ข่าว

พธม.ยื่นศาลวินิจฉัยสส.ล้มล้างรธน.

พธม.ยื่นศาลวินิจฉัยสส.ล้มล้างรธน.

11 มิ.ย. 2555

พธม. ยื่น ศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกรัฐสภา 416 คน ล้มล้างระบอบการปกครองฯ หรือไม่ หากพบข้อเท็จจริงให้เพิกถอนสิทธิและยุบพรรคการเมือง พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยศาล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตร เดินทางมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นตัวแทนรับหนังสือ

          โดยนายปานเทพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้ไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดที่ผ่านมา ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยและพวก ดำเนินการล้มล้างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพราะอัยการสูงสุดไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่ออัยการสูงสุดวินิจฉัยรัฐธรรมนูญตามที่เป็นข่าว ถือว่าอัยการสูงสุดทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพื่อให้ดำเนินการตามที่ถูกต้อง กลุ่มพันธมิตรฯ จึงมายื่นต่ออัยการสูงสุดอีกครั้ง เพื่อทวงถามและให้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำวินิจฉัย ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ไม่เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อที่กลุ่มพันธมิตรฯจะได้ดำเนินการตามช่องทางกฎหมายต่อไป 

          นายปานเทพ กล่าวต่อไปว่า วันนี้กลุ่มพันธมิตรฯ จึงอาศัยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ที่บัญญัติไว้ว่า กรณีที่ผู้ยื่นคำร้องถูกละเมิดสิทธิ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องเป็นในกรณีที่หาหนทางอื่นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งในที่นี้คือ กลุ่มพันธมิตรฯได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด แต่อัยการสูงสุดกลับปฏิเสธ ดังนั้นเราจึงอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญทั้ง 2 มาตรานี้ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรฯ ยังได้รวบรวมรายชื่อ 416 คน ที่ถือเป็นผู้กระทำการล้มล้างระบอบการปกครองฯ โดยทั้ง 416 คนนี้ มีการลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 และ 2 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นไปตามคำร้อง ก็ต้องให้ 416 คน หยุดการกระทำดังกล่าว และหากมีการละเมิดคำวินิจฉัย ก็อาจจะมีการเพิกถอนสิทธิและยุบพรรคการเมืองต่อไป 

          เมื่อถามว่าขณะนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติภายหลังให้รัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย นายปานเทพ กล่าวว่า ความเห็นในขณะนี้เป็นความเห็นของนักวิชาการและนักการเมืองทั้งหมด เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างเท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรับฟังกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผู้เห็นต่างว่าการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ถูกต้อง คงต้องเปิดใจให้กว้างและหันไปดูการกระทำของอัยการสูงสุดด้วย เพราะอัยการสูงสุดไม่มีอำนาจวินิจฉัย แต่เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น หากอัยการสูงสุดทำเช่นนี้ ก็คงไม่ต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ 

          "ผมเห็นว่าการกระทำของอัยการสูงสุดเป็นการสร้างความชอบธรรมให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอัยการสูงสุดไม่ทำหน้าที่ก่อนที่จะมีการลงมติวาระ 3 รวมทั้งยังขยายขอบเขตอำนาจวินิจฉัยรัฐธรรมนูญเอง และไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สามารถอ้างการกระทำของอัยการสูงสุดที่ถ่วงเวลาในการตรวจสอบ จึงเป็นความชอบธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับคำร้องของบุคคลต่างๆ เพราะเห็นว่าอัยการสูงสุดไม่ทำหน้าที่"

          เมื่อถามว่ากระบวนการล่ารายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีการตัดงบฯของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นการกดดันหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการละเมิดอำนาจของการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายตุลาการฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ซึ่งทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ถือเป็นฝ่ายเดียวกันที่สามารถฉีกรัฐธรรมนูญ และตัดงบฝ่ายตุลาการได้ อีกทั้งยังเป็นการครอบงำฝ่ายตุลาการให้อยู่ในอำนาจรัฐเพียงผู้เดียว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และยิ่งทำก็ทำให้เกิดความเสื่อมต่อนักการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ตามการกระทำเช่นนี้ ประชาชนก็ยิ่งเห็นว่าเป็นการลดทอนอำนาจของฝ่ายตุลาการมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อไปในอนาคต 

          เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่สอดคล้องกับอัยการสูงสุด กลุ่มพันธมิตรฯ จะมีข้อโต้แย้งอะไรหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด เพราะถือว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด และมีผลผูกพันธุ์ทุกองค์กรของรัฐ ดังนั้นเมื่อมีคำวินิจฉัยออกมา กลุ่มพันธมิตรฯ ก็พร้อมเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นอื่นที่ส่อไปในทางที่ขัดรัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะหาช่องทางอื่นในการดำเนินการต่อไป