ข่าว

ครม.ไฟเขียวปิดประชุมสภา19มิย.

ครม.ไฟเขียวปิดประชุมสภา19มิย.

12 มิ.ย. 2555

“ครม. เห็นชอบร่างพรฎ.ปิดประชุมสภา 19 มิ.ย. ด้าน "จารุพงศ์"ระบุปิดสภา"ปู"หวังบรรยากาศบ้านเมืองดี "กฤษฎีกา"เตรียมส่งคำชี้แจง"แก้ไขรธน."ต่อศาลรธน.

          วันที่ 12 มิ.ย.55  น.ส.ศันศนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา ปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 19 มิ.ย. โดยการเห็นชอบปิดสมัยประชุม ตามความเห็นของวิปรัฐบาล โดยจะนำความกราบบังทูลต่อไป เเละนายกฯยังได้กำชับต่อ ครม.ถึงการปิดสมัยประชุมสภา โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศความขัดแย้งของบ้านเมือง

"จารุพงศ์"ระบุปิดสภา"ปู"หวังบรรยากาศบ้านเมืองดี

 
           นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นควรปฏิบัติตามแนวทางของคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยที่เห็นว่าควรชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 ออกไปก่อน รวมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ต้องการให้บรรยากาศบ้านเมืองเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ก็ยอมรับว่ามีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับมตินี้ ก็มีการอภิปรายเหตุและผลกัน ซึ่งก็สามารถทำความเข้าใจกันได้
            
           ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยตัดสินใจถอยครั้งนี้เพราะถูกแรงกดดันจากหลายฝ่ายใช่หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นการกดดันอะไร แต่เป็นเพราะต้องการเห็นความปรองดองมากกว่านี้เสียก่อน อีกทั้งเมื่อประเมินแล้วว่า หากมีการเดินหน้าต่อไป ก็อาจจะทำให้บรรยากาศความปรองดองลดลงไปอีก ทั้งนี้ยังไม่ถือเป็นการปฏิทินการเมือง หรือล่าช้าออกไปแต่อย่างใด เพียงแต่รอช่วงเวลาที่เหมาะสม คาดว่าช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ก็จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น


"กฤษฎีกา"เตรียมส่งคำชี้แจง"แก้ไขรธน."ต่อศาลรธน.


            นายอัชพร   จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แถลงข่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รัฐสภายุติการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  วาระสามไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า  ตามมาตรา68นั้น  ผู้เกี่ยวข้องต้องทำคำชี้แจง ต่อศาลรธฐธรรมนูญ  ครม.จึงจัดทำคำชี้แจงขึ้น และ จะเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 15 มิ.ย. แต่รายละเอียดนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ตนจึงรับหน้าที่ชี้แจงกับสังคมให้รับทราบ คำชี้แจงคำร้องสรุปเป็นสี่ประเด็นว่า  1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยู่ในบังคับมาตรา68หรือไม่  ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวนั้นห้ามการกระทำใดที่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือใช้อำนาจของรัฐโดยไม่ถูกต้องนั้นมีความหมายว่าต้องเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักการรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือดำเนินการโดยรัฐธรรมนูญไม่มีบัญญัติรับรองให้กระทำได้   โดยหลักของบทบัญญัตินี้เพื่อปกป้องการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเป็นหลัก   ส่วนสิ่งที่ครม.ดำเนินการคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา291ที่บัญญัติว่าครม.เสนอแก้ไขได้ ครม.จึงดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีอยู่ ส่วนเมื่อได้เสนอไปแล้วเป็นอำนาจหน้าที่รัฐสภาว่าจะพิจารณาอย่างไรและจะเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ครม.เสนอไปรัฐสภาได้มีการตั้งกมธ.แก้ไขหลายประเด็นและร่างที่พิจารณาอยู่ในตอนนี้ก็เป็นร่างของรัฐสภาและต้องดำเนินการตามมาตรา291จนจบ 

             “ส่วนประเด็นที่ระบุว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา68นั้น  ครม.มีความเห็นว่า เป็นคนละเรื่องกัน  เพราะรัฐบาลทำตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญทุกประการ”นายอัชพรกล่าว

             นายอัชพรกล่าวว่า 2.ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังไม่มีการแตะต้องมาตราใดเลย    เพราะรัฐธรรมนูญทุกมาตรายังบังคับใช้ได้ต่อไป  การเสนอแก้ไขในตอนนี้ดำเนินการเพียงให้มี สสร.เกิดขึ้นเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญต่อไปและมาตรา291/11 ระบุว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ฉะนั้นจึงเป็นหลักประกันได้ว่า  สาระของ สสร.ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญจะกระทำในสิ่งที่มีผลกระทบกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้    หากมีการกระทำแบบนั้น ร่างรัฐธรรมนูญจะตกไป ขอย้ำว่าสาระที่เสนอในตอนนี้ยังไม่มีการแตะต้องรัฐธรรมนูญมาตราใดเลย

