
'สมศักดิ์'ยันไม่โหวต'รธน.วาระ3'
'สมศักดิ์'ถอยไม่โหวต'รธน.วาระ3' ขณะที่ 'จาตุรนต์' ฟันธง ไม่โหวตวาระ 3 ทำประเทศเสียหาย ไม่เซฟ'นายกรัฐมนตรี' ด้าน'เฉลิม'ชี้เป็นเรื่องดี'รัฐสภา'ชะลอ'โหวตรธน.วาระ 3'หวั่น แก้เร็ว'ฝ่ายค้าน'หยิบไปเป็นเงื่อนไข จี้ 'ยุบสภา-ลต.ใหม่'
12 มิ.ย.55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและประธานผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญให้ชะลอจัดทำรัฐธรรมนูญต่อไป ว่า ทางพรรคมีมติให้ตนพิจารณาในเรื่องนี้ที่มีความละเอีดยอ่อน ซึ่งตนก็ใช้วิจารณญานไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โดยใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่า จะไม่มีการลงมติการพิจารณารัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในสมัยประชุมสภานี้ บนพื้นฐานผลประโยชน์ประเทศ รวมทั้งจะไม่มีการนำร่าง พรบ.ปรองดอง เข้าสู่ที่ประชุมครั้งนี้ด้วย
"การที่ผมตัดสินใจไม่ลงมติการพิจารณารัฐธรรมนูญ วาระ 3 และไม่นำเรื่องร่าง พรบ.ปรองดองเข้าสู่ที่ประชุมสมัยนี้ ก็ด้วยว่ามีเจตนาให้เกิดการปรองดอง โดยไม่ได้กลัวหรือไม่กล้า แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายได้ถอยมาทีละก้าว แล้วหันหน้ามาคุยกัน ในฐานะหัวหน้าฝ่ายนิติบัญญัติได้ถอยแล้ว 1 ก้าว จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ถอยออกมาพูดคุยกัน เพื่อหาข้อยุติ" นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จุดประสงค์ที่ให้มีการประชุมสภาวันนี้ก็ให้พิจารณา มาตรา 190 และวันที่ 13-14 มิ.ย. ก็ให้พิจารณากฎหมายฟอกเงิน ส่วนเรื่องขัดแย้งกันในพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการปิดสมัยประชุมสภานั้น ก็เป็นสิทธิที่สมาชิกพรรคจะแสดงความคิดเห็น
'จาตุรนต์'หวั่นไม่โหวตวาระ3ทำปท.เสียหาย
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงกรณีที่วิปรัฐบาลไม่โหวต วาระ 3 ว่า การตัดสินใจที่จะไม่ลงมติวาระ 3 และปล่อยให้ศาลวินิจฉัย เป็นการตัดสินใจผิดร้ายแรงจะเกิดผลเสียตามมามากมาย หากวันนี้มีการประชุมและลงมติว่าคำสั่งศาลไม่ผูกพันก็จะเป็นอีกทางหนึ่ง แต่หากหลังจากนั้นไม่กำหนดวันลงมติ และปิดสมัยประชุมสภาไป เพื่อรอให้ศาลวินิจฉัยก่อน ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดใน รอบ 6 ปี หลังยึดอำนาจ และเป็นผลเสียต่อประเทศ ต่อพรรคเพื่อไทย และจะไม่เป็นการปกป้องนายกiรัฐมนตรี ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะหากศาลวินิจฉัยว่า รธน.นี้จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง การยุบพรรคก็จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็จะอยู่ที่ความปรานีของศาล และคนก็จะไปยื่นถอดถอน ครม. ในฐานะเป็นเจ้าของร่าง รธน. รวมทั้งดำเนินคดีอาญา จะเห็นได้จากกรณีเมื่อ ปปช.รับกรณี นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ว่ากระทำขัด รธน. ม.190 อาจนำไปสู่การเสียดินแดนจนนำไปสู่การถอดถอนทำให้ นายนพดล ต้องลาออก และกรณีนี้ หากศาลวินิจฉัยว่า เป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขก็จะยิ่งร้ายแรงกว่า และจะทำให้เกิดบรรทัดฐานว่า ศาลรธน.มีอำนาจเหนือว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ปล่อยให้ศาลใช้อำนาจผิดๆ ทุกขั้นตอน ทั้งที่ไม่มีอำนาจตรวจสอบวินิจฉัยร่างรธน. ขณะที่ ตลก.รธน.ก็บอกว่าไม่ใช่คำสั่ง เมื่อเรื่องไปถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำตามรธน.ทุกประการจึงไม่มีเหตุที่ต้องหนักใจ ดังนั้นรัฐสภาต้องแสดงให้เห็นว่าตนเองเข้าใจ ตระหนักว่าการร่างรธน.เป็นหน้าที่อันถูกต้อง
"เฉลิม" ชี้ เป็นเรื่องดีชะลอโหวต "รธน.วาระ 3"
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภาจะยังไม่มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน วาระที่ 3 ว่า ไม่มีอะไรเสียหาย ยกตัวอย่างหากวันนี้ลงมติใน วาระที่ 3 ก็ไม่มีอะไรได้หรือเสีย วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญแค่ให้ชะลอการลงมติ ยังไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูก หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายกคำร้องทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าผิดก็ต้องคิดค้นกันใหม่ ตนไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย สมมติถ้าเกิดรีบพิจารณาในชั้นรัฐสภาไปแล้ววันนี้ ตนฟันธงเลยว่าศาลต้องบอกผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ให้นำความกราบบังคมทูล ปัญหาก็จะเกิด
"ได้เคยบอกกับนายกรัฐมนตรีว่า ให้ทำงานไปสักระยะค่อยดำเนินการ กับเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะหากดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ ฝ่ายค้านก็จะใช้เป็นเงื่อนไขขอให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่าความเห็นของตนสอดคล้อง กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แต่ยอมรับว่าความเห็นในพรรคอาจจะหลากหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความแตกแยกในพรรค และไม่มีวันแตกแยกด้วย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า การเมืองต้องมองรอบด้าน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ก็ระบุว่าให้ชะลอไว้ก่อน เราได้อธิบายให้สังคมทราบ อัยการก็มีความเห็นแล้ว ต่อจากนี้ก็ต้องเปิดโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญทำงานได้เต็มที่ ตนวิเคราะห์การเมืองแบบนักกฎหมาย ซึ่งหากรัฐสภาพิจารณาแล้วเสร็จเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 20 วัน เกิดศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนมีคำสั่งห้ามกราบบังคมทูล แล้วรัฐบาลจะอยู่อย่างไร เช่นนี้จะไปหาเรื่องใส่ตัวทำไม ส่วนกรณีความคิดเห็นของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการให้เร่งผลักดันโดยเร็วนั้น ตนรักและเคารพการตัดสินใจ แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็น และที่ผ่านมาไม่เคยขึ้นเวทีเสื้อแดง เวลาปราศรัยไม่เคยเกี่ยวข้องด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เดิมเกมนอกสภาต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ พรบ.ปรองดอง และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่แปลก เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ฝ่ายค้านจะดำเนินการเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องรัดกุม ตั้งการ์ดให้แน่น นอกจากนี้ตนยังกำชับกับตำรวจในการควบคุมฝูงชนขณะดำเนินการ ซึ่งตนไปร่วมการฝึกเอง ไม่เน้นการใช้กำลัง ไม่ยิงแก็สน้ำตาด้วยเครื่องยิงเพื่อให้สถานการณ์เรียบร้อย นอกจากนี้จะถ่ายทอดการควบคุมฝูงชนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอีกด้วย
เมื่อถามถึงกรณี ร่าง พรบ.ปรองดอง ที่ขณะนี้ประชาชนเริ่มเห็นด้วยกับฝ่ายค้านและไม่สนับสนุนรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายดังกล่าว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะพูดไปเยอะแล้วในประเด็นนี้



