ข่าว

รองโฆษกอัดมาร์คความจำสั้น

รองโฆษกอัดมาร์คความจำสั้น

12 มิ.ย. 2555

"อนุสรณ์" อัด มาร์ค ความจำสั้น จงใจบิดเบือน กล่าวหา "รบ." แนะ ให้ทบทวน ต้นเหตุเตรียมเปิดทางให้ "สหรัฐ" ใช้ "อู่ตะเภา" วอนอย่าโยงมั่วไปถึง "แม้ว"

          วันที่ 12 มิ.ย. 55  นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ระบุว่า รัฐบาลอนุญาตให้สหรัฐอเมริกา มาตั้งฐานทัพที่อู่ตะเภา และอนุญาตให้องค์การนาซ่าใช้อู่ตะเภาจัดตั้งศูนย์ศึกษาชั้นบรรยากาศ เพียงเพราะต้องการแลกเปลี่ยนกับการให้วีซ่าเข้าสหรัฐของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นเรื่องที่จงใจบิดเบือนอย่างรุนแรง รัฐบาลนี้ไม่ได้อนุญาตให้กองทัพสหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในไทย แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐกำลังหารือถึงความเป็นไปได้  ในการใช้พื้นที่บางส่วนของอู่ตะเภา ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติระดับภูมิภาค (Humanitarian Assistance and Disaster Relief - HADR) ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ริเริ่มกันกันมาก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้
  
          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ศูนย์นี้ก็ไม่ได้เป็นการดำเนินการทางทหาร มีเพียงแนวคิด ที่จะขอใช้พื้นที่บริเวณท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นศูนย์ฝึกเตรียมความพร้อมเวลาเกิดภัยพิบัติในภูมิภาคนี้ มีแนวคิดจะสร้างคลังเก็บ (depot) สิ่งของ/อาหาร และบางส่วนอาจเตรียมไว้เป็นที่ตั้งของหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หรือ rapid deployment เพื่อการตอบสนองต่อภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งหน่วยนี้ไม่ใช่หน่วยงานหรือกองกำลังถาวร อย่างปีที่แล้ว ช่วงน้ำท่วม เราก็ได้ทหารเข้ามาช่วยรัฐบาล ทั้งในเรื่องกำลังคน ทั้งยุทโธปกรณ์ในการก่อสร้างซ่อมแซม ขนส่งคนและอาหาร
  
          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้มีการตกลงใดๆ ให้กองทัพสหรัฐเข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งต้องขอย้อนไปถึงสมัยคุณอภิสิทธิ์เอง ที่เป็นผู้เริ่มจะใช้อู่ตะเภาจัดตั้งศูนย์บรรเทาภัยพิบัติ HADR ซึ่งตัวท่านและรัฐมนตรีต่างประเทศของท่าน ได้ไปประกาศแสดงเจตจำนงในเวทีต่างประเทศหลายครั้ง มีหลักฐานชัด คุณอภิสิทธิ์พูดในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 3 เมื่อ 29 ต.ค. 53 คุณกษิตพูดในเวทีการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2553 ซึ่งในช่วงนั้นก็ถูกทักท้วงจากกองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นความมั่นคงและความเหมาะสม ในการใช้พื้นที่ จากนั้นมา ก็ได้มีการเจรจากันมาตลอด ต่อเนื่อง มาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ เรายังไม่ได้มีข้อตกลงใดๆ ทั้งหมดคือขั้นตอนการหารือกัน
  
          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า กรณี พล.อ. มาร์ติน เดมพ์ซีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ มาเมืองไทยสัปดาห์ที่แล้ว ยอมรับว่ามีการหารือในเรื่องนี้ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงของไทย แต่ก็ยังไม่ได้มีการตกลงกันใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างในขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งจะยึดหลักประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้าน ต้องให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการในทุกเรื่อง สรุป คือ ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ที่จะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในไทย การเจรจาได้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่ใช่ริเริ่มโดยรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น การขอวีซ่าเข้าสหรัฐของ พ.ต.ท. ทักษิณ จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องต่อเนื่อง ที่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ได้เสนอไว้ ที่สำคัญ รัฐบาลชุดนี้ก็ยังไม่ได้มีข้อตกลงอะไร แล้วจะกลายเป็นผลประโยชน์แลกกับการขอวีซ่าให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณได้อย่างไร พูดแบบนี้ถือว่าเลยไปไกลมาก ส่วนเรื่องการอนุญาตให้องค์การนาซ่าของสหรัฐ ใช้อู่ตะเภาจัดตั้งศูนย์โครงการศึกษาชั้นบรรยากาศ  เท่าที่ทราบตอนนี้ คือฝ่ายสหรัฐได้สอบถามความเป็นไปได้จากฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ในระหว่างการหารือกัน และยังไม่ได้ให้คำตอบหรือมีข้อตกลงอะไรในเรื่องนี้
  
          "ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ หยุดพฤติกรรมที่ชอบพูดคลุมเครือ สร้างเรื่องปลุกระดมประชาชน เพราะจริงๆ แล้ว เจตนาของการจัดตั้งศูนย์ HADR เป็นเรื่องดี คุณอภิสิทธิ์เองก่อนหน้านี้ก็เห็นด้วย และผลักดันมาตั้งแต่ต้น พอมาเป็นฝ่ายค้าน กลับความจำสั้นเป็นปลาทองเปลี่ยนท่าที ออกมาต่อต้านในสิ่งที่ตัวเองเคยเห็นชอบ เพียงเพราะต้องการจุดประเด็นทางการเมือง  ให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการด้วยความไม่รอบคอบ และมีผลประโยชน์แอบแฝง พยายามที่จะปลุกกระแส คลั่งชาติ แบบเดียวกับการสร้างกระแสเขาพระวิหาร ที่ก็อ้างว่า รัฐบาลสมัครยอมยกเขาพระวิหารให้กัมพูชา แลกเปลี่ยนกับสัมปทานน้ำมัน ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่งของจริงให้ไปถามกัมพูชาว่า ใครกันแน่ที่พยายามเจรจาผลประโยชน์เรื่องนี้ กี่ปีกี่ปี ก็มามุขนี้ เสียราคาอดีตนายกฯหมด"  นายอนุสรณ์ กล่าวว่า