             นายอัชพรกล่าวว่า 3.มีอ้างว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลทำให้ครม.ควบคุมการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ต้องการได้นั้น พิจารณาแล้วเห็นว่าบทบัญญัติที่ระบุว่า สสร.มาจากเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในทุกจังหวัด77คน  และผู้ทรงวุฒิ22คนเสนอชื่อมาจากองค์กรเอกชนและสถาบันการศึกษาคัดเลือกกันเองและเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ  รัฐสภาประกอบด้วยส.ส.และส.ว.จำนวนคะแนนเสียงของรัฐบาลไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ฉะนั้นการดำเนินการของสสร.นั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลว่าจะดำเนินการสิ่งใดได้บ้าง     และเมื่อได้สภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว กำหนดว่าต้องรับฟังความเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน และบทบัญญัติใดจะกระทบระบอบการปกครองไม่ได้    เป็นหลักประกันว่าการดำเนินการของ สสร.จะอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญระบุไว้และเป็นไปตามความเห็นของประชาชน

             นายอัชพรกล่าวอีกว่า 4.ประชามติที่เปิดให้ประชาชนทั้งประเทศให้ความเห็นชอบ ฉะนั้นทุกขั้นตอน ครม.ไม่มีโอกาสแทรกแซงตามที่กล่าวอ้างกันได้เลย เจตจำนงของรัฐธรรมนูญคือต้องการคืนอำนาจให้ประชาขนมีโอกาสกำหนดหลักเกณฑ์ปกครองประเทศขึ้นมาเองภายใต้ภาวะประชาธิปไตย ทุกขั้นตอนประชาชนจะเข้ามาดูแลกันเองทั้งสิ้น  ส่วนการที่อ้างว่าการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดมาตรา291นั้น  ขอเรียนว่ามาตรานี้เปิดให้มีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยการพิจารณาของรัฐสภา การเสนอแก้ไขครั้งนี้เป็นการกระทำตามมาตรานี้ที่ผ่านกระบวนการต่างๆทุกอย่าง แต่การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มบทบัญญัติขึ้นมาอีกหมวดหนึ่งเข้ามา หมายความว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน บทบัญญัติเหล่านี้จะบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบทบัญญัติอื่นๆ

             “ปกติแล้วรัฐธรรมนูญไม่อาจขัดแย้งกันเองได้เมื่อเข้ามาเป็นบทบัญญัติหนึ่งแล้วจะมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกัน สิ่งที่กล่าวอ้างกันนั้นครม.จึงชี้แจงต่อศาลและสังคมว่าการดำเนินการของรัฐบาลกระทำภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ ไม่ได้มีข้อขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ครม.เห็นควรยืนยันให้ดำเนินการต่อไป ส่วนการลงมติเมื่อใดอยู่ในอำนาจรัฐสภา ครม.ไม่มีอำนาจก้าวล่วงได้หากรัฐสภาเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสมควรให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลแท้จริงและตรวจสอบกันและแสดงความเห็นก่อนลงมติครม.เห็นชอบตามที่รัฐสภาพิจารณา คำชี้แจงของครม.ที่จะส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญจึงมีเท่านี้”นายอัชพรกล่าว

            นายอัชพรกล่าวอีกว่า หนังสือที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญจะยืนยันชี้แจงข้อเท็จจริงว่า   มาตรา68จะนำมาใช้อ้างว่าระงับการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติให้แก้ไขได้ในตัวเองคือมาตรา291  ส่วนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในการแก้ไขนั้นไม่มีการแตะต้องบทบัญญัติใดๆเลย โดยเฉพาะข้ออ้างว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะล้มล้างการปกครองฯหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นรูปแบบอื่น ครม.ยืนยันว่าไม่มีการดำเนินการตามข้ออ้างเพราะการแก้รัฐธรรมนูญมีเพียงแต่งตั้งสสร.ขึ้นมา  และระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วว่า จะล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศไม่ได้  ยืนยันครม.ไม่แทรกแซงการแก้รัฐธรรมนูญ   เพราะสุดท้ายต้องมีการรับฟังความเห็นประชาชนและต้องลงประชามติ

             “ส่วนการหารือเรื่องนี้ในห้องประชุมครม.นั้น ครม.อภิปรายกว้างขวาง ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้เดินหน้า แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกฯระบุว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถูกต้องตามกฎหมาย  แต่เห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญในช่วงนี้ไม่เหมาะสม  เพราะเรื่องนี้มีความเห็นขัดแย้งรุนแรงมาก    ควรมานั่งคุยเพื่อทำความเข้าใจกันทุกฝ่ายก่อนดีกว่า รอเหตุการณ์สงบแล้วค่อยนำเสนอขึ้นมาใหม่”นายอัชพรกล่าว

 


"ครม."ไฟเขียว"เฉลิม"คุมจ่ายชดเชยผู้ได้รับผลกระทบฝายราษีไศล 


           โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าครม.ได้พิจาณามีมติเห็นชอบตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอขออนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรได้รับผลกระทบจากฝายราษีไศล อนุมัติเงินจ่ายค่าขนย้ายให้เกษตรกร และการชดเชยค่าที่ดินกรณีพิเศษ ที่ จ.ศรีสะเกษ โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยตาจู ห้วยขนุน ห้วยด่านไอ โดยร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานเข้าไปพิจารณาหลักเกณฑ์ดูการอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการอื่นๆในลักษณะเดียวกันต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