
'ยิ่งลักษณ์'สั่งสอบเงินเยียวยาน้ำท่วม
'ยิ่งลักษณ์' สั่งสอบเงินเยียวยาน้ำท่วม กำชับให้โปร่งใส ปัดตอบปรับครม. นั่งควบ รมว.กห. โวนักลงทุนสนใจ หนุนsmeส่งออก-ลงทุนทุกสาขา
11 มิ.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีประชาชนปิดถนนประท้วงที่ จ.นนทบุรี เรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม ว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯลงไปตรวจสอบแล้วแต่ต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อน ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม หรือไม่โปร่งใส ก็ต้องพิสูจน์ดำเนินการตามขั้นตอน เมื่อถามว่าการจ่ายเงินจะจ่ายตามจริงหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถาม
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการลงพื้นที่ติดตามต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำนั้น จะไปดูภาพรวม โดยเน้นในส่วนของสิ่งปลูกสร้าง ที่ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะบางจุดยังมีปัญหาการจัดซื้อจ้างไม่เสร็จ และเพิ่งมีการลงนามทำสัญญากัน รวมทั้งจะดูในส่วนของการระบายน้ำและการรักษาน้ำในเขื่อน ซึ่งการประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กอนช.) ในวันนี้ก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ 12 มิ.ย.
'ยิ่งลักษณ์' ปัดตอบปรับครม. นั่งควบรมว.กห.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กอนช.) ถึงกระแสข่าวการปรับครม.ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายกฯกล่าวเพียงว่า "เอาเรื่องน้ำก่อนดีมั๊ยคะ" และปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ว่าจะควบรมว.กลาโหม ด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าสนใจหรือไม่สำหรับกระทรวงกลาโหม นายกฯเพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบเช่นกัน
'นายกฯ' โวนักลงทุนสนใจ หนุนsmeส่งออก-ลงทุน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา “วาระแห่งชาติ เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ด้วยความร่วมมือของหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย โดยมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรรัฐ องค์กรเอกชน และเจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากทั่วประเทศร่วมงาน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ถึงเวลาแล้วที่จะร่วมถกกันว่าทิศทางข้างหน้าของประเทศ หลังก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนจะเกิดอะไรขึ้นกับภาคธุรกิจของประเทศไทยบ้างแล้วอะไรบ้างที่จะต้องเตรียมตัว โดยเราต้องเตรียมตัวจากนี้อีก 3 ปีซึ่งนับว่าไม่ใช่เวลาที่ยาวนักแต่เป็นเวลาที่ต้องทำทุกอย่างด้วยความเข้มข้น การที่จะเป็นประชาคมอาเซียนนั้นประกอบไปด้วยสามเสาหลักคือ 1.การเมืองและความมั่นคง 2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าสามเสาหลักนี้จะต้องทำงานร่วมกัน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ประกอบไปด้วยเรื่องสำคัญ 4 เรื่องด้วยกันคือ 1.เราจะกลายเป็นตลาดอาเซียนบนฐานการผลิตเดียวกัน แปลว่าเราจะร่วมมือกันเป็นฐานใหญ่ที่พร้อมจะเติบโต และประเทศไทยก็อยู่ในจุดที่ได้เปรียบที่สุดในกลุ่มนี้ 2.การให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เรื่องภาษีระหว่างประเทศให้เป็นศูนย์ สิ่งที่ดีคือผู้ผลิตผู้ประกอบการ สามารถจะหาประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานที่มีต้นทุนได้เปรียบที่ถูกที่สุดและการแข่งขันก็จะสูงขึ้น ซึ่งเป็นการที่ประเทศไทยจะต้องศึกษาว่าเราจะใช้โอกาสนี้ให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไร 3.การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอาเซียน เราต้องพูดกันในเรื่องของการเตรียมพร้อมของการเพิ่มผลผลิต การสร้างฝีมือแรงงาน 4.การบูรณาการเศรษฐกิจของอาเซียนให้เท่ากับเศรษฐกิจโลก คือ หลังจากที่ประชาคมอาเซียนสร้างเศษรฐกิจที่แข็งแรงแล้ว เราก็จะใช้ฐานนี้ในการทำงานร่วมกับเศรษฐกิจโลก และสิ่งที่ได้เปรียบคือจำนวนฐานที่โตขึ้นนำมาสู่อำนาจการต่อรองที่ดีขึ้น
นักลงทุนวันนี้สนใจหันมาลงทุนที่ประเทศไทย เพราะมีความสมบูรณ์อยู่ในประเทศไทยรวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นประตูก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งที่เราจะเห็นต่อคือการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการมากขึ้น และการหาวัตถุดิบภายนอกจากประเทศประชาคมอาเซียนก็จะถูกลง ซึ่งกลไกเหล่านี้จะถูกเคลื่อนโดยธรรมชาติตามกลไกตลาด
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมภาค sme ในการส่งออกและการลงทุนต่างๆ ทุกแขนง แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันและหว่างภาครัฐและเอกชนในการให้ข้อมูลความต้องการในแต่ละภาคอุตสาหกรรม และจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคเอกชนในต่างจังหวัดโดยสภาหอการค้า และกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและการเตรียมตัวของภาคเอกชนในทุกระดับ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้แบ่งการทำงานเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนคือ 1.จะมีการเร่งปรับความสมดุลของเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.การปรับนโยบายของภาครัฐและเอกชนให้สอดคล้องกัน 4.การเชื่อมโยงของอาเซียนสู่ภูมิภาคในเรื่องการคมนาคมขนส่งโดยไม่ว่าจะเส้นทางไหนก็จะผ่านประเทศไทยทั้งหมด
-------------------------
(ภาพจากเฟสบุ๊ค : Yingluck Shinawatra)



