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา อภิปรายไม่เห็นด้วย พร้อมคัดค้านการเสนอให้ลงมติในญัตติว่ารัฐสภาจะรับฟังคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าตนไม่เห็นที่จะให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติในญัตติใดๆ อีกทั้งประเด็นนี้เป็นวาระเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบเท่านั้น หากจะมีผู้เสนอญัตติถือว่าเป็นการเสนอวาระที่ไม่ได้มีการนัดหมายไว้ก่อน และก่อนหน้านั้นประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม ไปเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมาแล้ว แต่หากประธานรัฐสภา จะเปลี่ยนดุลยพินิจ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับต่อรัฐสภาและสังคม
“ผมเชื่อว่ารัฐสภา ไม่มีอำนาจที่จะลงมติว่าจะฟังคำสั่งศาลหรือไม่ แต่มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพราะคำสั่งศาลเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่มีสิทธิออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเลขาธิการสภาฯ และประธานสภาฯ ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกฎหมายการออกบัตรประจำตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ อภิปรายต่อว่า หากให้มีการลงมติใดๆ ต่อคำสั่งศาล พวกตนจะไม่ขอลงมติใดๆ และพร้อมจะเดินออกจากห้องประชุม เนื่องจากพวกตนไม่ต้องการเป็นเครื่องมือ ที่ถูกนำไปอ้างการลงมติของรัฐสภาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้เกิดการนัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม และไม่ต้องการให้เป็นการเปิดประตูนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีปัญหาขึ้นทูลเกล้าฯ
จากนั้น การประชุมร่วมรัฐสภา ได้หารือถกเถียงในประเด็นการเสนอญัตติดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม และมีการอภิปราย สลับการประท้วงไปมา นานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจประธานรัฐสภาวินิจฉัยให้มีการลงมติในญัตติที่มีผู้เสนอ โดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 136 (5) และมาตรา 127
ทำให้นายอภิสิทธิ์ อภิปรายว่าพวกตนไม่สามารถลงมติในญัตติดังกล่าวได้เพราะเท่ากับเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 136, มาตรา 127 จึงไม่สามารถรวมพิจารณาได้ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้นำส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เดินออกจากห้องประชุม ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว. ก็เดินออกจากห้องประชุมเช่นกัน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่น ไม่ได้เดินอกอจากห้อง จากนั้นนายสมศักดิ์ได้ขอพักการประชุม เป็นเวลา 5 นาที เพื่อขอทำธุระส่วนตัว
ภายหลังจากเปิดประชุมอีกครั้งหนึ่งก็ได้ขอเสียงที่ประชุมร่วมรัฐสภาว่าจะให้นำญัตติอื่นซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบวาระประชุม ตามที่พล.ต.ท.จิตต์ว่าจะเห็นด้วยกับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่มาพิจารณาหรือไม่ โดยผลการลงมติพบว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย 318 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเสียงข้างมากจะเห็นด้วยที่จะให้มีการเสนอญัตติอื่นเข้ามาพิจารณาในสมัยประชุมสภา สามัญนิติบัญญัติ แต่ตามมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมเท่ากับ 322 เสียง ทำให้การลงมติดังกล่าว เสียงไม่เพียงพอที่จะให้มีการพิจารณาญัตติอื่นใด ในการประชุมครั้งนี้
ปชป.แฉ7ส.ส.ภูมิใจไทย"งูเห่า"โหวตหนุนรัฐบาล
น.พ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยอมรับมติของที่ประชุมรัฐสภา โดยน.พ.วรงค์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยอมรับมติที่ประชุมรัฐสภา พร้อมกับยุติการเดินหน้าลงมติร่างแก้ไชรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อน ซึ่งการลงมติในครั้งนี้ ประธานในที่ประชุมใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 127 วรรค 4 ที่ระบุว่า รัฐสภาจะมีมติให้พิจารณาเรื่องอื่นจะต้องใช้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งปรากฏว่าที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับญัตติของ พ.ต.ท.จิตต์ด้วยคะแนน 318 ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เนื่องจากมีสมาชิกรัฐสภา 644 คน ต้องใช้เสียง 323 จึงขอเรียกร้องให้เคารพมติของรัฐสภา และอยากบอกว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้ถือว่า “ฟ้ามีตา”
ด้านนายบุญยอดกล่าวว่า จากการตรวจสอบการลงคะแนน ในระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า ในช่วงที่มีการตรวจสอบองค์ประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุม 323 คน ซึ่งหมายถึงนายสมศักดิ์ ได้กดบัตรแสดงตนด้วย ส่วนคะแนนที่สอบถามเกี่ยวกับการลงมติในญัตตินั้น พบว่า มีผู้เข้าร่วมประชุม 325 คน กดเห็นด้วย 318 คน ไม่เห็นด้วย 2 คน งดออกเสียง 2 คน และไม่ลงคะแนนเสียง 3 คน จากการตรวจสอบรายชื่อพบว่า ผู้ที่งดออกเสียงคือ พ.ต.อ.สนธยา แสงเภา ส.ว.สรรหา และนายสมศักดิ์ ขณะที่ผู้ไม่ลงคะแนน 3 คน คือ นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ นายวรวิทย์ บารู ส.ว.ปัตตานี นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ซึ่งนางเทียบจุฑาคงต้องไปชี้แจงกับพรรคเพื่อไทยว่า เหตุใดจึงลงคะแนนเช่นนี้ ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีสองคนคือ นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา
"นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่ลงคะแนนเห็นด้วยที่น่าสนใจ คือมี 7 ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย คือ น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล นายวิสิษฐ์ พิทยากร นางประนอม โพธิ์คำ นายมนู บุญประเสริฐ และ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ซึ่งถือว่ากลุ่มส.ส.ทั้ง 7 คน ไปอยู่กับรัฐบาลแล้ว"นายบุญยอดกล่าว
