
ศภช.เตือนสุราษฎร์ฯระวังนำล้นตลิ่ง
ศภช. เตือน สุราษฎร์ฯ ระวังนำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำตาปี ช่วงวันที่ 11-12 มิ.ย.นี้ ขณะที่จ.ลำพูน เตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว ด้านจ.สุโขทัย ระดับน้ำในแม่น้ำยมเอ่อทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่
11 มิ.ย.55 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 11-12 มิ.ย.นี้ อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งได้ ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำตาปีของ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโปรดทราบ และหากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์เตือนภัยฯ จะแจ้งให้ทราบในระยะต่อไป
จ.ลำพูน เตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้จังหวัดดำเนินการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มที่อาจจะเกิดขึ้น โดยปัจจุบันการเกิดแผ่นดินไหวมีความถี่และความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ ที่บริเวณอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวในจังหวัดภูเก็ต
ดังนั้น เพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยแผ่นดินไหวและอาคารถล่มได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน จึงให้ทุกหน่วยงานในจังหวัดลำพูนเตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ด้านเครื่องมือ อุปกรณ์และบุคลากร ในการรองรับสถานการณ์ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ตรวจสอบอาคารสิ่งก่อสร้าง เขื่อน ฝาย อ่างและคันกั้นน้ำ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน
หากพิจารณาแล้วอาจเป็นอันตรายให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วนพร้อมให้จัดทำแผนเผชิญเหตุภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มของหน่วยงานด้วย
อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มในพื้นที่ ให้รายงานสถานการณ์โดยด่วนพร้อมดำรงการสื่อสารกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน โทรศัพท์หมายเลข 0-5356-2963 เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะยุติ
จ.สุโขทัยแม่น้ำยมเอ่อทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย โดยล่าสุดที่จุดตรวจวัดระดับน้ำสถานี วาย 4 ของชลประทานด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดระดับน้ำสูงถึง 7.20 เมตร เต็มตลิ่งแม่น้ำยมทั้งสองฝั่งจนส่งผลกระทบให้กระแสน้ำที่เชี่ยวได้กัดเซาะผืนดินด้านล่างของประตูระบายน้ำชุมชนคูหาสุวรรณรวมทั้งกัดเซาะด้านข้างของประตูระบายน้ำจนพังทะลายจนเกิดภาวะกระแสน้ำในแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าสู่คลองแม่รำพันและเอ่อล้นเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีฝั่งตะวันตกถึง 3 ชุมชน คือชุมชนคูหาสุวรรณ ชุมชนราชธานี และชุมชนคลองโพธ์ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างน้อย 500 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เอ่อล้นยังคงทำให้โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ์น้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลเข้าท่วมภายในสนามกีฬาของโรงเรียนทำให้นักเรียนบางส่วนได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่มีการปิดการเรียนการสอนเนื่องจากต้องรอดูสถานะการณ์น้ำอีกครั้งหนึ่งรวมทั้งอาคารเรียนยังคงอยู่สูงปลอดภัยจากน้ำท่วม
ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีเร่งระดมกำลังนำไม้ยูคาลิปตัส กระสอบทราย ,นำรถขนดินเข้าควบคุมตอกบดอัดด้านข้างประตูระบายน้ำชุมชนคูหาสุวรรณ์เพื่อยับยั้งกระแสน้ำที่ไหลทะลักเข้าท่วมรวมทั้งเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้วอย่างเร่งด่วน
ชลประทานชัยนาทเตือนท้ายเขื่อนเตรียมรับมือน้ำเจ้าพระยา
นายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศในระยะนี้ พบว่า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 10-14 มิ.ย. จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักชลประทานที่ 12 มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับน้ำจากลุ่มน้ำตอนบน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่ จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา แต่เพื่อความไม่ประมาทขอให้ผู้ที่อาศัยริมตลิ่ง ติดตามสถานการณ์ของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
กระบี่สรุปพื้นที่น้ำท่วม8อำเภอ เดือดร้อนกว่า 5,800 คน
นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากสถานการณ์ อุทกภัย และน้ำป่าหลหลากในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 4-10 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ได้สรุปพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด รวม 8 อำเภอ 33 ตำบล 1 เขตเทศบาลเมือง 2 เขตเทศบาลตำบล ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 153 หมู่บ้าน บ้านเรือน ที่พักอาศัย 2,338 หลัง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 5,881 คน
สถานประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร บังกะโล บาร์เบียร์เสียหาย จำนวน 15 แห่ง ถนนชำรุก 88 สาย สะพานขาดจำนวน 3 แห่ง ทรัพย์สินทางการเกษตรเสียหาย กว่า 1,500 ไร่ บ่อเลี้ยงปลา จำรนวน 5บ่อโดยพื้นที่ที่เสียหายหนักที่สุด คือในอำเภอ คลองคลองท่อม จำนวน 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน รองลงมา คือ อำเภอเขาพนม อำเภอเมือง อำเภอลำทับ อำเภออ่าวลึก อำเภอเหนือคลอง อำเภอเกาะลันตา และอำเภอปลายพระยา
สำหรับการช่วยเหลือบรรเทาสาธารธารณภัยในเบื้องต้น ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาเทาสาธรณภัยจังหวัดกระบี่ ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้เข้าไปช่วยเหลือและตรวจสอบพื้นที่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าเสียหาย น้อยกว่าปีที่ผ่านมา



