
จากอุบัติเหตุถึงไล่ฆ่าพลิกคดี'พ่อค้าหมู'
จากอุบัติเหตุถึง..ไล่ฆ่าพลิกคดี 'พ่อค้าหมู'โหด : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
จากคดีอุบัติเหตุกลายเป็นคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตำรวจใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แกะรอยจากรถยนต์ติด "สัญญาณไฟวับวาบ" สืบพบเป็นรถของพ่อค้าขายหมู อาสาสมัครตำรวจชุมชนเจอคู่อริ ใช้อาวุธปืนไล่ยิงจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส!!
กลางดึกวันที่ 10 มิถุนายน ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์พุ่งชนเพิงพักหน้าบ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 4 บ้านหนองบัว ต.คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งจุดเกิดเหตุพบชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี นอนเสียชีวิตพาดกับม้าหินอ่อนในเพิงพักหน้าบ้านหลังดังกล่าว การตรวจสอบไม่พบหลักฐานใดๆ ว่าชายวัยรุ่นคนนี้เป็นใคร พบเพียงโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รอยสักรูปนักดาบซามูไรสวมหมวกจีนบริเวณกลางหลัง แขนซ้ายมีรอยสักรูปการ์ตูนผีน้อยแคสเปอร์ และบริเวณน่องขาขวาสักเป็นอักษรภาษาญี่ปุ่น จากการชันสูตรพลิกศพพบว่า แขนซ้ายหักผิดรูป บริเวณท้ายทอยมีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 นัด และบริเวณขาขวา 1 นัด
จากการตรวจในที่เกิดเหตุมีร่องรอยถูกรถไม่ทราบชนิดพุ่งชนจนเพิงพักได้รับความเสียหาย หลังคาพังยุบลงมา กระถางต้นไม้แตกกระจัดกระจาย แล้วยังตรวจพบชิ้นส่วนไฟท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ตกอยู่ 1 ชิ้น แต่ไม่พบรถจักรยานยนต์ รวมถึงรองเท้าแตะอีก 2 คู่ ทำให้คดีอุบัติเหตุกลายเป็นคดีฆาตกรรม!!
พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ รีบรายงานเหตุให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผกก.สภ.หาดใหญ่ ทราบ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ร่วมกันสั่งการให้เร่งรัดติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุกลางเมืองท่องเที่ยว
พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วกระจายกำลังออกหาเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้ข้อมูลตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงอาวุธปืนดังประมาณ 3 นัด ก่อนที่จะมีเสียงรถพุ่งชนเพิงพัก แล้วพบเห็นรถยนต์กระบะติดสัญญาณไฟวับวาบเปิดอยู่ภายในรถยนต์กระบะบริเวณหลังกระจกหน้ารถยนต์ ก่อนที่จะขับออกไปอย่างรวดเร็ว
"ประจักษ์พยานที่เห็นรถยนต์กระบะของคนร้ายติดสัญญาณไฟวับวาบ ในตอนแรกคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ค่อนข้างร้อนใจ เพราะหากเป็นตำรวจมาก่อเหตุแบบนี้ไม่ได้ จึงเร่งตรวจสอบรถยนต์ของตำรวจในสังกัดและสถานีตำรวจใกล้เคียงก็ไม่มีตำรวจคนใดติดสัญญาณไฟวับวาบแบบนี้ภายในรถยนต์กระบะ" พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
ระหว่างการประชุมคลี่คลายคดีในช่วงเช้ามืดของวันเกิดเหตุบนสถานีตำรวจ สภ.หาดใหญ่ มีวัยรุ่นชายหนึ่งคน (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า เพื่อนของตนเอง คือ นายประภพ คำสุริยา อายุ 21 ปี ยืมรถจักรยานยนต์ไปขับขี่แล้วประสบอุบัติเหตุแขนหัก เพราะถูกไล่ยิงตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.หาดใหญ่
พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมชุดสืบสวน เดินทางไปสอบปากคำนายประภพ ทราบข้อมูลว่าเพื่อนอีกคนคือ นายสุวรรณ ทองประดับ อายุ 21 ปี ยืมรถจักรยานยนต์ของเพื่อนอีกคนไปขับเที่ยวในตัวเมืองหาดใหญ่ ระหว่างที่เดินทางกลับเพื่อนำรถจักรยานยนต์มาคืนให้เพื่อน เจอรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ 2 ประตู สีบรอนซ์เงิน มีกระบะแค็บ เปิดสัญญาณไฟวับวาบ พยายามเรียกให้จอด แต่ นายสุวรรณ พยายามเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะใช้อาวุธปืนยิงออกมา 2 นัด นัดแรกไม่ถูกใคร แต่พอนัดที่สองถูกบริเวณขาของนายสุวรรณ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเพิงพักอย่างแรง ส่วนนายประภพกระเด็นไปกับรถจักรยานยนต์จนกระทั่งแขนหัก แต่ก็ยังยกรถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนี ระหว่างนั้นได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด
หลังจากได้ข้อมูลชุดสืบสวนออกตระเวนหารถยนต์กระบะต้องสงสัยที่ติดสัญญาณไฟวับวาบ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ทะเบียน ภค 7261 สงขลา จึงเชิญตัว นายธีรยุทธ สุทธิโพธิ์ อายุ 30 ปี มาสอบสวน
"นายธีรยุทธ เป็นพ่อค้าขายเนื้อหมูในตลาดสด และเป็นอาสาสมัครช่วยงานหน่วยงานราชการในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นนายธีรยุทธให้การอ้างว่า พบเห็นวัยรุ่นทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์มีพิรุธ จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบแล้วเรียกให้หยุด แต่วัยรุ่นไม่ยอมจอดรถ จึงใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงออกไปสองนัด จนกระทั่งรถจักรยานยนต์เสียหลักแล้วเข้าไปยิงซ้ำนั้น แต่สุดท้ายนายธีรยุทธก็ยอมรับว่า เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตายมาก่อน" พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
..............
(หมายเหตุ : จากอุบัติเหตุถึง..ไล่ฆ่าพลิกคดี 'พ่อค้าหมู'โหด : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