นายบุญยอดกล่าวต่อว่า ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ว.ซึ่งมีจำนวน 146 คนที่มีสิทธิลงคะแนน แต่มาร่วมลงมติเพียง 46 คนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าตัวแปรสำคัญที่ทำให้ญัตตินี้ตกไปเป็นเพราะ ส.ว.ไม่มาร่วมประชุม ซึ่งเป็นเพราะอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองและไม่อยากเดือดร้อนเพราะเกรงว่าจะมีปัญหาภายหลัง
เปิดบันทึกลงคะแนนเช็คเสียงที่หายไปของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สภาให้ลงคะแนนในญัตติว่าจะ ให้นำญัตติอื่น ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบวาระประชุม ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้คือจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ระงับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 หรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดปรากฎว่ามี สมาชิกรัฐสภาแสดงตัวอยู่ในห้องประชุม 323 คนจาก 644 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตามมีผู้เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าวเพียง 318 คน ไม่ครบจำนวนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือ 322 คน หรือ กึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดของรัฐสภา ทำให้ญัตติเป็นอันตกไป
ทั้งนี้จากการตรวจสอบการลงมติ พบว่า จำนวน ส.ว.ที่ออกเสียงลงมติมีทั้งหมด 46 คน แบ่งเป็น เห็นด้วย 41 คน งดออกเสียง 1คน ซึ่งก็คือคือ พ.ต.อ.สนธา แสงเภา ส.ว.สรรหา ขณะที่ไม่ลงคะแนน 2 คน คือ นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ และนายวรวิทย์ บารู ส.ว.ปัตตานี นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ลงมติไม่เห็นด้วย 2 คน คือนายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา
พรรคชาติไทยพัฒนา มี ส.ส.ทั้งหมด 19 คน แต่ออกเสียงลงมติเพียง 11คน ได้แก่ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นางพัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายยุทธพล อังกินันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม
ส่วนเสียงที่หายไปประกอบด้วย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายชุมพล ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค นายตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร และ รมช.พาณิชย์ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (หมายถึงไม่มาหรือไม่ลง)
พรรคชาติพัฒนา มีส.ส.ทั้งหมด 7 คน ลงมติเห็นด้วย 5 คน คือ ร.ต.ประภาส ลิมปะพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายประสาท ตันประเสริฐ ส.ส.นครสวรรค์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พรรคชาติพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา และ2 เสียงที่หายไปคือ คือ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา
พรรคพลังชล มีส.ส.7คน ลงมติเห็นด้วย 6คน คือ นางสุกุมล คุณปลื้ม นายปรเมศร์ งามพิเชษฐ นายพันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา นายรณเทพ อนุวัฒน์ นายอุกฤษณ์ ตั้นสวัสดิ์ ส.ส.ชลบุรี นายสันตศักย์ จรุญงามพิเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนคนที่ไม่ลงมติคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี
พรรครักประเทศไทย ลงมติเห็นด้วย 2คน คือ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ นายโปรดปราน โต๊ะราหนี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปไตยไทยใหม่ เห็นด้วย 1คน คือ นางพัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคภูมิใจไทย ลงมติเห็นด้วย 7 คน นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นูกูล ส.ส.สุโขทัย นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท นายมนู พุกประเสริฐ ส.ส.สุโขทัย นายเรืองศักดิ์ งานสมภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา
ทั้งนี้มีส.ส.เพื่อไทยไม่ลงคะแนนเสียง คือ นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี
ส.ส.ชาติไทยฯแจงไม่ใช่เรื่องสำคัญ
นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะ 1 ใน 8 ของส.ส.ของพรรคชาติไทยที่ไม่ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมและไม่ลงคะแนนให้มีการนำญัตติขอให้ลงมติว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่ กล่าวว่าตนเข้าร่วมประชุมรัฐสภา แต่ไปกดบัตรแสดงตนและลงคะแนนไม่ทัน เนื่องจากติดการหารือธุระสำคัญอยู่ อย่างไรก็ตามตนมองว่าการแสดงตนและการออกเสียงสนับสนุนญัตติดังกล่าวไม่ใช่เรื่องสำคัญ และไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งทราบว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้มาลงคะแนนกว่า 10 คน ดังนั้นหากจะมีการตำหนิตนหรือ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล ทำไมถึงไม่คุมเสียงของพรรคเพื่อไทยให้ดีก่อน
ขณะที่ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่ร่วมแสดงตนและไม่ลงคะแนนสนับสนุนญัตติดังกล่าว ได้แก่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และ นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว บอกเพียงว่ามาเข้าร่วมประชุมรัฐสภา
อ้าง8ส.ส.ไม่โหวตช่วยรัฐบาลแค่ผิดพลาดทางเทคนิค
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงว่า เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค เพราะส.ส.ของพรรคไม่ได้เตรียมตัวให้มาลงมติในญัตติอื่น ถึง 2 ครั้งจึงทำให้ไปกดบัตรลงคะแนนไม่ทัน ส่วนตัวมองว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำรัฐบาล สำหรับกรณีของนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ไม่ร่วมสนับสนุนด้วย นั้น เนื่องจากขณะนี้นายชุมพลติดปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่าตนไม่ทราบในเหตุผลของส.ส.ของพรรคที่ไม่ร่วมสนับสนุน ทั้งที่ประเด็นนี้ทางพรรคชาติไทยพัฒนามีมติแล้วว่าจะให้การสนับสนุน ทั้งนี้ในส่วนส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรี อาทิ นายชุมพล และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทราบว่าติดราชการร่วมกับคณะรัฐมนตรี ด้านพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทราบว่ายังอยู่ที่ต่างประเทศ



